เศรษฐกิจโลกถดถอย!! ‘ซัมซุง’ กระอัก กำไรฮวบ 25% ครั้งแรกในรอบ 3 ปี
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2565 ว่า Samsung Electronics Co Ltd ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำและสมาร์ทโฟนรายใหญ่ที่สุดของโลก รายงานผลกำไรไตรมาส 3 ร่วงลง 25% ถือเป็นการลดลงครั้งแรกเมื่อเทียบเป็นรายปีในรอบเกือบ 3 ปี เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ทำให้ดีมานด์สำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และชิปลดลง
โดยกำไรจากการดำเนินงานของ Samsung มีแนวโน้มลดลงเหลือ 11.8 ล้านล้านวอน หรือราว 8.3 พันล้านเหรียญสหรัฐ ในไตรมาสเดือนกรกฎาคม-กันยายน (1 เหรียญสหรัฐ = 1,421.5600 วอน)
ทั้งนี้ นับเป็นกำไรที่ลดลงครั้งแรกนับตั้งแต่ไตรมาสแรกของปี 2563 ในช่วงต้นของการระบาดใหญ่โควิด-19 และระดับผลกำไรรายไตรมาสที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาสแรกของปี 2564 จนถึงไตรมาสล่าสุดนี้
ซึ่งกำไรจากการดำเนินงานสำหรับธุรกิจชิปของ Samsung มีแนวโน้มลดลงเกือบหนึ่งในสามเป็น 6.8 ล้านล้านวอน โดยเฉลี่ยจากประมาณการ 7 รายการ ขณะที่ราคาของชิปหน่วยความจำ DRAM บางตัวที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในสมาร์ทโฟนและพีซี ร่วงลง 14% ในไตรมาสนี้ ขณะที่ราคาของชิปแฟลช NAND ซึ่งใช้ในการจัดเก็บข้อมูลลดลง 8% ตามข้อมูลของ TrendForce
ขณะเดียวกันหุ้นใน Samsung (เวลาประมาณ 08.40 น. ตามเวลาท้องถิ่นในวันศุกร์) ร่วงลงประมาณ 30% ในปีนี้ ที่เปรียบเทียบกับการตกต่ำ 37% สำหรับดัชนี Philadelphia Semiconductor
ส่วนธุรกิจมือถือของ Samsung นั้นคาดว่าจะเห็นผลกำไรตกต่ำด้วยการคาดการณ์ที่ลดลง 17% มาอยู่ที่ 2.8 ล้านล้านวอน แม้ว่าการเปิดตัวโทรศัพท์พับได้รุ่นใหม่ที่มีราคาแพงของบริษัทในช่วงไตรมาสดังกล่าวจะทำให้ราคาขายเฉลี่ยสูงขึ้น
ทั้งนี้ ทั่วโลกเผชิญกับอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้น ธนาคารกลางต่างปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างจริงจังเนื่องจากความกลัวว่าเศรษฐกิจจะถดถอยเพิ่มขึ้น และความไม่แน่นอนเกี่ยวกับผลกระทบจากการรุกรานยูเครนของรัสเซีย ส่งผลให้ภาคธุรกิจและผู้บริโภคต่างก็ลดการใช้จ่ายลง

