หน้าแรก เศรษฐกิจ เด้งปศุสัตว์ ...

เด้งปศุสัตว์ เซ่นพิษหมูเถื่อน…แต่กรมศุลฯ ยังเฉย

7.10.22 | 12:44 น.
แฟ้มภาพ

ตั้งแต่ต้นปี 2565 ขบวนการลักลอบนำเข้าหมูเถื่อนเหิมเกริมไม่เว้นวัน ขนส่งหมูผ่านด่านสำคัญอย่าง “ท่าเรือแหลมฉบัง” เข้ามากันนับร้อยนับพันตู้คอนเทนเนอร์ต่อเดือน เป็นผลให้มีหมูเถื่อนวางขายไปทั่วประเทศไทย กระทบทั้งเกษตรกรผู้เลี้ยงหมู ขายหมูเป็นได้น้อยลง และส่งผลให้ประชาชนผู้บริโภคตายผ่อนส่งไปกับเนื้อหมูที่ไม่ผ่านการตรวจการโรค รวมถึงยังทำให้การเพิ่มปริมาณผลผลิตหมูในประเทศให้เข้าสู่ภาวะสมดุลเป็นไปได้ช้าลง

กระทั่งเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2565 เกษตรกรรายย่อยทนไม่ไหว ตัดสินใจเข้ายื่นหนังสือร้องคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. เพื่อให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของภาครัฐที่เกี่ยวข้องทั้งกรมปศุสัตว์และกรมศุลกากร ค้นหาสาเหตุที่ยังมีหมูเถื่อนเกลื่อนเมืองอยู่จนถึงขณะนี้

ล่าสุด “กรมปศุสัตว์” สั่งเด้งทันที “หัวหน้าด่าน” ที่มีอำนาจ เซ่นความบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่
เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นการลงโทษ “เจ้าหน้าที่รัฐ” ของกรมนี้ด้วยความเข้มแข็งและรวดเร็ว หวังว่าจะทำให้เจ้าหน้าที่ในด่านอื่นๆ ตระหนักถึงหน้าที่ตนเอง เร่งแก้ปัญหาหมูเถื่อน ไม่ปล่อยเกียร์ว่างจนก่อให้เกิดความเดือดร้อนถึงเกษตรกรและประชาชนเป็นวงกว้างเช่นนี้ ซึ่งก็ต้องชมเชย “รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์” ที่ไม่เพิกเฉย และสามารถบริหารจัดการคนของตนได้อย่างเฉียบขาด แต่จะสาวถึง “ต้นตอตัวเป้ง” เมื่อไหร่ ยังต้องติดตามตอนต่อไป

เห็นกรมปศุสัตว์แอ๊กชั่นแล้ว แต่อีกกรมที่มีบทบาทสำคัญไม่แพ้กันในการป้องกันและปราบปรามหมูเถื่อน อย่าง “กรมศุลกากร” กลับยังไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ

จะว่าไป… แม้เจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์จะละเลยการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด แต่ก็ยังพอมีผลงานการตรวจจับและทำลายหมูเถื่อนเป็นระยะ ตั้งแต่ต้นปี 2565 ไล่มาจนถึงกันยายนนี้ ทำลายหมูเถื่อนไป 205.77 ตัน ขณะที่กรมศุลกากรจับทำลายได้เพียง 47.9 ตัน และเป็นการแถลงทำลายร่วมกันทั้ง 2 กรมอีก 34 ตัน คิดเป็นสัดส่วนการทำลายหมูเถื่อนของกรมศุลกากรเพียง 16.65% ของปริมาณของกลางทั้งหมดที่ถูกทำลาย เห็นแล้วก็พอจะมองออกว่าการทำงานของกรมศุลกากรเป็นเช่นไร ทั้งที่เป็นด่านหน้าในการป้องกันวัตถุอันตรายเข้าประเทศ

Advertisement

ถึงบรรทัดนี้ก็คงได้แต่นั่งมองปฏิบัติการของกรมศุลกากรว่าจะเดินหน้าจัดการแก้ปัญหา “ขบวนการหมูเถื่อน” ต่อไปอย่างไร ภายใต้การถูกเพ่งเล็งจากหลายฝ่าย หากไม่สามารถจัดการ “คนของตน” ได้อย่างที่กรมปศุสัตว์ทำ ก็คงต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของ ป.ป.ช.ที่จะสืบสวน สอบสวนและปราบปรามการทุจริต ให้โปร่งใส ชัดเจนต่อไป