‘วรพล’ ย้ำ 5 ปัญหาคู่แฝดไทย ชูตลาดทุนไทยเร่งแก้โจทย์เดินหน้าต่อ
นายวรพล โสคติยานุรักษ์ อดีตเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า ประเทศไทยมีปัญหาคู่แฝดอยู่หลายด้าน ได้แก่ เรากำลังขาดดุลการคลังอย่างหนัก มูลค่า 7 แสนล้านบาทต่อปี มีงบลงทุนเพียง 20% ของวงเงินงบประมาณรายจ่าย 3.3 ล้านล้านบาท มีงบลงทุนน้อยมาก อาทิ ถนน โรงเรียน มีเพียง 6 แสนล้านบาทเท่านั้น ทำให้อาจไปไหนไม่ได้ไกลนัก โดยการขาดดุลต่อเนื่องเป็น 10 ปี ทำให้มียอดหนี้รวม 10 ล้านล้านบาท หากหาเงินมาชำระปีละ 1 แสนล้านบาท จะต้องใช้เวลาเป็น 100 ปี จึงจะสามารถชำระได้หมด ซึ่งตอนนี้ไม่มีทางหาเงินได้ปีละ 1 แสนล้านบาทแน่นอน เพราะหากจะเก็บเงินภาษีเพิ่มขึ้นคนจะต้องงเก่งขึ้น ทำธุรกิจแบบแข่งขันได้ ขยายการเติบโตได้ ซึ่งส่วนนี้เป็นหน้าที่ของตลาดทุนทั้งสิ้น
“ตลาดทุนไทยจำเป็นต้องผลักดันให้ประเทศไทยเกิดความเข้มแข็ง ลดภาระงบประมาณแผ่นดิน ผ่านการนำเงินกองทุนโครงสร้างพื้นฐานมาช่วยประเทศ โดยเฉพาะการนำไปใช้ในเรื่องของการศึกษา หรือเรื่องอื่นๆ ที่กำลังประสบปัญหาอยู่ตอนนี้ โดยเฉพาะเงินที่กำลังไหลออก ทุนสำรองเริ่มกระทบกระเทือน จะสะสมทุนสำรองได้ไม่ใช่การปรับขึ้นดอกเบี้ย ต้องสะสมด้วยการสร้างให้เกิดการลงทุน ดึงดูดนักลงทุนต่างชาติเข้าตลาดทุน ซึ่งตลาดทุนก็ต้องเข้มแข็งพอที่จะดึงดูดให้คนมาลงทุนทำธุรกิจร่วมกับคนไทยมากขึ้น เราถึงจะมีเงินทุนเข้าประเทศมากขึ้น” นายวรพล กล่าว
นายวรพล กล่าวว่า ปัญหาแฝดที่ 2 คือ ภาวะคนเกิดน้อยกว่าคนตาย โดยอีกประมาณ 20 ปี ประชากรประเทศไทยจะเหลือ 60 ล้านคน ต่อไปจะเหลือ 50 ล้านคน และลดลงต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อให้ปรับตัวลงอย่างต่อเนื่อง ปัญหาแฝดที่ 3 คือ ประเทศไทยมีอุตสาหกรรมที่ล้าหลังมาก ทั้ง ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ เราไม่มีอุตสาหกรรมอนาคต อาทิ ยานยนต์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ ที่ถือเป็นโจทย์สำคัญว่าจะทำอย่างไรให้เกิดอุตสาหกรรมอนาคต และเตรียมพร้อมทักษะให้คนของเราได้อย่างไร
นายวรพล กล่าวว่า ปัญหาที่ 4 คือ ไทยจะอยู่รอดในโลกที่กำลังพัฒนา โดยเฉพาะเทคโนโลยีที่มีความก้าวหน้า เพื่อไม่ให้โดนหลอกได้ง่ายได้อย่างไร รวมถึงไทยกำลังมีอุตสาหกรรมขนาดใหญ่น้อยลง ขณะที่ธุรกิจเล็กก็ไม่เติบโต ทำให้เกิดคำถามว่า ตลาดทุนกำลังจะเกื้อหนุนใครกันแน่ เพราะเราพยายามที่จะไปสู่เป้าหมายสำคัญ ในการทำให้เศรษฐกิจไทยเติบโตทั่วถึง มั่นคง ยั่งยืน ก็ต้องกลับมาคิดใหม่ว่าจะทำอย่างไรที่จะทำให้เศรษฐกิจขนาดเล็ก กลาง เติบโตและอยู่ด้วยกันได้ ส่วนปัญหาที่ 5 คือความขัดแย้งตะวันตก ตะวันออก และนำมาสู่การต่อสู้ในหลายๆ เรื่องตามมา ซึ่งจะเป็นต้องเตรียมรับมือกับผลกระทบของปัญหาความขัดแย้งที่จะเกิดขึ้นต่อไป
“ปัญหาทั้ง 5 คู่แฝดที่มีอยู่นี้ ก.ล.ต.จะต้องรับผิดชอบร่วมด้วย เพื่อดูแลกลไกลระบบเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อช่วยให้ก้าวไปข้างหน้าให้ได้ และประเทศไทยจะได้ประสบความสำเร็จ เติบโต มั่นคง ทั่วถึง โดยก.ล.ต.ต้องเป็นองค์กรที่มีคุณค่า ฝากอนาคตเดินตามได้ มีเป้าหมายชัดเจนที่จะพาประเทศไทยให้ผ่านพ้นวิกฤต และอุปสรรค ต้องเตรียมทรัพยากรให้พร้อม โดยเฉพาะการฝึกคนใหม่ และรักษาคนไว้ให้อยู่ และต้องทำทันที มีข้อมูลพร้อม สร้างพลังร่วมในการทำงาน ทำงานร่วมกับทุกฝ่ายร่วมไปถึงสังคม ประชาชน และมองเห็นโอกาสในทุกที่ที่มีปัญหาเกิดขึ้น” นายวรพล กล่าว

