น้ำมันดิบพุ่ง 4.7% รับโอเปคพลัสลดการผลิต จับตา! ราคาขายปลีกพุ่ง สายซิ่ง-แว้นจ่ายอ่วม
ตลาดยังคงขานรับกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปค) และชาติพันธมิตร หรือโอเปคพลัส ที่มีมติปรับลดกำลังการผลิตครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 2 ปี ส่งผลให้สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นในวันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา
ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนพฤศจิกายน พุ่งขึ้น 4.19 เหรียญสหรัฐ หรือ 4.7% ปิดที่ 92.64 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับปิดสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 29 สิงหาคม 2565 และในรอบสัปดาห์นี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI พุ่งขึ้น 16.5%
ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนธันวาคม พุ่งขึ้น 3.5 เหรียญสหรัฐ หรือ 3.7% ปิดที่ 97.92 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับปิดสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคม 2565 และในรอบสัปดาห์นี้ สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ พุ่งขึ้น 15%
โดยตลาดน้ำมันดิบยังคงได้แรงหนุนจากการที่กลุ่มโอเปคพลัสเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม ตัดสินใจลดการผลิตน้ำมันลง 2 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยเริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน เพื่อหนุนราคาน้ำมัน
ก่อนหน้านี้ความวิตกเกี่ยวกับอุปสงค์น้ำมันท่ามกลางแนวโน้มที่จะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยและการแข็งค่าขึ้นอย่างมากของเงินดอลลาร์สหรัฐนั้น ได้ทำให้ราคาน้ำมันดิบร่วงลงในช่วงสิ้นเดือนกันยายนสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมกราคม 2565
ขณะที่ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) และบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ปรับราคาขายปลีกน้ำมันกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ทุกชนิดขึ้น 0.50 บาท/ลิตร ส่วนกลุ่มดีเซลคงเดิม มีผลตั้งแต่เวลา 05.00 น. วันที่ 8 ตุลาคมที่ผ่านมา
ส่งผลให้ราคาน้ำมันขายปลีกในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่ยังไม่รวมภาษีบำรุงท้องถิ่นวันพรุ่งนี้ เป็นดังนี้ เบนซิน 95 ลิตรละ 42.56 บาท, แก๊สโซฮอล์ 95 ลิตรละ 35.15 บาท, แก๊สโซฮอล์ 91 ลิตรละ 34.88 บาท, E20 ลิตรละ 34.04 บาท และ E85 ลิตรละ 32.44 บาท
ส่วนน้ำมันพรีเมียมดีเซล B7 ลิตรละ 43.66 บาท ขณะที่ดีเซล B20 และดีเซล B7 ราคาลิตรละ 34.94 บาท


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
- น้ำมันโลกพุ่งต่อเนื่อง หุ้นร่วง จับตาตัวเลขการจ้างงานสหรัฐ
-
มะกันกร้าวงัดมาตรการตอบโต้ซาอุฯ หลังโอเปคพลัสลดกำลังผลิตน้ำมัน ‘ไบเดน’ รับผิดหวัง
-
เลี้ยวเข้าปั๊มเติมน้ำมันได้เลย พรุ่งนี้ ‘เบนซิน-แก๊สโซฮอล์’ ขึ้นราคาลิตรละ 50 สตางค์

