หน้าแรก เศรษฐกิจ ตลาดของขวัญปี...

ตลาดของขวัญปีใหม่ 2566 คึกคักรับ ‘ท่องเที่ยวฟื้น-บาทอ่อน’ ชี้สินค้าแนว BCG โดดเด่น

8.10.22 | 12:56 น.

ตลาดของขวัญปีใหม่ 2566 คึกคักรับ ‘ท่องเที่ยวฟื้น-บาทอ่อน’ ชี้สินค้าแนว BCG โดดเด่น

เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม นายจิรบูลย์ วิทยสิงห์ ประธานกิติมศักดิ์สมาคมของขวัญ ของชำร่วยไทยและของตกแต่งบ้าน เปิดเผยถึงบรรยากาศและตลาดของขวัญของชำร่วยรับปี 2566 ว่า เข้าเดือนตุลาคม ได้รับการยืนยันจากผู้ประกอบการที่เป็นสมาชิกสมาคมฯว่า คำสั่งซื้อสินค้าล่วงหน้ามีเข้ามาต่อเนื่อง และแนวโน้มยอดซื้อขายดีขึ้น ถือได้ว่าตลาดของขวัญเพื่อปีใหม่บรรยากาศกลับมาคึกคักอีกครั้งหลังจาก 2 ปีที่ผ่านมา ซึ่งในปีนี้มีหลายเรื่องที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ได้แก่ ความต้องการเน้นไปที่สินค้าแนว BCG หรือสินค้าเพื่อรักษ์สิ่งแวดล้อมและมีนวัตกรรม ไม่ว่าจะเป็นของตกแต่งบ้าน ของใช้ของเบ็ดเตล็ด

รวมถึงกลุ่มอาหารแปรรูปที่บรรจุในหีบห่อทันสมัยสวยงาม ที่เน้นในช่วงนี้คือร่มกันฝนกันแดด และสินค้าที่มีนวัตกรรมที่ช่วยป้องกันเรื่องฝุ่นและเชื้อโรค จะได้รับความสนใจและมีคำสั่งซื้อถึงปีหน้า เป็นต้น ในแง่ของช่องทางขาย แบบออฟไลน์หรือการวางขายในห้างค้าปลีกหรือแหล่งท่องเที่ยว กลับมาคึกคักอีกครั้ง ขณะที่สั่งผ่านออนไลน์เริ่มลดลง อาจเพราะประชาชนสามารถเดินทางและใช้ชีวิตนอกบ้านได้ตามปกติ การค้าตามค้าปลีกจึงกับมาฟื้นตัวได้ต่อเนื่อง สำหรับตลาดส่งออก ตลาดใหญ่สุดยังเป็นสหรัฐฯ ตามด้วยญี่ปุ่น อียู อาเซียน ตลาดใหม่อย่างตะวันออกกลาง ขณะที่ตลาดจีนยังไม่ฟื้นกลับมา

นายจิรบูลย์ กล่าวว่า ประเมินเบื้องต้นคาดว่าตลาดของขวัญของชำร่วยในประเทศปีนี้จะขยายตัวเกิน 14% ดูกว่ากลุ่มไลฟ์สไตล์ทั้งระบบคาดโต 11% ที่ตลาดในประเทศมีมูลค่าประมาณ 20,000 ล้านบาท และมูลค่าส่งออกรวม 40,000 ล้านบาท หากเทียบกับก่อนเกิดสถานการณ์โควิด-19ระบาด ถือได้ว่าตลาดของขวัญและไลฟ์สไตล์ฟื้นตัวแค่ 80% หากไม่มีเหตุการณ์อะไรรุนแรงจากปัจจัยที่มีอยู่ในขณะนี้ ตลาดจะฟื้นตัวเท่าเดิมได้ในปีหน้า

“ปัจจัยหนุนหลักของตลาดของขวัญของไทย เรื่องแรกคือ เงินบาทอ่อนค่า แม้ตอนนี้จะอ่อนค่าเกือบถึง 38 บาทต่อเหรียญสหรัฐ และมีโอกาสเงินบาทอ่อนถึง 40 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ซึ่งไกลว่าที่ผู้ประกอบการต้องการที่มองว่าเงินบาทเหมาะสมอยู่ที่ 33-34 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ทำให้ความกังวลต่อการเจรจาและทำข้อตกลงซื้อขายล่วงหน้าลดลงได้ระดับหนึ่ง ซึ่งการที่บาทอ่อนค่าดีต่อส่งออกก็จริง แต่ก็มีผลต่อวัตถุดิบและค่าขนส่งสูงขึ้นด้วย อีกทั้งการเจรจาเรื่องราคาทำได้ยากขึ้น จะเกิดการต่อรองราคาถี่ขึ้น ก็ไม่อยากให้ผู้ประกอกการชะล่าใจเรื่องบาทอ่อน หากตีกลับแข็งค่าเร็ว เสี่ยงขาดทุนได้ ถือเงินสดและทำสัญญาระยะสั้นจะมีมากขึ้น” นายจิรบูลย์ กล่าว

นายจิรบูลย์ กล่าวว่า อีกเรื่องหนุนส่งออกสินค้าไทยคือผลกระทบจากสงครามจีน-สหรัฐ ที่สหรัฐหันมาซื้อสินค้าอาเซียนรวมถึงไทยแทนจีน ที่สำคัญคือแต่ละประเทศกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายและใช้งบประมาณกระตุ้นกำลังซื้อในประเทศและส่งเสริมท่องเที่ยว ส่งผลจิตวิทยาต่อการใช้จ่ายและฉลองปีใหม่กลับมาอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม คงต้องติดตามสถานการณ์ต่อเนื่อง โดยเฉพาะเดือนตุลาคนี้ซึ่งเป็นช่วงสั่งซื้อล่วงหน้าเพื่อขายปลายปี เชื่อว่าการฟื้นตัวของแหล่งท่องเที่ยวจะเป็นแรงส่งสำคัญของตลาดของขวัญในปีนี้

Advertisement