‘ออมสิน’ จ่อตั้งบริษัทลูก หวังแก้หนี้นอกระบบ เล็งขอไลเซนส์แบงก์ชาติต้นปี’66
เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ในปี 2566 ธนาคารเตรียมเดินหน้าประกอบธุรกิจปล่อยสินเชื่อส่วนบุคคล (พีโลน) ซึ่งเป็นการดำเนินธุรกิจนอนแบงก์อย่างเต็มตัว เพราะเห็นว่าดอกเบี้ยในตลาดส่วนนี้สูงเกินไป โดยมีเป้าหมายว่าการเข้าไปดำเนินธุรกิจในครั้งนี้ จะช่วยกดอัตราดอกเบี้ยให้ต่ำลงมาจากเดิมที่อัตราดอกเบี้ยในตลาดอยู่ระดับ 25% จะลดลงมากว่า 5% โดยธนาคารออมสินจะคิดอัตราดอกเบี้ยที่ประมาณ 20%
นายวิทัยกล่าวอีกว่า สำหรับการเดินหน้าประกอบธุรกิจดังกล่าวจะเป็นการจัดตั้งบริษัทลูกขึ้นมาเพิ่มอีก 1 แห่ง โดยต้องมีการขอใบอนุญาต (ไลเซนส์) จากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อประกอบธุรกิจนอนแบงก์สินเชื่อส่วนบุคคล ช่วงต้นปี 2566 ส่วนโครงสร้างผู้ถือหุ้นนั้นยังไม่ได้ข้อสรุป ซึ่งสามารถทำได้หลายรูปแบบ อาทิ ให้บริษัท มีที่ มีเงิน ถือหุ้น 100% หรือให้บริษัท มีที่ มีเงิน และออมสิน ถือหุ้นสัดส่วนอย่างละ 50% ก็ได้ หรือให้ออมสิน ถือหุ้น 49% และระดมทุนร่วมกับพาร์ตเนอร์ใหม่อีก 50% เป็นต้น
“การประกอบธุรกิจดังกล่าวนี้ ออมสินจะรับความเสี่ยงสูงขึ้น โดยเป็นการช่วยคนที่เข้าไม่ถึงสินเชื่อ และหันไปพึ่งหนี้นอกระบบ กลับเข้ามาอยู่ในระบบและเข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้น ทั้งรายย่อยและผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ซึ่งเป็นการช่วยเหลือพ่อค้า แม่ค้า ที่ต้องการสินเชื่อ โดยจะเป็นธุรกิจที่ปล่อยสินเชื่อได้ภายในวันเดียว กรอบวงเงินในการอนุมัติประมาณ 10,000-40,000 บาท ทำให้รับหนี้เสีย (เอ็นพีแอล) ได้ประมาณ 7-8% และรับความเสี่ยงได้จำกัด
ส่วนลูกค้าที่ความเสี่ยงสูงให้ไม่ได้ ทำให้เข้าสู่เงินกู้นอกระบบ แต่ถ้าทำนอนแบงก์จะช่วยแก้ปัญหาตรงนี้ได้ ทั้งนี้ นอกจากจะมีการจัดตั้งบริษัทลูกใหม่แล้ว เราจะจัดทำแอพพลิเคชั่นใหม่ด้วย เป็น second bank ของออมสิน และ second brand ของมายโม (Mymo)” นายวิทัยกล่าว
นายวิทัยกล่าวว่า เบื้องต้นยังอยู่ระหว่างการศึกษารูปแบบการจัดตั้งบริษัทลูกดังกล่าว เนื่องจากออมสินยังมีข้อจำกัดในการเดินหน้าประกอบธุรกิจดังกล่าว เพราะธนาคารมีสถานะเป็นรัฐวิสาหกิจจึงอาจจะเคลื่อนตัวได้ช้า แต่คาดว่าบริษัทลูกจะสามารถดำเนินการจัดตั้งได้ในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2566 โดยขณะนี้ มีโครงสร้างผู้ถือหุ้นมีในใจแล้ว ซึ่งรูปแบบจะเป็นการเน้นปล่อยสินเชื่อผ่านแอพพ์ที่จัดตั้งขึ้นมาใหม่ อนุมัติสินเชื่อภายใน 1 วัน เพื่อสู้กับเงินกู้นอกระบบเป็นหลัก
นอกจากนี้ ในช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม 2565 ออมสินจะเริ่มให้บริการปล่อยสินเชื่อ digital lending ผ่านแอพพลิเคชั่น Mymo ซึ่งเป็นหลักการ My credit ใช้พฤติกรรมจากลูกค้าที่เดินบัญชีออมสิน โดยปัจจุบันมีลูกค้าใช้แอพพ์ Mymo อยู่แล้ว 13 ล้านราย ก็จะให้บริการในกลุ่มดังกล่าวนี้ ซึ่งระยะเริ่มต้นจะปล่อยสินเชื่อให้ 1 แสนรายแรกก่อน เพื่อเป็นการทดสอบระบบ กรอบวงเงิน 10,000-30,000 บาทต่อราย อัตราดอกเบี้ย 1.25% ต่อเดือน

