‘จุรินทร์’ ถก ส.อ.ท. ต่อยอดส่งออกสินค้า-บริการ เจาะซาอุฯ ชู 4 กลุ่มดาวรุ่ง เป้ารายได้ปีละหมื่นล้าน
เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 10 ตุลาคม ที่สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นำคณะผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ ประชุมร่วมกับ นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐ อาทิ กระทรวงการต่างประเทศ กรมปศุสัตว์ เพื่อติดตามผลการเร่งขยายตลาดสินค้าไทยในซาอุดีอาระเบีย หลังจากที่ได้นำคณะนักธุรกิจไทยเยือนซาอุดีอาระเบียเมื่อช่วงปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา
นายจุรินทร์กล่าวว่า วันนี้ถือเป็นอีกมิติในการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐกับเอกชนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจการค้าของประเทศ กระทรวงพาณิชย์ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด โดยจัดตั้ง กรอ.พาณิชย์เพื่อเป็นเวทีสำคัญในการขับเคลื่อนการค้าการส่งออก โดยวันนี้ดำเนินการตามนโยบายเชิงรุกและเชิงลึก ติดตามการเปิดตลาดการค้าและด้านอื่นระหว่างไทยกับซาอุดีอาระเบียหลังตนนำคณะกระทรวงพาณิชย์ ภาคเอกชน และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยเยือนซาอุดีอาระเบียเมื่อวันที่ 27-31 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยประเด็นสำคัญ 5 เรื่องที่หารือร่วมกัน
ประการที่หนึ่ง เราสามารถทำสัญญาซื้อขายสินค้าไทยไปซาอุฯได้ทันที 3,500 ล้านบาท
ประการที่สอง มีผลให้จัดตั้งสภาธุรกิจไทยซาอุฯตั้งเป้าหมายภายในหนึ่งปี จะทำมูลค่าการค้าระหว่างกันให้ได้ 10,000 ล้านบาท และประเด็นอื่นๆ ข้อสรุป 1) กระทรวงพาณิชย์จะจัดคลินิกส่งเสริมการส่งออก หรือ Export Clinic ไปตลาดซาอุฯ เพื่อทำงานร่วมกันระหว่างสภาอุตสาหกรรม ภาคเอกชนร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ให้คำปรึกษา กฎระเบียบ มาตรการที่ไม่ใช่ภาษี สินค้าที่ต้องการของซาอุฯ บริการ ระบบการขนส่งและการจัดตั้งสายด่วนและเป็นเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการทำตัวเลขการส่งออกไปยังซาอุฯให้มากขึ้น โดยเฉพาะหมวดอาหาร การก่อสร้าง ปิโตรเคมีและยานยนต์ เป็นต้น
2) จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายสินค้าไทยในซาอุฯ เบื้องต้นกระทรวงพาณิชย์จะสนับสนุนนำสินค้าไทยร่วมงานแสดงสินค้าสำคัญที่ซาอุฯ โดยคัดไว้เบื้องต้น 5 งานสำคัญ

ประการที่สาม วันนี้กระทรวงพาณิชย์จับมือกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและกระทรวงการลงทุนของซาอุฯ จัด Webinar ส่งเสริมการค้าการลงทุนในสาขาสำคัญ เช่น ปิโตรเคมี การก่อสร้าง เหล็ก อะลูมิเนียม อาหาร การเกษตร ยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและส่งเสริมการส่งออก
ประการที่สี่ ที่ประชุมติดตามได้ความคืบหน้า ที่ตนนำคณะกระทรวงพาณิชย์ สภาอุตสาหกรรมเจรจากับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของซาอุดีอาระเบีย เรื่อง FTA ไทยกับกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ หรือ GCC ประกอบด้วย 6 ประเทศ คือ บาห์เรน คูเวต โอมาน กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยเร่งรัดให้มีการเจรจาให้สัมฤทธิผลโดยเร็ว และติดตามความคืบหน้าการจัดตั้งคณะกรรมการร่วมทางการค้าไทย-ซาอุฯ (Joint Trade Committee : JTC) ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศซาอุดีอาระเบียให้ความเห็นชอบแล้ว ต่อไปเป็นการจัดตั้งให้เป็นเวทีเจรจาการค้าระหว่าง 2 ประเทศต่อไป
และ ประการที่ห้า ติดตามความคืบหน้าที่ตนนำคณะเอกชนกับกระทรวงพาณิชย์เดินทางไปเจรจากับทางการซาอุฯ ในเรื่องต่างๆ ที่ประสบความสำเร็จ 10 ข้อ เช่น ที่ต้องการให้ อย.ซาอุ (SFDA) เดินทางมาตรวจโรงงานผลิตและส่งออกไก่แช่เย็น-แช่แข็ง อนาคตหวังว่าจะสามารถเปิดตลาดไก่ต้มสุกต่อไปซึ่งไก่ต้มสุกจะมีมูลค่าการตลาดมหาศาล และการที่เอกชนไทยจะเดินทางไปซาอุฯที่ผ่านมามีปัญหาการขอวีซ่าเพราะต้องมีหนังสือเชิญจากซาอุดีอาระเบียซึ่งเป็นอุปสรรค
“วันนี้มีความคืบหน้าแนวโน้มที่จะเป็นไปได้จากนี้คือการขอวีซ่าของนักธุรกิจไทยไปซาอุฯให้สภาอุตสาหกรรม สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย หรือกลไกภาคเอกชนอื่นที่กฎหมายรับรองจากรัฐบาลไทยออกหนังสือรับรองให้ยื่นขอวีซ่าได้จะสะดวกยิ่งขึ้น” นายจุรินทร์ระบุ
นายจุรินทร์กล่าวว่า นอกจากเราขายอาหารที่เป็นที่ต้องการคืออาหารฮาลาลให้กับซาอุฯและกลุ่มประเทศตะวันออกกลางแล้ว “ต้นไม้” จะเป็นอีกสินค้าทำเงินให้ประเทศหรือสร้างเงินให้ประเทศต่อไปในอนาคต จะได้มีการหารือกับกระทรวงเกษตรฯและหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องต่อไปช่วยกันขับเคลื่อน
“ซาอุฯเป็นตัวอย่างความร่วมมือดันส่งออก และเปิดตลาดใหม่ๆ จากนี้จะเพิ่มกลุ่มประเทศอื่นต่อไป เช่น มองโกเลีย ซึ่งส่งออกโดยภาพรวมแม้ขยายตัวได้ดี แต่ก็ยังต้องติดตามผลกระทบต่อเนื่องจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะยุติในเร็วๆ นี้ ย่อมมีผลต่อราคาพลังงาน ต้นทุน ค่าเงิน เป็นต้น แต่หลายปัจจัยดีขึ้น เช่น จำนวนตู้คอนเทนเนอร์มากขึ้น และค่าระวางลดลงเท่าตัวแล้ว ส่วนตัวเลขปีหน้ากำลังหารือ” นายจุรินทร์กล่าว
ด้านนายเกรียงไกรกล่าวว่า ในการเดินทางไปซาอุดีอาระเบียที่นำทีมโดยท่านจุรินทร์และผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์เป็นโอกาสดี เป็นประเทศที่มีศักยภาพไม่เฉพาะซาอุฯ แต่จะเป็นประตูเข้าสู่ประเทศตะวันออกกลางและภูมิภาคอื่นในอนาคต สินค้าไทยเป็นโอกาสที่ดี รวมทั้งสินค้าในหมวดก่อสร้าง อุตสาหกรรมอื่นที่เกี่ยวเนื่อง และอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ตอบรับดีมาก ขอขอบคุณท่านรองนายกฯและทีมงาน เป็นมิติใหม่ไม่เคยทำงานใกล้ชิดขนาดนี้ ภาครัฐทำงานเชิงรุกท่านรองนายกฯมีความเข้าใจภาคเอกชน ในความต้องการและแก้ปัญหาทุกอย่าง คิดว่าการจับมือร่วมมือกันโดย กรอ.พาณิชย์ ที่ท่านทำขึ้นมาทำให้พวกเราทำงานสะดวกคล่อง และจะมีกิจกรรมร่วมกันอย่างต่อเนื่อง

“ปีนี้ถือเป็นปีทองส่งออก เพราะจากส่งออกปีก่อนติดลบ 17% กลับมาเป็นบวกปีนี้ ซึ่ง 8 เดือนโตได้ 11% และทั้งปีนี้คาดขยายตัวได้ 8-9%” นายเกรียงไกรกล่าว
ผู้สื่อข่าวระบุว่า ตลาดซาอุดีอาระเบียเป็นตลาดใหม่ที่มีศักยภาพและกำลังรอการเติบโต โดยมูลค่าการส่งออกสินค้าไทยไปซาอุดีอาระเบียในเดือน ม.ค.-ส.ค.65 อยู่ที่ 43,114 ล้านบาท ขยายตัวถึงร้อยละ 15.9 โดยสินค้าสำคัญที่ไทยส่งออกไปซาอุดีอาระเบีย อาทิ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ ผลิตภัณฑ์ยาง อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป และเครื่องจักรและส่วนประกอบของเครื่องจักร รวมถึงอาหารสัตว์ เป็นต้น

