นายอนุกูล รัฐพิทักษ์สันติ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานบริหารสินทรัพย์ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า จากการสํารวจข้อมูลของฝ่ายวิจัยและพัฒนาของบริษัท พบว่าทำเล สนามเป้า-อารีย์ – สะพานควาย ได้รับความนิยมอย่างสม่ำเสมอ โดยในครึ่งปีแรกมีซัพพลายคอนโดมิเนียม จํานวน 2,184 ยูนิต มียอดขายแล้ว 91% โดยมีอัตราการขายได้เฉลี่ยสูงถึง 12 ยูนิตต่อเดือน และหากเป็นคอนโดมิเนียม High Rise ในทําเลใกล้รถไฟฟ้า พบว่าเหลือขายเพียง 9 ยูนิต จาก 3 โครงการ และมีราคาขายเฉลี่ยอยู่ที่ 160,000 บาท/ตารางเมตร ขณะที่คอนโดมิเนียม Low Rise เหลือขายอยู่ 197 ยูนิต จาก 12 โครงการ มีราคาขายเฉลี่ยที่ 102,000 บาท/ตารางเมตร แสดงให้เห็นว่าทําเลนี้เป็นที่ต้องการของผู้บริโภคสูงมาก โดยเฉพาะคอนโดฯ High Rise ใกล้รถไฟฟ้า และในช่วงครึ่งปีหลังมีซัพพลายจากโครงการที่กำลังจะเปิดตัวใหม่เข้าสู่ตลาดอีกเพียง 2 โครงการ รวม 1,371 ยูนิต ราคาเฉลี่ยเปิดตัวโครงการใหม่ขยับสูงขึ้นถึง 160-000 – 170,000 บาท/ตารางเมตร เป็นผลจากที่ปัจจุบันที่ดินใกล้สถานีรถไฟฟ้าสำหรับก่อสร้างโครงการใหม่ในย่านนี้แทบหาไม่ได้แล้ว หรืออาจซื้อได้ในราคาสูงมาก จึงทำให้ความนิยมขยายไปสู่ที่ดินตามถนนสายรองหรือที่ต้องเข้าซอยไปเล็กน้อยแต่ยังถือว่าอยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้าเช่นกัน
“สาเหตุที่คอนโดมิเนียมย่านสนามเป้า-อารีย์ – สะพานควาย ได้รับความนิยมไม่เสื่อมคลายนั้น เนื่องจากตั้งอยู่บนทำเลที่มีการคมนาคมสะดวก อยู่ใกล้แยกประดิพัทธ์ เป็นหนึ่งในเส้นทางสําคัญที่เชื่อมระหว่างย่านพระราม 6 – พหลโยธิน – วิภาวดี – รัชดาภิเษก – ลาดพร้าว และยังรายล้อมไปด้วยระบบขนส่งมวลชนอย่างรถไฟฟ้า, สถานีอินเตอร์เชนจ์บางซื่อและทางพิเศษแล้?ว ยังมีสถานที่สําคัญ เช่น โรงเรียน, มหาวิทยาลัย, ตลาดนัดจตุจักร, ศูนย์ การค้?า, โรงแรม, สถานที่ราชการ และอาคารสํานักงาน สิ่งอํานวยความสะดวกเหล่านี้ล้วนรองรับการใช้?ชีวิตทุกช่วงวัย ตั้งแต่วัยเด็ก หนุ่มสาวไปจนถึงวัยทํางาน จึงตอบสนองความสะดวกสบายให้กับทุกคนในครอบครัว แต่ที่อยู่อาศัยในย่านนี้กลับถูกพัฒนาใหม่ค่อนข้างน้อย เนื่องจากที่ดินส่วนใหญ่ถูกพัฒนาเป็นอาคารพาณิชย์ ตลอดสองฝั่งถนน การรวมแปลงที่ดินให้มีขนาดเหมาะสมต่อการสร้างคอนโดมิเนียมโครงการใหม่จึงเกิดขึ้นได้ยาก อีกทั้ง ในย่านนี้เป็นชุมชนเก่าแก่ที่มีผู้อาศัยเดิมอยู่เป็นจํานวนมาก เมื่อเกิดการพัฒนาโครงการใหม่จึงเป็นเป้าหมายของกลุ่มคนเหล่?านี้ที่นิยมซื้อเก็บไว้เป็นทรัพยสิน ที่สร้างมูลค่าเพิ่มในอนาคต ดังนั้นโครงการพรีเมี่ยมในทำเลนี้จึงมักจะปิ ดการขายได้อย่างรวดเร็ว”นายอนุกูลกล่าว
นายอนุกูลกล่าวว่าว่า หากย้อนหลับไปดูราคาเปิดตัวของคอนโดมิเนียม High Rise ย่านสนามเป้า-อารีย์ -สะพานควาย เมื่อ 5 – 6 ปีที่แล้ว ราคาเฉลี่ยเปิดตัวอยู่ที่ 90,000 – 100,000 บาท/ตร.ม. ขณะที่ปัจจุบันราคาเฉลี่ยโครงการรีเซลขยับสูงถึง 140,000 – 150,000 บาท/ตร.ม. ซึ่งหากลงทุนเมื่อ 5-6 ปีก่อนแล้วมาขายในปัจจุบันก็จะได้ผลตอบแทนถึง 50-60% นอกจากนี้ยังเป็นทำเลที่มีการอยู่อาศัยหนาแน่น 80-90% และเป็นที่สนใจของผู้เช่า จากข้อมูลบริหารการปล่อยเช่าคอนโดมิเนียม ของ พลัสฯ พบว่า อุปทานคอนโดมิเนียม ในย่านนี้ปล่อยเช่าในราคาค่าเช่าเฉลี่ย 570 บาท/ตารางเมตร โดยห้องขนาด 30 ตร.ม. มีค่าเช่าต่อเดือนที่ 17,000 บาท/เดือน ผลตอบแทนเฉลี่ยสูงถึง 5-7% ต่อปี โดย กลุ่มผู้เช่าในย่านนี้มีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เช่น ชาวออสเตรเลีย, อินโดนีเซีย, นิวซีแลนด์ เป็นต้น ซึ่งคอนโดมิเนียมรูปแบบ 1 ห้องนอน 30 ตารางเมตร ได้รับความนิยมสูงสุด โดยมีราคาค่าเช่าเฉลี่ย 17,000-18,000 บาทต่อยูนิตต่อเดือน ส่วนรูปแบบ 2 ห้องนอน ขนาด 65 ตารางเมตร มีราคาค่าเช่าอยู่ที่ 35,000 บาท/ยูนิต/เดือน
“ราคาที่ดินรอบสถานีรถไฟฟ้าสนามเป้า-อารีย์ -สะพานควาย ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 5 – 25% ต่อปี ซึ่งข้อมูลราคาที่ดินในปัจจุบันยังเป็นช่วงที่โครงการลงทุนเมกกะโปรเจ็กต์ สถานีอินเตอร์เชนจ์บางซื่ออยู่ระหว่างการก่อสร้างเท่านั้น หากโครงการทั้งหมดก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์ และเปิดให้บริการได้เต็มรูปแบบจึงมีความเป็นไปได้สูงมากที่ย่านนี้จะมีราคาที่ดินพุ่งสูงขึ้น ดังเช่นในอดีตที่ราคาที่ดินตามแนวรถไฟฟ้าสายสุขุมวิทที่เพิ่มสูงขึ้นหลายเท่าตัวหลังการเปิดใช้งานรถไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบ ดังนั้นจึงเป็นที่แน่นอนว่าการพัฒนาโครงการใหม่ในอนาคตต้องมีต้นทุนการพัฒนาสูงขึ้น ทั้งจากราคาที่ดิน ค่าวัสดุก่อสร้าง และค่าจ้างแรงงานที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้คอนโดมิเนียมใหม่บนทำเลสนามเป้า-อารีย์ -สะพานควาย อาจมีราคาขายเริ่มต้นเฉลี่ยขยับไปสูงถึง 150,000-200,000 บาทต่อตารางเมตร ดังนั้น คอนโดมิเนียมในทำเลนี้จึงเหมาะสำหรับการซื้อเพื่อลงทุน และเก็บไว้เป็นทรัพย์สิน ที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มในอนาคตได้อย่างน่าสนใจเช่นกัน” นายอนุกูล กล่าว

