จับตา ‘กสทช.’ ถกวันนี้ ปมควบรวม ‘ทรู-ดีแทค’ ส่วน ‘ดีเซล’ พุ่ง รื้อแผนสู้วิกฤตพลังงาน
เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม รายงานข่าวแจ้งว่า ความคืบหน้าการจัดทำมาตรการบริหารจัดการด้านพลังงานในสถานการณ์วิกฤตพลังงานช่วงเดือนตุลาคม-ธันวาคม 2565 ขณะนี้เตรียมเสนอที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธาน อยู่ระหว่างกำหนดวันประชุม เบื้องต้นมาตรการบริหารพลังงานช่วงวิกฤตดังกล่าวจะต้องติดตามราคาพลังงานอย่างใกล้ชิด เพราะล่าสุดราคาดีเซลตลาดโลกมีความผันผวนสูงขึ้นอย่างมากอยู่ที่ 142 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล สูงกว่าราคาน้ำมันดิบอย่างมาก เนื่องจากเป็นที่ต้องการใช้ในช่วงฤดูหนาวของยุโรป บวกกับได้รับผลกระทบจากมติของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันและพันธมิตร (โอเปคพลัส) ที่ตัดสินใจลดกำลังผลิตลง 2 ล้านบาร์เรลต่อวัน
นอกจากนี้ ยังพบว่าราคาก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) กลับมาลดลงอย่างรวดเร็วเหลือ 26 เหรียญสหรัฐต่อล้านบีทียู จากช่วงเดือนที่ผ่านมาอยู่ระดับ 40 เหรียญสหรัฐต่อล้านบีทียู ทำให้การวางแผนใช้พลังงานในการผลิตไฟฟ้าของไทยช่วงสิ้นปีเริ่มผิดไปจากแผนที่วางไว้
“เดิมคาดการณ์ว่าราคาดีเซลจะลดลง ขณะที่ราคาแอลเอ็นจีสูงขึ้น จึงเตรียมใช้ดีเซลแทนแอลเอ็นจีในการผลิตไฟฟ้า แต่ขณะนี้กลายเป็นว่าราคาดีเซลสูงขึ้น แต่ราคาแอลเอ็นจีลดลง ทำให้การจัดทำมาตรการบริหารจัดการด้านพลังงานในสถานการณ์วิกฤตพลังงานต้องกลับมารีวิวอย่างใกล้ชิดอีกครั้ง เพราะการใช้เชื้อเพลิงต้องวางแผนล่วงหน้า” รายงานข่าวระบุ
น.ส.พิรงรอง รามสูต คณะกรรมการ กสทช. กล่าวว่า การประชุมบอร์ด กสทช.วันที่ 12 ตุลาคมนี้ จะมีวาระการพิจารณาเรื่องการควบรวมธุรกิจระหว่าง บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ทรู กับ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค ต้องหารือข้อมูลใหม่ที่มีเพิ่มเติม หลังให้จ้างบริษัท SCF Associates ซึ่งเป็นบริษัทวิจัยต่างประเทศศึกษาผลกระทบของผู้บริโภคจากการควบรวมกิจการบริการโทรศัพท์มือถือ จากข้อมูลนี้ บอร์ด กสทช.ต้องพิจารณาจะอนุญาตให้ควบรวมหรือไม่
“ยอมรับว่าผลการศึกษาดังกล่าว ระบุถึงผลกระทบต่อการควบรวม และมีข้อกังวลถึงผลกระทบต่อตลาด รวมถึงการศึกษามาตรการเยียวยาหลังเกิดการควบรวม ขณะที่บริษัทผู้ขอควบรวมยื่นหนังสือเร่งรัดให้บอร์ด กสทช.เร่งพิจารณาการควบรวมธุรกิจ เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ ขอยืนยันว่า กสทช.ไม่ได้ยื้อ อยากให้การพิจารณาและตัดสินใจจบโดยเร็วเช่นกัน คาดว่าการพิจารณาจะเสร็จสิ้นไม่เกินสิ้นเดือนตุลาคมนี้” น.ส.พิรงรองกล่าว

