หน้าแรก เศรษฐกิจ ปีหน้าอีคอมเม...

ปีหน้าอีคอมเมิร์ซเมืองไทยพลิกโฉมเชื่อมร้านออนไลน์ออฟไลน์เต็มขั้น

16.11.16 | 12:32 น.

นายธนานันท์ อรุณรักษ์ติชัย ผู้ช่วยผู้อำนวยการ บริษัท แอสเซนด์ คอมเมิร์ซ จำกัด ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ iTruemart และ WeLoveShopping เปิดเผยว่า ในปีหน้าจะเห็นโลกอีคอมเมิร์ซของประเทศไทยจะเปลี่ยนไป โดยออมนิชาแนลซึ่งเป็นการเชื่อมระหว่างซื้อขายออนไลน์กับออฟไลน์ให้ไร้รอยต่อจะมาแน่ หลังจากที่พูดถึงกันมาหลายปี เพราะผู้ให้บริการแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซเจ้าใหญ่ของโลกหลายเจ้าได้เข้ามาทำตลาดในไทยและมีการแข่งขันกันให้บริการมากขึ้น และมีฟินเทคฯ (ไฟแนนเชียลเทคโนโลยี) บริการดีขึ้นเชื่อมการชำระเงิน ขณะที่การแข่งขันของผู้ค้าจะเป็นเรื่องการให้บริการลูกค้า สร้างความน่าเชื่อถือและความสะดวก และนำเสนอสินค้าให้ตรงกับบุคลิกลูกค้าเฉพาะคนมากขึ้น แต่จะแข่งขันด้านราคาลดลง และใน 2-3 ปีจากนี้การซื้อขายสินค้าออนไลน์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ (โซเชียลคอมเมิร์ซ) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอีคอมเมิร์ซ จะยังได้รับความนิยมและเป็นอีกหนึ่งช่องทางหลักซื้อขายสินค้าออนไลน์ เนื่องความคนเอเชียและคนไทยต้องการความมีตัวตนและปฏิสัมพันธ์พูดคุยกันก่อนซื้อขายสินค้า อีกทั้งการซื้อขายผ่านโซเชียลคอมเมิร์ซปัจจุบันทำได้ง่ายขึ้น ดังนั้น มองตลาดอีคอมเมิร์ซซึ่งรวมการซื้อขายออนไลน์ทุกรูปแบบจะยังเติบโตในระดับ 3-5% ต่อปีจนถึงปี 2563 จากปัจจุบันมูลค่าตลาดรวมประมาณ 2.3 ล้านล้านบาท


นายณัฐวิทย์ ผลวัฒนสุข กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอลเอ็นดับเบิลยูช้อป จำกัด ผู้ให้บริการพื้นที่เว็บไซต์ขายสินค้าออนไลน์ LnwShop กล่าวว่า ในปีหน้าผู้ค้าออนไลน์จะเริ่มหาความครบครันมาให้บริการลูกค้ามากขึ้น มีการเชื่อมโยงจากเว็บฯมายังโซเชียลมีเดียมากขึ้น เพื่อโปรโมตสินค้าและบริการ รวมถึงมีการขยายช่องทางออนไลน์ให้ครอบคลุม เปิดหลายช่องทางให้ลูกค้าเข้าถึงมากขึ้น ขณะเดียวกันตลาดออนไลน์ยังมีแนวโน้มเติบโตอีกมาก จากเว็บไซต์ออนไลน์ต่างประเทศเข้ามาลงทุนในไทยจำนวนมาก มีการจัดกิจกรรมการตลาดที่กระตุ้นลูกค้า ร้านค้าปลีกสมัยใหม่หลายรายเพิ่มช่องทางขายออนไลน์ ประกอบกับลูกค้ามีความคุ้นเคยตลาดออนไลน์มากขึ้นก็จะใช้จ่ายและกล้าซื้อกันมากขึ้น