วันแรกหยุดยาว ประชาชนนั่งรถไฟเที่ยวเกือบล้านคน ‘ขร.’ ปลื้ม สูงกว่าคาด 17%
เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง (ขร.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม ซึ่งเป็นวันแรกของช่วงวันหยุดต่อเนื่อง ระหว่างวันที่ 13-16 ตุลาคม 2565 มีประชาชนใช้บริการระบบราง รวมทั้งสิ้นจำนวน 901,114 คน มากกว่าประมาณการ 130,930 คน หรือสูงกว่าประมาณการ 17% (ประมาณการ 699,790 คน) แบ่งเป็น รถไฟระหว่างเมืองของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) จำนวน 68,587 คน และรถไฟฟ้าในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล และรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) จำนวน 832,527 คน โดยมีรายละเอียดดังนี้
1.รถไฟของ รฟท. ให้บริการรวม 219 เที่ยว มีผู้ใช้บริการจำนวน 68,587 คน น้อยกว่าประมาณการ 1,807 คน หรือต่ำกว่า 2.57% (ประมาณการ 70,394 คน) แบ่งเป็นผู้โดยสารเชิงพาณิชย์ 28,225 คน และเชิงสังคม 40,362 คน โดยมีผู้โดยสารขาออกจำนวน 35,639 คน และผู้โดยสารขาเข้า 32,948 คน และพบว่าสายใต้มีผู้ใช้บริการมากสุดถึง 24,168 คน (ผู้โดยสารขาออก 12,630 คน ผู้โดยสารขาเข้า 11,538 คน) รองลงมาคือสายตะวันออกเฉียงเหนือมีผู้ใช้บริการ 17,257 คน (ผู้โดยสารขาออก 8,657 คน ผู้โดยสารขาเข้า 8,600 คน) สายเหนือ 13,869 คน (ผู้โดยสารขาออก 7,202 คน ผู้โดยสารขาเข้า 6,667 คน) สายตะวันออก 8,581 คน (ผู้โดยสารขาออก 4,718 คน ผู้โดยสารขาเข้า 3,863 คน) และสายแม่กลอง 4,712 คน (ผู้โดยสารขาออก 2,432 คน ผู้โดยสารขาเข้า 2,280 คน)

2.ระบบรถไฟฟ้า ให้บริการเดินรถไฟฟ้ารวม 1,929 เที่ยวตามแผน มีผู้ใช้บริการรวมจำนวน 832,527 คน มากกว่าประมาณการ 132,737 คน หรือสูงกว่าประมาณการ 18.97% (ประมาณการ 699,790 คน) ประกอบด้วย รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ ให้บริการ 174 เที่ยว จำนวน 42,909 คน รถไฟฟ้าชานเมือง สายสีแดง ให้บริการ 230 เที่ยว จำนวน 13,644 คน รถไฟฟ้าสายฉลองรัชธรรม สีม่วง 216 เที่ยว จำนวน 23,584 คน รถไฟฟ้าสายเฉลิมรัชมงคล สีน้ำเงิน 322 เที่ยว จำนวน 250,514 คน และรถไฟฟ้าบีทีเอส สีเขียวและสีทอง ให้บริการรวม 987 เที่ยว มีผู้ใช้บริการจำนวน 501,876 คน
ทั้งนี้ รฟท.ได้เพิ่มตู้โดยสารพ่วงไปกับขบวนรถปกติในเส้นทางที่มีประชาชนเดินทางมากและส่วนระบบรถไฟฟ้าในช่วงชั่วโมงเร่งด่วนเช้าและเย็น ผู้ให้บริการได้เพิ่มความถี่ในการให้บริการขึ้น สำหรับด้านความปลอดภัย ไม่มีอุบัติเหตุรถไฟของ รฟท. และไม่มีเหตุรถไฟฟ้าขัดข้อง นอกจากนี้ ขร. ประสาน รฟท. เฝ้าระวังน้ำท่วมทางรถไฟ เนื่องจากมีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ โดยพบว่ามีน้ำท่วมเหนือสันราง จำนวน 1 แห่งระหว่างสถานีชะอำ-สถานีหัวทรายเหนือ โดยขบวนรถไฟยังสามารถวิ่งผ่านบริเวณดังกล่าวได้ โดยใช้ความเร็ว 5 กิโลเมตร (กม.) ต่อชั่วโมง (ชม.) เพื่อความปลอดภัย

