คิดเห็นแชร์ : ความท้าทายใหม่ของการเรียนรู้ของคนไทย
ผมมานั่งบริหารที่ สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) หรือ OKMD ได้ครบเดือน ได้รับฟังบรีฟในหลายประเด็นจากทีมงาน ซึ่งบทวิเคราะห์หนึ่งที่น่าสนใจคือเรื่อง ประเด็นท้าทายใหม่สำหรับการเรียนรู้ของคนไทย ซึ่งมีเรื่องน่าสนใจดังนี้ ครับ
1.แนวโน้มใหม่ในกระบวนการเรียนรู้ทั่วโลก (Global Trends) : ความก้าวหน้าและการหลอมรวมทางเทคโนโลยี เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) หรือเทคโนโลยีดิจิทัลต่างๆ ล้วนเป็นตัวอย่างสะท้อนแนวโน้มการหลอมรวมเทคโนโลยีที่ผสมผสานระหว่างด้านวิศวกรรม ดิจิทัล กายภาพ และชีวภาพ ซึ่งได้เปลี่ยนแปลงสภาวะแวดล้อมและกระบวนการทำงาน การบริโภค หรือแม้แต่การศึกษาหาความรู้อย่างมหาศาล แต่มีการบ่งชี้ว่า ความก้าวหน้าเหล่านี้ไม่ได้นำไปสู่การเพิ่มผลิตภาพหรือการพัฒนาความสามารถทางการแข่งขันเสมอไป เพราะมีประชาชนเพียงบางส่วนที่มีทักษะความรู้ในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเหล่านี้ หรือมีทักษะที่ไม่สามารถถูกทดแทนด้วยเครื่องจักรได้ เช่น การแก้ปัญหาที่ซับซ้อน การคิดเชิงวิพากษ์ หรือความคิดสร้างสรรค์ ขณะที่แรงงานไร้ฝีมือจะถูกทดแทนด้วยเครื่องจักรอุปกรณ์ที่นับวันสามารถคิดวิเคราะห์ได้ดังมนุษย์มากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ธนาคารโลก (อ้างอิงปี 2559) ประมาณการว่า ร้อยละ 72 ของประเภทงานในประเทศไทยมีแนวโน้มถูกทดแทนด้วยระบบนวัตกรรมเทคโนโลยีสมัยใหม่แบบอัตโนมัติ และ 1 ใน 3 ของงานที่ตลาดต้องการในปี 2565 จะเป็นทักษะความรู้ใหม่ ดังนั้น การพัฒนาทุนมนุษย์ในศตวรรษที่ 21 จำเป็นต้องผสมผสานศาสตร์อันหลากหลาย โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีดิจิทัล ไม่เช่นนั้นแล้ว ความเหลื่อมล้ำระหว่างคน องค์กร และประเทศที่สามารถปรับตัวได้กับปรับตัวไม่ได้/ไม่ทันจะเพิ่มสูงขึ้น อีกทั้งเรื่องการเปลี่ยนแปลงเชิงประชากร (Demographics) ที่ทำให้นานาประเทศก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ นำมาซึ่งโอกาส การเปลี่ยนแปลงและความท้าทายใหม่ ทั้งในแง่ของการบริโภค (การขยายตลาดสินค้าและบริการเฉพาะกลุ่ม) และการผลิต/บริการ (การเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของผู้สูงอายุ) และทำให้เกิดช่องว่าง/ความไม่สมดุลระหว่างชุมชนเมืองที่เพียบพร้อมด้วยแรงงานฝีมือที่ผลิตภาพสูงกับสังคมชนบทที่ยังขาดโอกาสการเข้าถึงองค์ความรู้ที่จะเป็นอาวุธในการยกระดับคุณภาพชีวิต
2.บริบทกระบวนการเรียนรู้ภายในประเทศ
2.1 ประชาชนมีทางเลือกในการเรียนรู้จาก Digital Platform ใหม่ๆ มากขึ้น ที่มีหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนแข่งขันกันพัฒนา Digital Platform ซึ่งมีความหลากหลายและสามารถตอบสนองความต้องการได้มากกว่า ทำให้แหล่งเรียนรู้ องค์ความรู้ และช่องทางการเรียนรู้รูปแบบใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมายหลากหลายช่องทาง อีกทั้งประชาชนทั่วไปมีพฤติกรรมเปลี่ยนไปใช้สื่อดิจิทัลมากขึ้น การอ่านข่าวสารและข้อมูลผ่านช่องทางที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น เน้นแบบ Multimedia และการศึกษาความรู้เน้นที่การหาสาเหตุของปัญหาแล้วนำมาปรับใช้ (Problem-based Learning)
2.2 ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสารสนเทศส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมและวิถีชีวิตของคนไทยเพิ่มมากขึ้น การค้นหาและแชร์ข้อมูลระหว่างกันมีมากขึ้น รูปแบบการค้นหา ศึกษาข้อมูลและองค์ความรู้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ข้อมูลองค์ความรู้มากมายสามารถค้นหาได้ง่ายในยุคดิจิทัล ส่งผลให้คนสามารถค้นหาความรู้ได้ตามที่ต้องการและสนใจการเรียนรู้ตลอดชีวิตมากขึ้น ระยะเวลาและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีเพิ่มสูงขึ้น รวมถึงรูปแบบการใช้ชีวิตและความต้องการสารสนเทศในชีวิตประจำวันเพิ่มสูงขึ้นและความต้องการองค์ความรู้มีการเปลี่ยนแปลงตลอด ส่งผลให้การถ่ายทอดองค์ความรู้ต้องปรับตัวอย่างต่อเนื่อง
2.3 การพัฒนาเทคโนโลยีนวัตกรรมอย่างรวดเร็วในยุคดิจิทัล รวมทั้งโครงสร้างพื้นฐาน ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงแบบก้าวกระโดดส่งผลต่อการใช้ชีวิตโดยทำให้พฤติกรรมของคนในสังคมเปลี่ยนไปอย่างฉับพลันในทุกด้าน เช่น ปฏิสัมพันธ์ทางสังคม การทำธุรกิจ และการเรียนรู้ของคน ที่นำมาซึ่งความท้าทาย และโอกาสในการพัฒนาสิ่งใหม่ๆ จึงต้องมีการปรับตัวและพัฒนาทักษะใหม่ๆ ให้ทันกระแสโลกเพราะการเรียนรู้ในอนาคตจำเป็นที่จะต้องมีการเรียนรู้ตามทักษะ เป้าหมายและศักยภาพของแต่ละบุคคล ด้วยการพัฒนาพื้นที่เพื่อการเรียนรู้ที่นำเครื่องมือทางดิจิทัลเข้ามาช่วยเสริมศักยภาพและเสริมทักษะทางการเรียนรู้ให้มีประสิทธิภาพ
2.4 การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างกำลังแรงงาน ปัจจุบันเกิดการเปลี่ยนแปลงในมิติของโครงสร้างกำลังคน และกำลังแรงงานในประเทศอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคอุตสาหกรรม และภาคบริการโดยการทดแทนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ที่สามารถทำงานได้ต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพมากกว่าในทักษะบางประเภท รวมถึงความต้องการแรงงานในรูปแบบใหม่ที่ต้องใช้ความรู้และทักษะสูงเกิดขึ้น อาทิ นักวิทยาศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านข้อมูล นักธุรกิจดิจิทัล การปรับเปลี่ยนบทบาทของงานบางประเภทตามพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป
2.5 ปัจจุบันการเรียนรู้ไม่จำกัดอยู่แค่เพียงในห้องเรียน การแสวงหาความรู้ด้วยตนเองเป็นเรื่องที่ทำได้โดยง่ายผ่านอินเตอร์เน็ต ซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลขนาดใหญ่ ทันสมัย และทันเหตุการณ์ รวมทั้งมีนักธุรกิจจำนวนไม่น้อยที่ไม่มีใบปริญญาแต่ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุน้อยและได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางเป็นต้นแบบ นอกจากนี้องค์ความรู้และทักษะที่ได้รับจากสถาบันการศึกษาซึ่งมุ่งเน้นการปูพื้นฐานทางทฤษฏีไม่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของเด็กและเยาวชนรุ่นใหม่ที่มีความเป็นผู้ประกอบการ ต้องการแสวงหาโอกาสทางธุรกิจ ความรู้ และทักษะจากการทำงานและประสบการณ์จริง
2.7 ห้องสมุดเอกชนมีจำนวนไม่เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญเนื่องจากเป็นกิจการที่ไม่มีแรงจูงใจในเชิงธุรกิจ ขณะที่พิพิธภัณฑ์หรือแหล่งเรียนรู้ ทั้งภาครัฐและเอกชนมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ประชาชนมีทางเลือกที่หลากหลายในการใช้เวลาว่าง โดยมีสถานที่ที่มีแรงดึงดูดและสามารถใช้บริการได้หลากหลายครบวงจรทั้งครอบครัว อาทิ ห้างสรรพสินค้า Shopping Complex ซึ่งจัดเป็นคู่แข่งขันที่สำคัญสำหรับการเลือกใช้ชีวิตในเมืองของคนรุ่นใหม่
คราวนี้ขอชี้ประเด็นท้าทายให้ได้รับทราบก่อน ส่วนแนวทางการแก้ไขหรือกลยุทธ์ใหม่รองรับประเด็นท้าทายเหล่านี้ ขอเวลาสักนิด แล้วจะกลับมาเล่าให้ฟังครับ
ดร.ทวารัฐ สูตะบุตร
ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) หรือ สบร.

