นายพิศาล พงศาพิชณ์ รองเลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เปิดเผยในโอกาสร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (เอ็มโอยู) ยกระดับแหล่งผลิตสินค้าเกษตรคุณภาพจังหวัดพัทลุงระหว่าง มกอช.กับ จังหวัดพัทลุง ณ วิสาหกิจชุมชนบ้านเขากลาง จ.พัทลุง ว่า การลงนามเอ็มโอยูครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อยกระดับแหล่งผลิตสินค้าเกษตรของพัทลุง เพื่อพัฒนาให้พัทลุงเป็นแหล่งผลิตสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพ ครอบคลุมทั้งการผลิตพืช ปศุสัตว์ และสัตว์น้ำ ที่จะพัฒนาเป็นต้นแบบศูนย์เรียนรู้ด้านการผลิตตามมาตรฐานสินค้าเกษตรของกระทรวงเกษตรฯ และขยายผลไปยังพื้นที่ใกล้เคียงให้มากขึ้นได้ในอนาคต
นายพิศาลกล่าวว่า สำหรับแนวทางการดำเนินงานและกิจกรรมภายใต้เอ็มโอยูฉบับนี้ มกอช. และ จ.พัทลุง จะร่วมกันสนับสนุนส่งเสริมการนำมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ มาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (จีเอพี) และมาตรฐานสินค้าเกษตร (มกษ.) รวมถึงมาตรฐานการผลิตอื่นๆ ของกระทรวงเกษตรฯให้แก่เกษตรกร รวมถึงผลักดันให้เกษตรกรเข้าสู่ระบบการตรวจรับรองฟาร์มมาตรฐาน เพื่อยกระดับแหล่งผลิตสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพของ จ.พัทลุง ให้เป็นที่ยอมรับและเชื่อมั่นของผู้บริโภคทั้งในและนอกพื้นที่จังหวัดพัทลุงรวมทั้งตลาดส่งออก โดยดำเนินงานแบบบูรณาการกับทุกหน่วยงานในสังกัดและนอกกระทรวงเกษตรฯ ในการผลักดันและส่งเสริมให้เกษตรกร และผู้ประกอบการนำมาตรฐานสินค้าเกษตรไปปฏิบัติใช้ได้จริง โดยเน้นถึงความต้องการของเกษตรกรและสอดคล้องกับสภาพพื้นที่เป็นหลักเพื่อสนองต่อนโยบายต่างๆ ของรัฐบาล อาทิ นโยบายประชารัฐ นโยบายแปลงใหญ่ นโยบายสร้างเกษตรกรรุ่นใหม่
นายวันชัย คงเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง กล่าวว่า พัทลุงมีนโยบายให้ความสำคัญกับภาคการเกษตร เนื่องจากลักษณะภูมิประเทศที่มีความเหมาะสมสำหรับเป็นแหล่งผลิตทางการเกษตร โดยพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นนาข้าวประมาณ 580,000 ไร่ คิดเป็น 41% ของพื้นที่การเกษตรทั้งหมด 1.4 ล้านไร่ รองลงมาเป็นการใช้พื้นที่เพื่อการปลูกพืชไร่ ไม้ผล ปศุสัตว์และประมง ขณะเดียวกัน ยังมีข้อได้เปรียบด้านภูมิศาสตร์ที่เชื่อมต่อภาคใต้ฝั่งตะวันออก และภาคใต้ตอนบน และภาคใต้ตอนล่าง รวมถึงกลุ่มประเทศในอนุภูมิภาคต่างๆในประชาคมอาเซียน เช่น ประเทศมาเลเซีย สิงคโปร์
“จ.พัทลุง มีเป้าหมายที่สำคัญที่จะผลักดันและพัฒนาจังหวัดให้มีศักยภาพและโดดเด่นในการผลิตและแปรรูปสินค้าเกษตรอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นที่ยอมรับในวงกว้าง สอดคล้องกับวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น กระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สามารถส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรได้ โดยดำเนินการให้มีกระบวนการผลิตสินค้าเกษตรจีเอพี เช่น การส่งเสริมมาตรฐานการปฏิบัติที่ดีโดยเฉพาะสินค้าเกษตรที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจในเบื้องต้น ได้แก่ ข้าวสังข์หยด หรือสินค้าเกษตรอื่นๆ และการปฏิบัติเพื่อให้ได้มาตรฐานทางการผลิตและแปรรูปอุตสาหกรรมเกษตรจีเอ็มพี ได้แก่ โรงสีข้าว โรงคัดบรรจุผักและผลไม้สด มีการบริหารจัดการในกระบวนการผลิตให้เป็นศูนย์กลางผลิตสินค้าเกษตรของภาคใต้ มุ่งเน้นในการสร้างความร่วมมือกับทุกภาคส่วน และคำนึงถึงความเชื่อมโยงกับความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศโดยใช้ศักยภาพจากการเป็นสินค้าเกษตรเพื่อสิ่งแวดล้อม” นายวันชัยกล่าว

