หน้าแรก เศรษฐกิจ ‘ดร.เกษรา’ ขึ...

‘ดร.เกษรา’ ขึ้นเวทีมติชน โชว์เทรนด์พลังงาน ตอบโจทย์ยุคไฟแพง

17.10.22 | 07:05 น.

‘ดร.เกษรา’ ขึ้นเวทีมติชน โชว์เทรนด์พลังงาน ตอบโจทย์ยุคไฟแพง

ปัจจุบันวิกฤตพลังงานที่พุ่งไม่หยุด กำลังกลายเป็นจุดเปลี่ยน โจทย์ใหญ่ท้าทายโลก รวมถึงประเทศไทย

ปฏิเสธไม่ได้ว่า “ราคาพลังงานขาขึ้น” นอกจากส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อต้นทุนภาคธุรกิจ ภาวะเงินเฟ้อที่ปรับตัวสูงกว่าปีก่อน 6-7% ยังลามถึงภาค “ครัวเรือน” ที่ต้องควักเงินในกระเป๋าจ่ายสิ่งต่างๆ เพิ่มเป็นเงาตามตัว โดยเฉพาะค่าไฟฟ้าที่ปรับขึ้นทุบสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ จากค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (เอฟที) ในรอบล่าสุดใกล้แตะ 5 บาทต่อหน่วย

ซึ่ง นายคมกฤช ตันตระวาณิชย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ยืนยันในงานสัมมนาวิชาการประจำปี Energy Symphosium 2022 จัดโดยสถาบันพลังงานเพื่ออุตสาหกรรม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ว่าแนวโน้มอัตราค่าไฟฟ้าเฉลี่ยที่ประชาชนต้องจ่ายในระดับต่ำกว่า 4 บาทต่อหน่วย คงจะไม่ได้เห็นอีกแล้ว!

จากมหาวิกฤตครั้งนี้ ภาครัฐนับว่าเป็นส่วนสำคัญในการชี้ทิศทางประเทศไทย จะขับเคลื่อนไปในทิศทางไหน นอกจากต้องท่องคาถา “ประหยัด ประหยัด ประหยัด”

แล้วภาคเอกชนที่ทำธุรกิจ เขาต้องปรับตัวกันกี่องศา รื้อแผนกันกี่ครั้ง เพื่อให้อยู่รอดทั้งคนและธุรกิจในวันนี้ พรุ่งนี้และวันต่อๆ ไป

Advertisement

ทำให้ “หนังสือพิมพ์มติชน” เล็งเห็น “วิกฤตพลังงาน” เป็นประเด็นฮอตอิชชู ที่ทุกภาคส่วนต้องรับรู้และเตรียมพร้อมที่จะอยู่ร่วมกับวิกฤตให้ได้ และให้รอด จึงจัดสัมมนา เพื่อหาทางออก ในหัวข้อ “Energy For Tomorrow วาระโลก-วาระประเทศไทย 2023” ในวันพุธที่ 26 ตุลาคม 2565 เวลา 13.00-16.15 น. ณ สามย่านมิตรทาวน์ ฮอลล์ 1 (ชั้น 5) ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์

บนเวทีมีวิทยากรจากภาครัฐและเอกชนในอุตสาหกรรมด้านพลังงาน มาฉายภาพสถานการณ์ในทุกแง่มุม ทั้งการตั้งรับให้สอดรับกับเทรนด์โลกที่ไม่เหมือนเดิม

เริ่มจาก “สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “พลังงาน : วาระโลก-วาระประเทศไทย 2023” รวมถึงประเด็นที่น่าติดตาม หลังกลุ่มผู้ผลิตน้ำมันโลก (โอเปค) ลดกำลังผลิตแล้ว ราคาพลังงานไทยจะทะยานไปถึงไหน

จากนั้นฟังการบรรยายพิเศษหัวข้อ “Road Map พลังงานไทย” จาก “วัฒนพงษ์ คุโรวาท” ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน จะมาเปิดแผนพลังงานไทยในระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว

พร้อมด้วยบรรยายพิเศษหัวข้อ “ธุรกิจยั่งยืน ปรับตัวมุ่งสู่ Net Zero” จาก ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)

ปิดท้ายด้วยวงเสวนาหัวข้อ “มุมมองธุรกิจ ทิศทางพลังงานไทย 2023” จากภาคเอกชน “สุโรจน์ แสงสนิท” รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายยานยนต์ไฟฟ้าหรืออีวี ยี่ห้อเอ็มจี (MG) และ “ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์” กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ผู้นำโซลาร์รูฟท็อปติดในโครงการบ้าน มี “บัญชา ชุมชัยเวทย์” ผู้ประกาศข่าวเป็นผู้ดำเนินรายการ

นับถอยหลังก่อนถึงวันสัมมนา มีไฮไลต์น่าสนใจจาก “ดร.เกษรา” หลังใช้เวลาร่วม 7-8 ปี บุกเบิกธุรกิจพลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคาที่อยู่อาศัย หรือโซลาร์รูฟท็อปเต็มรูปแบบ เป็นเจ้าแรกของประเทศไทย

“ดร.เกษรา” เปิดมุมมองว่า ปัจจุบันด้วยสถานการณ์ราคาพลังงานยังไม่นิ่ง จึงทำให้คาดการณ์ทิศทางพลังงานในอนาคตได้ยากว่าจะเป็นอย่างไร แต่สิ่งสำคัญคือต้องทำให้ผู้บริโภคยอมรับเรื่องการประหยัดพลังงาน และการทำให้เกิดความยั่งยืน ซึ่งท่ามกลางกระแสพลังงานแพง พลังงานขาดแคลน ค่าไฟฟ้าแพง เชื่อว่าจะเป็นพลังที่ดี ทำให้ผู้บริโภคยอมรับในการนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง เนื่องจากตอนนี้ความรู้สึกของคนมันซ้อนกันอยู่ระหว่างความยั่งยืนกับพลังงานแพง ซึ่งในส่วนของภาคธุรกิจเมื่อถึงจุดหนึ่ง ต้องทำสินค้ารักษ์โลก ให้ตอบโจทย์ผู้บริโภค

โดยเสนานำหลัก ESG หรือ Environment Social Governance เข้ามาพัฒนาสินค้าควบคู่ไปกับการบริการ ตอบโจทย์สิ่งแวดล้อม เทรนด์ธุรกิจที่เปลี่ยนไป เพื่อให้การพัฒนาธุรกิจเติบโตยั่งยืน ด้วยการนำนวัตกรรมใหม่ๆ ด้านพลังงานมาใช้ในโครงการหมู่บ้านเสนา เช่น ติดโซลลาร์รูฟท็อป บริการชาร์จไฟฟ้ารองรับรถอีวี เป็นต้น ทำให้ลูกบ้านประหยัดพลังงานไปได้มากในช่วงที่ผ่านมา

ขณะเดียวกันบริษัทมีโครงการโซลาร์ภาคประชาชนประเภทบ้านอยู่อาศัย ซึ่งเสนาจะผลักดันให้ลูกบ้านเสนอขายไฟส่วนที่เหลือให้กับรัฐเพิ่มเติม ซึ่งปัจจุบันรัฐยังรับซื้อคืนในอัตราที่ต่ำเพียง 2.20 บาทต่อหน่อย
หากจะจูงใจให้ประชาชนหันมาติดตั้งโซลาร์มากขึ้น รัฐต้องรับซื้อคืนเท่ากับอัตราค่าไฟฟ้า

“การเดินหน้าโซลาร์ภาคประชาชนเหมือนภาครัฐสนับสนุนโครงการ แต่ทางวิ่งยังไม่เรียบ ถ้าอยากจะให้เกิดขึ้นได้เร็ว รัฐต้องสนับสนุนจริงจัง มันถึงจะบอกได้ว่าเราควรจะเดินไปทิศทางไหน ถ้ารัฐบอกว่าเอาจริง ส่งเสริมหนักๆ จะทำให้เกิดเร็วขึ้น เพราะตอนนี้แบตเตอรี่ที่นำมาใช้กับโซลาร์มีราคาแพง เกินคนธรรมดาจะซื้อติดได้ ถ้าค่าไฟฟ้าถูก ราคาแผงถูก ต้นทุนโซลาร์ถูก คนจะติดกันมากกว่านี้ เพราะติดโซลาร์ช่วยประหยัดไฟได้กว่า 25 ปี” ดร.เกษราย้ำ

“ดร.เกษรา” กล่าวว่า ปัจจุบันทุกโครงการของเสนาทั้งแนวราบและแนวสูง ติดโซลาร์รูฟท็อปให้ลูกค้าฟรีนับจากปี 2558 ถึงขณะนี้มี 47 โครงการ รวมกว่า 700 หลังคาเรือน คิดเป็นการผลิตไฟฟ้ากว่า 2,000 กิโลวัตต์ อีกทั้งมีลูกบ้านของเสนาเข้าร่วมโครงการโซลาร์ภาคประชาชนที่ขายไฟคืนภาครัฐแล้ว 295 ราย คิดเป็น 891.67 กิโลวัตต์ เท่ากับว่าซื้อบ้านเสนาแล้วคุ้ม 2 ต่อ ได้ติดโซลาร์ช่วยประหยัดไฟกว่า 25 ปี พร้อมโอกาสได้เงินจากการขายไฟคืนรัฐด้วย โดยขณะนี้ได้มีรายใหม่ๆ เข้ามาทำตลาดกันจำนวนมาก ทำให้เกิดการแข่งขันสูงขึ้น

พร้อมทิ้งท้ายว่า การจะทำให้โซลาร์รูฟท็อปเป็นที่นิยม ขึ้นอยู่กับ 3 ปัจจัยที่เป็นตัวแปรหลัก คือ ค่าไฟฟ้า การส่งเสริมจากภาครัฐ และราคาแบตเตอรี่ที่ส่งผลต่อต้นทุนสูง ทำให้ไม่คุ้มกับค่าไฟที่เสียในปัจจุบัน เว้นแต่รัฐจะอุดหนุนเต็มที่ ก็จะเป็นแรงส่งให้คนหันมาติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปในบ้านมากขึ้นตามที่คาดหวังไว้

นี่เป็นเพียงทางเลือกหนึ่ง สะท้อนให้เห็นถึงแรงขับเคลื่อน “พลังงานสะอาด” ที่จะเข้ามามีบทบาทในอนาคต

สนใจอยากฟังเนื้อหาเต็มๆ จากวิทยากรแถวหน้าได้ที่งาน “Energy For Tomorrow วาระโลก-วาระประเทศไทย 2023” ในวันพุธที่ 26 ตุลาคม 2565 เวลา 13.00-16.15 น. ณ สามย่านมิตรทาวน์ ฮอลล์ 1 (ชั้น 5) ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ สแกนคิวอาร์โค้ดลงทะเบียนได้แล้วที่นี่