สรรพากร ดันเลิกลดหย่อน-เว้นภาษี อุดรายได้รัฐไม่ทันรายจ่าย
เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม นายลวรณ แสงสนิท อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยถึงกรณีกระทรวงคลังจะพิจารณายกเลิกค่าลดหย่อนและยกเว้นทางภาษี บางรายการ ว่า เห็นด้วยและมีความจำเป็นต้องทบทวน เพราะค่าลดหย่อนหรือการยกเว้นทางภาษีบางเรื่องเป็นการให้สิทธิประโยชน์มาเป็นเวลายาวนานมากแล้ว
นายลวรณ กล่าวว่า กรมสรรพากรถือเป็นกรมจัดเก็บภาษีที่นำส่งรายได้ให้รัฐบาล ราว 70 % ของรายได้สุทธิ คาดว่าในปีงบประมาณ 2565 ที่สิ้นสุดไปแล้วเมื่อ 30 กันยายนที่ผ่านมานี้ คาดว่าการจัดเก็บรายได้ของกรมสรรพากร จะเกินกว่าเป้าหมายราว 2.6 แสนล้านบาท อย่างไรก็ตาม แม้ว่าผลการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลจะเกินกว่าเป้าหมาย แต่เป็นเพราะตั้งเป้าหมายต่ำ
การปรับโครงสร้างภาษีจึงมีความจำเป็น เพราะที่ผ่านมารายได้ของรัฐบาลขยายตัวไม่ทันรายจ่าย ทำให้รัฐบาลต้องจัดทำงบประมาณแบบขาดดุลมาอย่างยาวนาน ที่ผ่านมาการปฏิรูประบบภาษีของประเทศทำเป็นเรื่องๆ ไป ดังนั้นต้องดำเนินการปรับปรุงทั้งโครงสร้างภาษีให้เป็นสากล รวมถึงปรับปรุงประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษีให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นด้วย
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง กล่าวว่า สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ได้ศึกษาพบว่า สัดส่วนรายได้รัฐบาลสุทธิต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมประเทศ (จีดีพี) ลดลงต่อเนื่อง โดยในปีงบประมาณ 2565 อยู่ที่ระดับ 14.64 %ต่ออจีดีพี และคาดว่าจะลดลงเหลือ 13.31% ในปีงบประมาณ 2569 ซึ่งเป็นเหตุผลหนึ่งจำเป็นต้องปฏิรูปภาษี
ขณะที่ข้อมูลจากสำนักงบประมาณ พบว่า นับตั้งแต่ปี 2542 หรือหลังวิกฤตต้มยำกุ้งมาได้สองปี รัฐบาลไทยตั้งงบประมาณแบบขาดดุลมาโดยตลอด จนถึงล่าสุดปีงบประมาณ 2566 ก็ยังคงตั้งงบประมาณแบบขาดดุล 6.95 แสนล้านบาท คิดเป็น 22 % ของงบประมาณรายจ่าย

