นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ขณะนี้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) อยู่ระหว่างหารือกับผู้ประกอบการภาคเอกชนและหน่วยงานภาครัฐ เพื่อหารูปแบบในการจัดงานส่งเสริมการท่องเที่ยวในช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่(เคานท์ดาวน์) เบื้องต้นททท. เสนอให้มีการจัดงานภายใต้แนวคิด”แสงเทียนแห่งสยาม” ซึ่งจะไม่เน้นการมีกิจกรรมงานรื่นเริง การจุดพลุต่างๆ แต่จะให้น้ำหนักในเรื่องการทำบุญสวดมนต์ข้ามปี เพื่อเป็นการแสดงพลังของประชาชนชาวไทยที่สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
“จากข้อมูลของททท. พบว่า แนวคิดแสงเทียนแห่งสยาม ได้รับความสนใจจากหน่วยงานต่างๆ อาทิ สมาคมผู้ประกอบวิสาหกิจในย่านราชประสงค์ (อาร์เอสทีเอ) กระทรวงวัฒนธรรม กรุงเทพมหานคร ซึ่งจะมีการประชุมรายละเอียด เพื่อหาข้อสรุปอีกครั้งในเร็วๆ นี้ โดยรูปแบบของการจัดกิจกรรมดังกล่าว จะใช้พื้นที่บริเวณสนามหลวง เป็นสถานที่หลักในการจัดกิจกรรม โดยจะประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติมาร่วมสวดมนต์ข้ามปี และต่อเนื่องด้วยการจุดเทียน คาดว่าในบริเวณพื้นที่สนามหลวงจะมีผู้มาเข้าร่วมงานไม่ต่ำกว่า 1 แสนคน”นางกอบกาญจน์ กล่าว
นางกอบกาญจน์ กล่าวว่า นอกจากนี้ ททท.จะขอความร่วมมือตลอดจนส่งข้อมูลแนะนำเรื่องนี้ไปยังหน่วยงานภาคเอกชนต่างๆ ซึ่งตามปกติจะมีการจัดงานเคานท์ดาวน์อยู่แล้ว อาทิ เคานท์ดาวน์บริเวณเซนทรัลเวิลด์ หรือพื้นที่จัดงานหลักในต่างจังหวัดให้ใช้รูปแบบเดียวกัน เพื่อทำให้การเคานท์ดาวน์ครั้งนี้ยังถือเป็นกิจกรรมที่สร้างการรับรู้ให้นักท่องเที่ยวต่างชาติได้เห็นว่าประเทศไทยยังมีงานจัดกิจกรรมท่องเที่ยวได้ตามปกติ และเป็นกิจกรรมที่สร้างประวัติศาสตร์กับคนไทยและนักท่องเที่ยว ที่จะได้ประสบการณ์อีกด้านกลับไปพร้อมความรู้สึกดีๆ
“กระทรวงได้หารือกับเอกอัครราชทูตประเทศต่างๆ ที่ประจำในเมืองไทย ตลอดจนบล็อกเกอร์ด้านการท่องเที่ยวชื่อดังจากทั่วทุกมุมโลก รวมถึงกลุ่มไทยแลนด์แฟนคลับ เพื่อรายงานสถานการณ์ต่างๆ ในประเทศไทยให้ได้รับรู้โดยเฉพาะประเด็นสำคัญของเมืองไทยที่เกิดขึ้นในตอนนี้ แต่ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการท่องเที่ยวของต่างชาติแต่อย่างใด กิจกรรมท่องเที่ยวต่างๆยังมีเหมือนเดิม นอกจากนี้ ช่วงต้นปีหน้า ก็จะมีการเชิญทูตประเทศต่างๆ ไปท่องเที่ยวใน 70 เส้นทางตามรอยพระบาทด้วย อย่างไรก็ตาม กระทรวงคาดว่าในปี 2559 นี้ รายได้จากภาคท่องเที่ยวยังเป็นไปตามเป้าหมายที่คาดการณ์ไว้ 2.48 ล้านบาท เป็นรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ 1.62 ล้านล้านบาท และเป็นรายได้จากนักท่องเที่ยวไทย 8.59 แสนล้านบาท”นางกอบกาญจน์ กล่าว
รายงานข่าวจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.)ระบุว่า ททท.เปิดกว้างให้เอกชนมาเข้าร่วมในการจัดกิจกรรมแสงเทียนแห่งสยาม โดยถ้าเข้าร่วมในรูปแบบดังกล่าวททท.ก็จะสนับสนุนงบประมาณให้เหมือนการสนับสนุนงานเคานท์ดาวน์ในปีต่างๆ ที่ผ่านมา
นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการททท.กล่าวว่า ตนได้สั่งการให้สำนักงานททท.ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยตลาดต่างประเทศให้ทางสำนักงานททท. ไปหาแผนกระตุ้นนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เดินทางมาท่องเที่ยวไทยเพิ่มจากเป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้อีก 3 แสนคน แบ่งเป็น 3 ตลาดหลักได้แก่ ตลาดแรก คือ ตลาดนักท่องเที่ยวจีนที่ได้สั่งการ ให้ 5 สำนักงานททท.ในสาธารณรัฐประชาชนจีน ต้องไปหากลุ่มนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางด้วยตนเอง(เอฟไอที) และกลุ่มนักท่องเพื่อเป็นรางวัล (อินเซนทีฟ) ในแต่ละสำนักงาน สำนักงานละ 2 หมื่นคน รวมทั้งสิ้น 1 แสนคน
ส่วนตลาดที่ 2 ยังคงเป็นตลาดจีน แต่จะเป็นการทำตลาดท่องเที่ยวออนไลน์ต่างๆอาทิ อาลีทริป ซีทริป ที่เป็นองค์การเอกชนที่ทำตลาดออนไลน์ท่องเที่ยว ตั้งเป้าในตลาดออนไลน์จีนนี้อีก 1 แสนคน และตลาดสุดท้ายคือ ตลาดอาเซียน ที่ได้สั่งการให้ททท.ทุกสำนักงานในอาเซียน โดยเฉพาะฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ มาเลเซีย ไปวางแผนกระตุ้นตลาดอาเซียนให้เดินทางมาเที่ยวไทยเพิ่มตั้งเป้าในตลาดอาเซียนไว้ที่ 1 แสนคน ซึ่งทั้ง 3 ตลาดดังกล่าว คาดว่าจะช่วยให้ประเทศไทยมีรายได้สะพัดด้านการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 1.5 หมื่นล้านบาท
นายยุทธศักดิ์ กล่าวว่า สำหรับที่ตลาดในประเทศ ตนได้มอบหมายให้ทั้ง 5 ภูมิภาค เพิ่มจำนวนคนไทยเที่ยวไทยในแต่ละภูมิภาคเพิ่มอีก 5 หมื่นคนครั้ง รวมแล้วจะต้องมีคนไทยท่องเที่ยวเพิ่ม 250,000 คนครั้ง ขณะเดียวกัน ททท. จะจัดกิจกรรมการแสดงดนตรีแจ๊สแห่งความทรงจำเป็นบรรยากาศสบายๆ ตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ โดยเฉพาะในภาคตะวันออก ซึ่งคาดว่า จะมีคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวรวมกว่า 5-7 หมื่นคน อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าช่วงนี้อยู่ในระหว่างการปรับตัวจากการปราบปรามเรื่องทัวร์ศูนย์เหรียญ ทำให้มีจำนวนนักท่องเที่ยวจีนลดลงไปบ้าง แต่ทั้งนี้ ททท.ก็พยายามหากิจกรรมต่างๆมาเพิ่ม พร้อมกับสร้างการรับรู้เรื่องการปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญที่ถูกต้อง ว่าเป็นการปรับไปสู่ตลาดคุณภาพ
“ททท. ไม่ได้หยุดนิ่ง แต่ยังกระตุ้นการทำงานเชิงรุกอย่างจริงจัง ด้วยการเดินหน้าหานักท่องเที่ยวเพิ่มแทนตลาดจีน แม้ตอนนี้ตลาดจีนจะไม่ได้มีจำนวนนักท่องเที่ยวลดลงจากปีที่แล้ว โดยขณะนี้มีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางมาแล้วกว่า 7.8 ล้านคน มากกว่าทั้งปี 2558 มีคนจีนเที่ยวไทย 7.3 ล้านคน และตัวนักท่องเที่ยวจีนเองก็ยังให้ความสนใจมาท่องเที่ยวไทยอยู่”นายยุทธศักดิ์กล่าว

