นางสาววรางคณากล่าวว่า นโยบายการดำเนินธุรกิจของ XSpring AMC จะครอบคลุม ทั้งในส่วนของ NPL และทรัพย์สินรอการขาย (NPA) โดยปีนี้ในช่วงครึ่งปีแรก บริษัทมีหนี้สำหรับการบริหารในพอร์ตอยู่จำนวนประมาณ 200 ล้านบาท รวมที่ประมูลเพิ่มมาได้อีกกว่า 300 ล้านบาท ส่งผลให้ปัจจุบันมีหนี้ในพอร์ตมูลค่ารวมประมาณ 500 ล้านบาท อย่างไรก็ดีจะเห็นว่าสัญญาณการขายพอร์ตหนี้เสียของสถาบันการเงินในไตรมาส 4 เริ่มมีมากขึ้น ซึ่งแตกต่างจากครึ่งปีแรกที่ปริมาณหนี้เสียที่ถูกนำออกมาขายมีจำนวนไม่มาก เนื่องจากนโยบายผ่อนปรนให้กับลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 ในช่วงก่อนหน้านี้ แต่มองว่าหลังจากนี้ไปอีก 2-3 ปีข้างหน้า จำนวน NPL และ NPA จะเริ่มสะท้อนความเป็นจริงมากขึ้น จึงประเมินว่าครึ่งปีหลังพอร์ตหนี้ของ XSpring AMC จะเป็นไปตามเป้าหมายทั้งปีที่วางไว้แน่นอน
“ธุรกิจของ XSpring AMC จะสนับสนุนให้ XPG มีบริการด้านการเงินครบวงจร โดย XSpring AMC มีจุดแข็งในการบริหารสินทรัพย์ ที่ทำงานใกล้ชิดกับบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญด้านการบริหารการเงินและการลงทุน อย่างบริษัทแม่ คือ เอ็กซ์สปริง แคปปิตอล นอกจากนี้ XPG ยังมีกลุ่มผู้ถือหุ้นที่มีประสบการณ์ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ทำให้ทราบถึงข้อมูลสภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ นอกจากนี้ ยังมีความได้เปรียบด้านการปรับปรุงทรัพย์สินรอการขายให้กลับมามีสภาพเหมือนใหม่และมีความทันสมัยก่อนนำออกขายสู่ตลาดอีกครั้ง ซึ่งสามารถเพิ่มมูลค่าให้กับทรัพย์ได้ค่อนข้างมาก”
นาวสาววรางคณากล่าวว่า บริษัทมองว่าภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันจะส่งผลให้ธุรกิจบริหารสินทรัพย์เติบโตได้ดี จากการที่สถานการณ์เศรษฐกิจในประเทศและทั่วโลกได้รับผลกระทบต่อเนื่องมาจากวิกฤตการระบาดของโควิด-19 จนถึงวิกฤตเงินเฟ้อ จึงทำให้มีหนี้เสียเข้ามาในระบบทั้ง NPL และ NPA เพิ่มมากขึ้น ถึงแม้ว่าช่วงที่ผ่านมาสถาบันการเงินจะมีนโยบายผ่อนปรนเพื่อช่วยให้ลูกหนี้ไม่ให้กลายเป็นหนี้เสียมากกว่าปกติ แต่ก็มีลูกหนี้หลายรายที่แบกรับภาระหนี้ไม่ไหว จนทำให้ลูกหนี้เข้ามาอยู่ในระบบ NPL ซึ่งในธุรกิจบริหารจัดการหนี้ด้อยคุณภาพนั้น มีความคล่องตัว สามารถนำมาคัดแยกและบริหารจัดการต่อได้ดีกว่า ช่วยทำให้การขับเคลื่อนเศรษฐกิจองค์รวมขับเคลื่อนต่อไปได้

