หน้าแรก เศรษฐกิจ คลัง เผย มาตร...

คลัง เผย มาตรการช่วยน้ำท่วม จาก 13 หน่วยงาน

19.10.22 | 06:01 น.

คลัง เผย มาตรการช่วยน้ำท่วม จาก 13 หน่วยงาน

นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในวันนี้รัฐมนตรีกว่าการกระทรวงการคลังได้นำเสนอมาตรการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยปี 2565 ของกระทรวงการคลัง และหน่วยงานในสังกัดต่อคณะรัฐมนตรี โดยสรุปได้ดังนี้

1.กรมสรรพากร
1.1.มาตรการปัจจุบัน ได้แก่ มาตรการสนับสนุนการบริจาคให้แก่ส่วนราชการหรือองค์การสาธารณกุศลเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย มาตรการสนับสนุนการบริจาคผ่านบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น ซึ่งเป็นตัวแทนรับบริจาคเพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย และมาตรการยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่ผู้ประสบอุทกภัย

1.2.มาตรการที่อยู่ระหว่างพิจารณา ได้แก่ การขยายกำหนดเวลาการยื่นแบบแสดงรายการและชำระภาษี สำหรับผู้อยู่ในพื้นที่อุทกภัย รวมทั้ง การหักลดหย่อนค่าซ่อมแซมอสังหาริมทรัพย์ และหักลดหย่อนค่าซ่อมแซมรถของบุคคลธรรมดาที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย

2.กรมศุลกากร
การยกเว้นอากรศุลกากรสำหรับของที่นำเข้ามา เพื่อบริจาคให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ปี 2565

3.กรมสรรพสามิต
ผู้ประกอบอุตสาหกรรมและผู้ประกอบกิจการสถานบริการในจังหวัดที่มีการประกาศเขตพื้นที่ประสบอุทกภัยตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน-31 ตุลาคม 2565 ได้รับการขยายกำหนดเวลาการยื่นแบบรายการภาษีและ
ชำระภาษี จากเดิมวันที่ 11-31 ตุลาคม 2565 ออกไปเป็นภายในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2565 และขยายกำหนดเวลาในการยื่นงบเดือนจากเดิมในเดือนตุลาคม 2565 ออกไปเป็นภายในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2565

Advertisement

4. กรมบัญชีกลาง
มาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติฉุกเฉิน โดยเมื่อผู้ว่าราชการจังหวัดประกาศให้ท้องที่นั้นเป็นเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติฉุกเฉิน สามารถใช้จ่ายเงินทดรองราชการในอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัด
จำนวน 20,000,000 บาท เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในด้านการดำรงชีพ ด้านการแพทย์และสาธารณสุข
และด้านการเกษตร

5. กรมธนารักษ์
มาตรการช่วยเหลือผู้เช่าที่ราชพัสดุที่ประสบอุทกภัย โดย ยกเว้นค่าเช่าสูงสุด 2 ปี ได้แก่ 1) กรณีผู้เช่าที่ดินราชพัสดุเพื่ออยู่อาศัย หากเสียหายบางส่วนให้ยกเว้นค่าเช่า เป็นระยะเวลา 1 ปี และเสียหายทั้งหลังให้ยกเว้นค่าเช่าเป็นระยะเวลา 2 ปี 2) กรณีผู้เช่าที่ดินราชพัสดุเพื่อประกอบการเกษตร หากพืชหรือผลผลิตได้รับความเสียหายให้ยกเว้นการเก็บค่าเช่าเป็นระยะเวลา 1 ปี 3) กรณีผู้เช่าอาคารราชพัสดุและผู้เช่าที่ดินเพื่อประโยชน์อย่างอื่น หากไม่สามารถดำเนินกิจการได้ให้ยกเว้นการเรียกเก็บค่าเช่าเป็นรายเดือนตามข้อเท็จจริง และ 4) กรณีผู้เช่าไม่สามารถชำระค่าเช่า ค่าธรรมเนียม หรือเงินอื่นใดที่ต้องชำระภายในกำหนดเวลาโดยเหตุมาจากอุทกภัยให้ยกเว้นการคิดเงินเพิ่ม

6. การยาสูบแห่งประเทศไทย
มาตรการช่วยเหลือพนักงานยาสูบและครอบครัวเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากการดำรงชีพและ
ความเสียหายของทรัพย์สินหรือที่อยู่อาศัย และประชาชนทั่วไปในพื้นที่ประสบอุทกภัย โดยการแจกจ่ายถุงยังชีพแก่ผู้ประสบอุทกภัยและผู้ประสบปัญหาในการดำรงชีพในพื้นที่ต่าง ๆ

อ่าน

7. ธนาคารออมสิน
7.1.มาตรการพักชำระหนี้ จ่ายเฉพาะดอกเบี้ย 10-100% และกรณีอยู่ระหว่างจ่ายดอกเบี้ย สามารถขอลดการชำระเงินงวด 50% ตามเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด

7.2 มาตรการสินเชื่อเพื่อผู้ประสบภัยพิบัติ อัตราดอกเบี้ย 0% ต่อเดือน เป็นระยะเวลา 1 ปี โดยปลอดชำระค่างวด 3 งวดแรก วงเงินกู้รายละไม่เกิน 5 หมื่นบาท

7.3 มาตรการสินเชื่อเพื่อผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ที่ประสบภัยพิบัติ อัตราดอกเบี้ย 3.50% ต่อปี เป็นระยะเวลา 2 ปี โดยปลอดชำระเงินต้นในปีแรก วงเงินกู้สูงสุด 10% ของวงเงินกู้เดิมหรือไม่เกิน 5 ล้านบาท

7.4 มาตรการสินเชื่อเคหะแก่ผู้ประสบภัยพิบัติ อัตราดอกเบี้ย 3.49% เป็นระยะเวลา 3 ปี เพื่อซ่อมแซมต่อเติมที่อยู่อาศัยส่วนที่เสียหายได้ 100% ของหลักประกัน

7.5 มาตรการสินเชื่อบุคคลแก่ผู้ประสบภัยพิบัติ อัตราดอกเบี้ย 3.99% เป็นระยะเวลา 3 ปี วงเงินกู้รายละไม่เกิน 5 แสนบาท สำหรับประชาชนทั่วไปที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย
ทั้งนี้ สามารถยื่นคำขอสินเชื่อภายใน 3 เดือนนับตั้งแต่วันที่ประกาศภัยพิบัติหรือวันที่ประสบภัยพิบัติ

8. ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.)
8.1.มาตรการพักชำระหนี้ โดยการพักชำระหนี้ไม่เกิน 12 เดือน และไม่คิดดอกเบี้ยปรับ

8.2.มาตรการสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน ปี 2565-2566 อัตราดอกเบี้ย 0% ต่อปี
เป็นระยะเวลา 6 เดือน วงเงินกู้รายละไม่เกิน 5 หมื่นบาท

8.3 มาตรการสินเชื่อฟื้นฟูและพัฒนาคุณภาพชีวิต อัตราดอกเบี้ย MRR – 2% หรือประมาณ 4.50% ต่อปี เพื่อเป็นค่าซ่อมแซมบ้านเรือนและทรัพย์สิน วงเงินกู้รายละไม่เกิน 5 แสนบาท

9. ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)
9.1 มาตรการลดเงินงวดและลดอัตราดอกเบี้ย 50% จากเงินงวดที่ชำระปกติ และลดอัตราดอกเบี้ย
เงินกู้เหลือ 3% ต่อปี เป็นระยะเวลา 6 เดือน กรณีหลักประกันของตนเองหรือคู่สมรสได้รับความเสียหาย และอยู่ระหว่างจ่ายดอกเบี้ยตามสัญญาแบบลอยตัว

9.2 มาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ อัตราดอกเบี้ย 3% ต่อปี เป็นระยะเวลา 1 ปี กรณีปลูกสร้างอาคารทดแทนอาคารเดิม หรือกู้ซ่อมแซมอาคารที่ได้รับความเสียหาย โดยกำหนดวงเงินกู้ต่อรายไม่เกิน 1 ล้านบาท

9.3 มาตรการประนอมหนี้ สำหรับลูกค้าที่ค้างชำระเงินงวดติดต่อกันมากกว่า 3 เดือน หรือมีสถานะ
อยู่ระหว่างประนอมหนี้

9.4 มาตรการสินไหมเร่งด่วน จะได้รับค่าสินไหมเร่งด่วนกรณีพิเศษ กรณีทำกรมธรรม์ประกันอัคคีภัย
ซึ่งคุ้มครองภัยธรรมชาติ สำหรับลูกหนี้ที่เป็นผู้ประสบภัย

10. ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.)
10.1 มาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ พักชำระเงินต้น
เป็นระยะเวลา 6 เดือน สำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในเขตพื้นที่ที่ธนาคารกำหนด
10.2 มาตรการสินเชื่อ เอสเอ็มอี รี-สตาร์ท SMEs Re-Start อัตราดอกเบี้ยต่ำสุด 5.5% ต่อปี ปลอดระยะเวลาชำระเงินต้น 2 ปี วงเงินกู้ต่อรายไม่เกิน 5 ล้านบาท

11. ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์)
มาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากอุทกภัย 2565 ได้รับการพักชำระหนี้เงินต้น ชำระเฉพาะกำไร เป็นระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือน และได้รับการยกเว้นค่าชดเชยผิดนัดชำระ ที่สำหรับบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่เป็นลูกค้าสินเชื่ออุปโภคบริโภค

12. ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.)
12.1 มาตรการเพิ่มวงเงินหมุนเวียนชั่วคราว สูงสุด 20% ของวงเงินหมุนเวียนเดิมแต่ไม่เกิน 2 ล้านบาท

12.2 มาตรการเพิ่มวงเงินกู้ อัตราดอกเบี้ยขั้นต่ำ (Prime Rate) หรือประมาณ 5.75% โดยปลอดชำระเงินต้นสูงสุด 3 เดือน วงเงินกู้เพิ่มเติมสูงสุดไม่เกิน 2 ล้านบาท

12.3 มาตรการลดเงินต้นและดอกเบี้ย สูงสุด 50% เป็นระยะเวลา 1 ปี

12.4 มาตรการขยายระยะเวลาตั๋วสัญญาใช้เงิน สูงสุด 180 วัน
ทั้งนี้ หากลูกค้าตามข้อ 12.3 และ 12.4 ชำระหนี้ได้ปกติ จะได้รับส่วนลดอัตราดอกเบี้ยคืน (Rebate) 2% ต่อปี โดยสามารถยื่นคำขอเข้าร่วมมาตรการได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

13. บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.)
13.1 มาตรการพักชำระค่าธรรมเนียมการค้ำประกันสินเชื่อและค่าจัดการค้ำประกัน เป็นระยะเวลา 6 เดือน สำหรับผู้ประกอบการ เอสเอ็มอีปัจจุบันของ บสย. ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ปี 2565

13.2 มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ บสย. สามารถขอปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ยืดหนี้ และลดอัตราดอกเบี้ยได้ต่ำสุด 0% ต่อปี เป็นระยะเวลาไม่เกิน 7 ปี

“มาตรการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยปี 2565 ของกระทรวงการคลังจะสามารถช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบได้ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย เช่น ประชาชน เกษตรกร ผู้ประกอบการรายย่อย เอสเอ็มอี เป็นต้น ซึ่งจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย ทำให้มีเงินหมุนเวียน ช่วยฟื้นฟูกิจการ รวมถึงปรับปรุงและซ่อมแซมอาคาร เพื่อให้สามารถประกอบอาชีพต่อไปได้” นายพรชัย กล่าว