“ศรีสุวรรณ จรรยา” และพวก 21 คน ฟ้องกราวรูด รมต.พลังงาน-หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง-กฟผ. ทำแผนพีดีพี 2015 สำรองไฟฟ้าเกินความจำเป็น ไม่เลิกแผนสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน ส่อทำรัฐสูญเงินเกือบ 3.5 แสนล้าน

17.11.16 | 11:14 น.

เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนได้ร่วมฟ้องคดีกับพวกรวม 21 คน ต่อศาลปกครองกลาง ฟ้องร้องรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(เรกูเลเตอร์) และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) เนื่องจากการกระทำของผู้ถูกฟ้องทั้ง 5 เข้าข่ายหน่วยงานทางปกครอง หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหน้าที่และใช้ดุลยพินิจโดยไม่ชอบ อันเป็นการกระทำทางปกครองที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายตามนัยยะของมาตรา 9 (1) แห่งพ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 และแก้ไขเพิ่มเติม

ในคำฟ้องมีการระบุถึงการจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ พ.ศ. 2558-2579 หรือพีดีพี 2015 การสำรองไฟฟ้ากับการพยากรณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้า สวนทางและไม่เป็นเหตุเป็นผลกัน โดยพีดีพี 2015 พยากรณ์ว่าภาวะเศรษฐกิจจะถดถอยกว่าที่เคยพยากรณ์ไว้ในอดีต ดังนั้นจึงมีความต้องการใช้ไฟฟ้าลดน้อยลงอย่างมาก แต่แผนยังคงจำนวนปริมาณกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมของประเทศเท่าเดิม จะทำให้ปริมาณไฟฟ้าสำรองอยู่ที่ประมาณ 21-35% ของความต้องการใช้ไฟฟ้า ซึ่งถือว่าเกินกว่าความจำเป็นมาก ผู้ฟ้องจึงเห็นว่าควรยกเลิกแผนการก่อสร้างโรงไฟฟ้า(ที่ใช้ถ่านหินและก๊าซธรรมชาติ)ในอนาคตที่ยังไม่มีการเซ็นสัญญา หรือเลื่อนกำหนดการจ่ายไฟของโรงไฟฟ้าเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่ลดลงของประเทศ แต่ปรากฏว่าผู้ถูกฟ้องคดีทั้ง5 ร่วมกันจัดทำแผนพีดีพี 2015 ไปในทิศทางตรงกันข้าม คือเลื่อนกำหนดการจ่ายไฟของโรงไฟฟ้าที่ยังไม่มีความจำเป็นให้จ่ายไฟได้เร็วขึ้น จากที่กำหนดไว้ในแผนพีดีพี 2010 ส่งผลให้ช่วงปี 2559-2569 ที่ความต้องการใช้ไฟฟ้าค่อนข้างต่ำ ปริมาณไฟฟ้าสำรองจึงสูงถึง 30-39%

คำฟ้องระบุว่า ผู้ฟ้องคดีไม่เข้าใจว่าทั้งๆที่ความต้องใช้ไฟฟ้าในช่วงปี 2559-2569 ลดลงจากเดิมถึงประมาณ 5,000 เมกะตต์ แต่ทำไมผู้ถูกฟ้องจึงเร่งโรงไฟฟ้าให้จ่ายไฟเร็วขึ้นในช่วงดังกล่าวสูงสุดถึงเกือบ 4,000 เมกะวัตต์ จึงมอบว่าการกระทำของผู้ถูกฟ้องคดีดังกล่าวเข้าข่ายเป็นการกระทำทางปกครองที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะการกำหนดให้มีโรงไฟฟ้าตามแผนพีดีพี 2015 ทั้งที่ไม่มีความจำเป็นต้องดำเนินการ จะทำให้ประเทศชาติต้องเสียหายเพราะต้องลงทุนก่อสร้างจากงบประมาณแผ่นดินสูงถึง 349,600 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นการก่อหนี้สาธารณะโดยไม่จำเป็น