หน้าแรก เศรษฐกิจ ตะลึง พบข้อมู...

ตะลึง พบข้อมูลเกษตรกรไทย 41% ค้างชำระหนี้ยาว 4 ปี เตือนส่งผลหนี้ครัวเรือนพุ่ง

20.10.22 | 15:45 น.

‘นักวิชาการ’ ผ่ากับดักหนี้ภาคเกษตร พบค้างชำระหนี้ยาว 4 ปี กว่า 41% ชี้หากยังมีนโยบายพักหนี้ต่อ เชื่อหนี้สะสมพุ่งต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงานใหญ่ น.ส.โสมรัศมิ์ จันทรัตน์ ผู้อำนวยการวิจัย สถาบันวิจัยเศรษฐกิจ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ เปิดเผยว่า ทางสถาบันได้ใช้ข้อมูลขนาดใหญ่ร่วมกับการสำรวจภาคสนามเพื่อศึกษาพัฒนาการทางเศรษฐกิจการเงินของครัวเรือนเกษตรกรไทยกว่า 6 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ ซึ่งปัจจุบันมีปัญหาหนี้สินกันในวงกว้าง และศึกษากลไกการติดกับดักหนี้ ซึ่งกำลังจะกลายเป็นกับดักแห่งการพัฒนาของครัวเรือนกลุ่มนี้ โดยพบว่า 3 ปัญหาท้าทายการบริหารจัดการทางการเงินของครัวเรือนเกษตรกรไทย ได้แก่ 1.รายได้น้อย ไม่พอใช้จ่ายจำเป็น และไม่พอชำระหนี้ 2.รายได้ไม่สม่ำเสมอ ทำให้มีปัญหาสภาพคล่องในหลายเดือนต่อปี และ 3.รายได้ทั้งในและนอกภาคเกษตรมีความไม่แน่นอนสูง และมีความเสี่ยงเชิงระบบที่อาจบริหารจัดการยาก อาทิ ความเสี่ยงด้านภัยพิบัติและความเสี่ยงด้านราคาสินค้าเกษตร โดยข้อมูลพฤติกรรมการเงินรายเดือนแสดงให้เห็นว่า ครัวเรือนเกษตรกรกว่า 18% มีรายได้ไม่พอจ่ายในทุกๆ เดือน ขณะที่ 67% มีปัญหาสภาพคล่องระหว่างเดือน และมีเพียง 15% เท่านั้นที่ยังคงมีรายได้พอจ่ายทุกเดือน แต่ทุกกลุ่มก็มีรายได้ที่ไม่แน่นอน และเปราะบางสูง

“ซึ่งอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้หนี้ในกลุ่มเกษตรกรพุ่งสูงขึ้น คือนโยบายการพักชำระหนี้ที่สามารถให้พักชำระได้สูงสุด 7 ปี แต่ปัจจุบันจากข้อมูลพบว่ามีเกษตรกรกว่า 41% ค้างชำระหนี้ยาวถึง 4 ปี ซึ่งสถาบันทางการเงินที่เกษตรกรเลือกที่จะพักชำระหนี้มากที่สุดคือสถาบันทางการเงินของรัฐบาล เนื่องจากกฎระเบียบไม่ได้เข้มข้นขนาดสถาบันการเงินอื่นๆ อาทิ กองทุนหมู่บ้าน หรือนอกระบบ จึงทำให้หากยังมีนโยบายนี้ต่อไปจะส่งผลให้หนี้ครัวเรือนในภาคเกษตรส่วนนี้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องได้” น.ส.โสมรัศมิ์กล่าว

สำหรับสาเหตุที่ทำให้เกษตรกรเป็นหนี้สูง ส่วนหนึ่งเกิดจากเครื่องมือทางการเงินยังไม่ตอบโจทย์ แต่กลับนำมาซึ่งปัญหาหนี้ โดยครัวเรือนเกษตรกรมีความตระหนักรู้ทางการเงินน้อย และยังไม่สามารถใช้การออมและประกันภัยมาช่วยจัดการปัญหาการเงินได้ ครัวเรือนส่วนใหญ่ออมน้อย และไม่ได้ออมเป็นสินทรัพย์ทางการเงิน ทำให้ผลตอบแทนต่ำ มีความเสี่ยงสูง หรือสภาพคล่องต่ำ การทำประกันภัยก็ยังไม่ครอบคลุมความเสี่ยงของรายได้ ที่ผ่านมาครัวเรือนจึงใช้สินเชื่อเป็นเครื่องมือหลักในการบริหารจัดการทางการเงิน และสามารถเข้าถึงสินเชื่อได้จากสถาบันการเงินที่หลากหลายทั้งในและนอกระบบ ทำให้กว่า 90% มีหนี้สิน มีหนี้เฉลี่ยปริมาณมากถึง 450,000 บาท และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา โดยหนี้ที่เพิ่มขึ้นมาจากหนี้เดิมที่ชำระไม่ได้ และหนี้ใหม่ที่ก่อเพิ่มทุกปี แสดงให้เห็นว่าครัวเรือนเกษตรกรกำลังใช้สินเชื่อกันอย่างไม่ยั่งยืน

ทั้งนี้ จากปัญหาเศรษฐกิจการเงินครัวเรือนและปัญหาของระบบการเงินฐานราก ที่เกิดขึ้นนำไปสู่กับดักหนี้และกับดักแห่งการพัฒนา งานวิจัยนี้แสดงให้เห็นถึงกลไกการติดกับดักหนี้ที่เริ่มจากปัญหาของครัวเรือนเกษตรกร การใช้เครื่องมือทางการเงินที่ไม่เหมาะสมในการจัดการกับปัญหาทางการเงิน ประกอบกับความไม่มีประสิทธิภาพของระบบการเงินฐานราก จนทำให้ครัวเรือนใช้สินเชื่อกันจนเกินศักยภาพและมีปัญหาหนี้ ซึ่งย้อนกลับมาทำให้ปัญหาเศรษฐกิจการเงินครัวเรือนรุนแรงขึ้น จนกลายเป็นวงจร นอกจากนี้ การติดกับดักหนี้ ทำให้ภูมิคุ้มกันของครัวเรือนลดลง ฉุดรั้งการเข้าถึงโอกาสในการเพิ่มศักยภาพ การพัฒนาคุณภาพชีวิต และกำลังกลายเป็นกับดักแห่งการพัฒนา

Advertisement

น.ส.โสมรัศมิ์กล่าวอีกว่า ดังนั้น หากต้องการช่วยให้ครัวเรือนเกษตรกรไทยหลุดพ้นจากกับดักเหล่านี้และสามารถใช้เครื่องมือทางการเงินเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ต้องแก้ให้ครบวงจร ทั้งปัญหาระบบการเงินฐานราก ปัญหาหนี้ และปัญหาเศรษฐกิจการเงินครัวเรือน อาทิ การปรับเปลี่ยนนโยบายช่วยเหลือของรัฐเพื่อสร้างแรงจูงใจที่ถูกต้องและสอดคล้องกัน จากนโยบายเดิมๆ ที่เน้นการช่วยเหลือระยะสั้น อาทิ การพักหนี้ที่มีมาอย่างต่อเนื่อง โดยงานวิจัยพบว่าอาจสร้างแรงจูงใจในการชำระหนี้ที่บิดเบี้ยวไปเป็นนโยบายที่เน้นช่วยให้ครัวเรือนสามารถชำระและปลดหนี้ได้ในระยะยาว ซึ่งหลังจากนี้ ธปท.จะเข้าไปช่วยเหลือและให้คำแนะนำ เช่น แนะนำธนาคารรัฐปรับกลไกลในการให้สินเชื่อแก่เกษตรกรใหม่ เป็นต้น และการแก้หนี้เดิมเพื่อให้ครัวเรือนสามารถปลดหนี้ได้ในที่สุด ซึ่งต้องให้ความสำคัญกับการมุ่งเป้าการปรับโครงสร้างหนี้ที่เหมาะสมกับศักยภาพและเป็นธรรม การสร้างแรงจูงใจ การสร้างความตระหนักรู้ และมีตัวกลางมาช่วยเกษตรกรแก้หนี้ร่วมกับสถาบันการเงิน ซึ่งหากสามารถดำเนินการได้เชื่อว่าปัญหาหนี้ครัวเรือนจะสามารถแก้ไขได้ในที่สุดอีกด้วย