“ส.ขอนแก่น” ประกาศลุยธุรกิจร้านอาหารจานด่วน เร่งขยายสาขาเพิ่ม ทั้งลงทุนเอง เปิดขายแฟรนไชส์ ตั้งเป้าโกยรายได้เฉียด 2 พันล้าน

17.11.16 | 11:42 น.

นายเจริญ รุจิราโสภณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ส. ขอนแก่นฟู้ดส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SORKON เปิดเผยว่า ปีนี้จะเป็นปีแห่งการลงทุนเพื่อเตรียมความพร้อมรุกขยายธุรกิจร้านอาหารบริการด่วน (QSR) ของกลุ่ม ส.ขอนแก่น ภายใต้แบรนด์ “ร้านแซ่บ คลาสสิก” และ “ร้านข้าวขาหมูยูนนาน” ให้เติบโตแบบก้าวกระโดดในปี 2560 โดยดึงผู้บริหารมืออาชีพมาเสริมทีมสร้างความแข็งแกร่ง รวมถึงจะลงทุนระบบเทคโนโลยีการบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพขึ้น รองรับแผนการรุกขยายสาขาทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งมีทั้งรูปแบบที่บริษัทเป็นผู้ลงทุนเอง และการเปิดขายแฟรนไชส์


นายเจริญ กล่าวถึงร้านแซ่บ คลาสสิก ซึ่งเป็นร้านอาหารไทยอีสานว่า บริษัทมีแผนขยายสาขาทั้งลงทุนเองและขายแฟรนไชส์ ตั้งเป้าเพิ่มอีก 4 สาขาในปีนี้ จากที่มีอยู่แล้ว 8 สาขา โดยจะลงทุนเอง 2 สาขา และเปิดขายแฟรนไชส์อีก 2 สาขา รวมทั้งจะมีการขยายสาขาเดิมที่ถนนสีลมไปเปิดร้านภายในศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ และเพิ่มเมนูอาหารไทย เช่น เมนูแกงมัสมั่น ผัดไท ที่เป็นเมนูยอดนิยมจากลูกค้าคนไทยและชาวต่างชาติ

ขณะที่ร้านข้าวขาหมูยูนนาน นายเจริญ กล่าวว่า จะเน้นเปิดร้านขนาดเล็กในรูปแบบการขายแฟรนไชส์ ใช้เงินลงทุนเพียง 89,000 บาท เพื่อรุกเข้าสู่แหล่งชุมชนรองรับแผนขยายธุรกิจ พร้อมปรับเปลี่ยนสาขาเดิมที่มีอยู่ 32 สาขาเป็นรูปแบบแฟรนไชส์ทั้งหมด โดยจะเพิ่มเมนูอาหารใหม่ ๆ ให้มีความหลากหลาย เช่น ติ่มซำ เมนูเกี่ยวกับผักต่างๆ เป็นต้น โดยในไตรมาส 4 นี้ จะขยายสาขาในรูปแบบแฟรนไชส์ที่ประเทศ สปป.ลาว เพิ่มขึ้นอีก 1 สาขาและกัมพูชาอีก 2 สาขา รวมเป็น 35 สาขา

“ปีนี้ถือเป็นปีแห่งการลงทุนเพื่อเตรียมความพร้อมรุกขยายธุรกิจด้าน QSR ทั้งในด้านบุคลากรที่ดึงมืออาชีพมาร่วมงานและช่วยวางแผนงานธุรกิจ รวมถึงได้ลงทุนระบบเพื่อรุกขยายร้านในรูปแบบแฟรนไชส์เพิ่มขึ้น และปรับเปลี่ยนทำเลร้านไปยังทำเลที่มีศักยภาพมากขึ้น เชื่อว่าจะช่วยผลักดันธุรกิจ QSR ให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด” นายเจริญ กล่าวและว่า สำหรับผลดำเนินงานงวด 9 เดือนของปีนี้ (มกราคม-กันยายน 2559) บริษัทมีกำไรสุทธิ 60.15 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 84.25 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ตั้งเป้ารายได้รวมที่ 1.95 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนมีรายได้รวม 1.74 พันล้านบาท โดยมีปัจจัยจากกลุ่มอาหารพื้นเมือง อาหารแช่แข็งพร้อมรับประทาน และกลุ่มร้านอาหารบริการด่วนที่ยังเติบโตได้ดี

Advertisement