ประชุมเอเปคคลังออกแถลงร่วมไม่ได้ จากประเด็นขัดแย้ง ‘รัสเซีย-ยูเครน’ เตรียมรวมผลประชุมด้าน ศก.เสนอประชุมสุดยอดผู้นำเอเปค พ.ย.นี้
เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเอเปค ครั้งที่ 29 (The 29th APEC Finance Ministers’ Meeting : APEC FMM) ว่าในการประชุมครั้งนี้ไม่สามารถออกเป็นแถลงการณ์ร่วมของที่ประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเอเปคได้ ออกได้เพียงแถลงการณ์ของประธานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเอเปคครั้งที่ 29 เท่านั้น เนื่องจากในที่ประชุมมีความเห็นที่หลากหลายในเรื่องความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครน
นายอาคมกล่าวว่า ส่วนผลการประชุมในประเด็นด้านเศรษฐกิจการบริหารการคลังนั้นยังคงมีความเห็นในเรื่องการสร้างความยั่งยืนทางการคลัง ซึ่งจะมีการรวบรวมผลการหารือในครั้งนี้เสนอต่อที่ประชุมสุดยอดผู้นำเอเปคที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธาน และประเทศไทยเป็นเจ้าภาพการประชุมในเดือนพฤศจิกายนนี้

“ประเด็นเศรษฐกิจ ได้แก่ 1.เศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจภูมิภาคเอเปค แม้ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จะคลี่คลายลง แต่ยังคงมีปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลให้เกิดการชะลอตัวทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเปค ได้แก่ ภาวะเงินเฟ้อที่มีผลต่อราคาพลังงาน และราคาอาหาร สถานการณ์ด้านภูมิรัฐศาสตร์สภาวะชะงักงันของอุปทาน รวมถึงภาวะทางการเงินที่เข้มงวดยิ่งขึ้น
“2.การเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน การเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสำหรับทุกภาคส่วนเป็นสิ่งสำคัญต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ 3.การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อมุ่งสู่การเป็นเศรษฐกิจดิจิทัล การพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลมาปรับใช้ในการดำเนินนโยบายช่วยเหลือต่างๆ มีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในช่วงของการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รวมถึงเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนและผู้ประกอบการในการเข้าถึงบริการของภาครัฐ อาทิ การจัดการด้านภาษี การระดมทุนผ่านระบบดิจิทัล” รมว.คลังกล่าว

นายอาคมกล่าวว่า 4.การดำเนินการตามแผนปฏิบัติการเซบูส่งเสริมการมีส่วนร่วมของสมาชิกเขตเศรษฐกิจเอเปคในการเสนอนโยบายที่จะดำเนินการภายใต้ยุทธศาสตร์การนำแผนปฏิบัติการเซบูสู่การปฏิบัติฉบับใหม่ โดยแต่ละเขตเศรษฐกิจได้เลือกประเด็นที่จะดำเนินการภายใต้เสาหลักของแผนปฏิบัติการเซบู ได้แก่ การส่งเสริมการรวมกลุ่มทางการเงิน การเร่งรัดการปฏิรูป และเพิ่มความโปร่งใสทางการคลัง การเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางการเงิน และการเร่งรัดการลงทุนและการระดมทุนเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และ 5.ประเด็นอื่นๆ เช่น การบริหารความเสี่ยงและการประกันภัยเพื่อรองรับความเสี่ยงจากภัยพิบัติ การเพิ่มความร่วมมือกับภาคเอกชนในการดำเนินงานของเอเปค

