หน้าแรก เศรษฐกิจ ‘แอตต้า’ อ้อน...

‘แอตต้า’ อ้อนรัฐขอของขวัญปีใหม่ติดอาวุธกระตุ้นท่องเที่ยว

24.10.22 | 08:42 น.

‘แอตต้า’ อ้อนรัฐขอของขวัญปีใหม่ติดอาวุธกระตุ้นท่องเที่ยว

นายศิษฎิวัชร ชีวรัตนพร นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) เปิดเผยว่า ของขวัญปีใหม่ที่ภาคการท่องเที่ยวอยากได้มากที่สุด ก็เป็นการกระตุ้นและดึงดูดให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเที่ยวไทยให้มากที่สุด เพื่อให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจะได้มีอาชีพ มีรายได้ต่อไป เนื่องจากสิ่งที่ภาคเอกชนต้องการมากที่สุดคือ การกลับมาประกอบอาชีพได้เป็นปกติเหมือนช่วงก่อนเกิดโควิด-19 เมื่อปี 2562 จึงอยากตั้งความหวังไว้ในส่วนนี้ โดยช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซัน) เดือนพฤศจิกายน-ธันวาคมนี้ คาดการณ์ต่างชาติเที่ยวไทยมากกว่าปกติ แต่อาจไม่ได้หวือหวามากเท่าที่ควร

“อยากได้มาตรการกระตุ้นตลาดต่างชาติ และตลาดไทยเที่ยวไทยด้วย เพราะหากมองในปัจจุบันจนถึงสิ้นปีนี้ เราไม่มีอาวุธอะไรในการดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามามากขึ้นแล้ว เนื่องจากขณะนี้อำนวยความสะดวกในการเข้าประเทศเป็นปกติเทียบก่อนเกิดโควิดได้ จึงอยากให้มีมาตรการกระตุ้นให้ต่างชาติเข้ามาเที่ยวไทยเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะต่างชาติที่ออกเที่ยวต่างประเทศตอนนี้เป็นกลุ่มคนมีเงิน มีศักยภาพใช้จ่ายสูง สะท้อนได้จากค่าตั๋วเครื่องบินที่แพง แต่ก็ยังมีเงินออกเที่ยวได้ เหมือนคนไทยที่ออกเที่ยวต่างประเทศในตอนนี้ ก็เป็นกลุ่มที่มีเงินใช้จ่ายสูง” นายศิษฎิวัชร กล่าว

นายศิษฎิวัชร กล่าวว่า ขณะนี้จีนที่เป็นตลาดหลักของไทยยังไม่เปิดประเทศ ซึ่งเชื่อว่าในปีนี้ไม่น่าจะได้เห็นการปลดล็อกเปิดประเทศของจีนด้วย ส่วนปี 2566 ในช่วงต้นปีก็อาจยังไม่เห็นนโยบายที่ผ่อนคลายมากขึ้น แต่อาจเห็นในช่วงครึ่งหลังของปี 2566 ที่มีโอกาสได้ลุ้นมากกว่า ส่วนตลาดอื่นๆ ที่เป็นโอกาสของไทยในการกระตุ้นเข้ามาเที่ยวมากขึ้น ก็มีอย่างอินเดีย ไต้หวัน ฮ่องกง เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น แต่ก็ไม่สามารถชดเชยการหายไปของตลาดจีนได้ เนื่องจากปี 2562 มีเข้ามาถึง 11 ล้านคน

นายศิษฎิวัชร กล่าวว่า อุปสรรคที่เห็นในตอนนี้อาจยังไม่มากนัก แต่หากนักท่องเที่ยวต่างชาติเริ่มฟื้นตัวมากกว่านี้ จะมีในส่วนของเที่ยวบินที่ไม่เพียงพอในการขนนักท่องเที่ยวเข้ามา โดยต้องประเมินเศรษฐกิจในประเทศต้นทางว่าดีหรือไม่ดีอย่างไร เพราะหากเศรษฐกิจไม่ดี พลเมืองในประเทศนั้นก็ไม่น่าจะพร้อมเที่ยวต่างประเทศ เนื่องจากการเพิ่มความถี่ของสายการบินก็ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้โดยสาร ที่ประเมินแล้วเกิดจุดคุ้มทุนได้แน่นอน

นายศิษฎิวัชร กล่าวว่า รวมถึงภาวะการขาดแคลนแรงงานในภาคการท่องเที่ยว โดยเฉพาะแรงงานทักษะสูงที่สามารถให้บริการได้ดี เนื่องจากช่วงโควิดที่ผ่านมา ทำให้มีแรงงานจำนวนมากออกจากภาคการท่องเที่ยว เปลี่ยนอาชีพแล้วไม่กลับเข้ามาอีก ความเสี่ยงในระยะถัดไปคือ เราต้องเร่งฝึกฝนแรงงานทักษะสูงขึ้นมาเพิ่ม เพื่อเตรียมรองรับการบริการในช่วงที่ความต้องการ (ดีมานด์) ต่างชาติฟื้นตัวมากขึ้นต่อเนื่อง

Advertisement

“เศรษฐกิจถูกกระทบจากโควิดมา 2 ปีเกือบ 3 ปีแล้ว ทำให้ศักยภาพของการใช้เงินลดลง การเดินทางท่องเที่ยวก็อาจเน้นเฉพาะการเที่ยวในประเทศ หรือเที่ยวระยะใกล้ก่อน ส่วนการเที่ยวระยะไกลที่เกิดการใช้จ่ายสูง ก็อาจชะลอไว้ก่อน ทำให้รูปแบบการท่องเที่ยวจะเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม” นายศิษฎิวัชร กล่าว