จอดป้ายประชาชื่น : ขนเที่ยวไทย สะดุดขา‘ตั๋วขาด’
เข้าสู่ช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) อย่างเต็มรูปแบบแล้ว โดยเฉพาะเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคมของปี ถือเป็นพีคไฮซีซั่นสุดสุด ที่จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติจากทั่วโลกเดินทางมาเที่ยวไทย ไม่ว่าคนต่างแดนใกล้ หรือกลุ่มประเทศระยะไกล อย่างยุโรป สแกนดิเนเวีย หรือรัสเซีย มักหนีหนาวบ้านเขามาหาประเทศอากาศอุ่นอย่างประเทศไทย อีกทั้งไทยมีแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย มาแล้วอิ่มตาอิ่มท้องอิ่มใจทุกราย รัฐบาลไทยก็ปลดล็อก ถอดป้าย ทุกเงื่อนไข ในช่วงโควิด-19 ระบาด เพื่้อให้เข้าประเทศไทยได้เหมือนปกติ
เมื่อบรรยากาศแวดล้อมเป็นใจ ภาคเอกชนจึงคาดหวังได้ว่า จะเห็นนักท่องเที่ยวต่างชาติกลับมาเที่ยวไทยคึกคักมากขึ้น แต่สิ่งที่ยังเป็นอุปสรรคอยู่ในตอนนี้คือ เที่ยวบิน และความถี่ในการบินที่ยังฟื้นกลับมาไม่ได้เหมือนปกติ ทำให้ขณะนี้การที่ความต้องการ (ดีมานด์) ในการเข้าไทยที่มากขึ้นของต่างชาติทำให้เกิดปัญหาเที่ยวบินไม่เพียงพอ บางเส้นทางมีเที่ยวบินน้อยกว่าดีมานด์ที่มีอยู่ ทั้งบินตรงและการต่อเครื่อง
แม้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จะเปิดเผยตารางบินช่วงฤดูหนาวที่ฟื้นคืนมากว่า 74% เทียบกับปี 2562 ช่วงก่อนเกิดโควิดแล้ว แต่บางเส้นทางยังไม่เพียงพอจริงๆ อาทิ เสียงสะท้อนจากเอกชนภูเก็ตที่เห็นเที่ยวบินตรง ที่เคยมีปรับลดลง บวกกับจากเดิมที่เคยบินตรงเข้ามา ต้องเปลี่ยนเส้นทางบินไปเข้าสนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมืองแทน ก่อนต่อเครื่องบินมาลงภูเก็ตอีกที
ทั้งที่ความจริงสามารถบินตรงเข้าภูเก็ตได้เลย จึงเกิดคำถามว่าทำไมจึงไม่บินมาภูเก็ตรวดเดียว เพราะมีศักยภาพในการเป็นฮับการบินอยู่แล้ว โดยสนามบินส่วนกลางที่มีความพร้อมและมีศักยภาพมากอยู่แล้ว ก็ต้องการให้สร้างความต้องการ (ดีมานด์) ใหม่ขึ้นมา
รวมถึงภาคเหนือ โดยเฉพาะเชียงใหม่ ที่เห็นเที่ยวบินตรงน้อยลงมาก ที่เห็นว่าภาคเหนือมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเพิ่มขึ้นก็จริง แต่เป็นการบินต่อมาจากเส้นทางกรุงเทพฯ-ไปเชียงใหม่ หรือภูเก็ตไปเชียงใหม่ ทั้งที่ความจริง ดีมานด์การบินตรงเข้าเชียงใหม่มีมาก แต่ติดที่้ไม่มีเที่ยวบินตรง ซึ่งมาพร้อมปัญหาชิงตั๋วเครื่องบิน!!
ทำให้เกิดความกังวล ไฮซีซั่นภาคท่องเที่ยว ส่งท้ายปี 2565 นี้ อาจเสียเปล่า!! จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ คงไม่ได้มาคึกคักอย่างที่ได้คาดหวังไว้ อยากเห็น 2 ล้านคนต่อเดือน
อีกปมร้อนภาคท่องเที่ยว ที่รอรัฐบาลเร่งแก้ไข!

