สถานการณ์ราคาน้ำมันโลก เมื่อสอบถามผู้เกี่ยวข้องทั้งหน่วยงานรัฐและธุรกิจเอกชน มองอย่างไร กับความเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันส่งท้ายปี 2565 และช่วงไตรมาสแรก 2566 ส่วนใหญ่ยืนยัน ยังอยู่ในภาวะผันผวนและราคาแกว่งตัวขึ้นหรือลงเร็ว โดยยังยึดว่าราคาซื้อขายล่วงหน้าคงต่ำกว่า 100 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และเป็นราคาต่ำกว่าช่วงเดือนพฤษภาคม 2565 ที่ขึ้นไปแตะ 120 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ก่อนจะขยับลงๆ ใกล้เคียง บวกหรือลบ ระดับ 90 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลในช่วงนี้
สาเหตุหลักที่ไม่อาจชี้ชัดระบุได้ว่าวิกฤตพลังงานอ่อนแรง หลักๆ คือความกังวลว่าเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก ความวิตกเรื่องอุปทานน้ำมันที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ยังคงดำเนินต่อไปและยังไม่มีทีท่าว่าจะจบลงง่ายๆ ภายใต้กรอบเวลาที่เข้าใกล้ฤดูหนาว ซึ่งกังวลกันว่าจะเกิดปัญหาขาดแคลนพลังงาน ที่มีความจำเป็นต่อยุโรปในช่วงที่อากาศเย็นลง
การเดินทางเพื่อขับถิ่นฐานหรือท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่ แม้หลายประเทศยังคงเข้มงวดมาตรการเปิดประเทศและปล่อยให้ประชากรในประเทศเดินทางท่องเที่ยวนอกประเทศ อย่าง “จีน” แต่ชาวจีนก็จะยังเดินทางหรือท่องเที่ยวกันในประเทศ แม้ในประเทศไทย ทางการค้าเมื่อความต้องการใช้มีมากเพื่อการเดินทางในช่วงหยุดยาวปลายปีและปีใหม่ ราคาหน้าปั๊มอาจขยับราคาได้น้อย ยังไม่รวมถึงสัญญาณเงินบาทอาจแตะ 40 บาทต่อเหรียญสหรัฐช่วงรับปีใหม่พอดี!! โอกาสที่ราคาน้ำมันจะดีดไปแตะ 100 เหรียญ ก่อนลงมา 85-90 เหรียญ มีโอกาสเกิดได้อยู่
ฉะนั้น พลังงาน ถือเป็นวาระร้อนใกล้ตัว ที่จะอยู่กับเราๆ ไปอีกนาน
และถือเป็นประเด็นปัญหาสำคัญที่ “มติชน” กำลังก้าวเข้าปีที่ 46 เล็งเห็น และทำหน้าที่เป็นสื่อกลางเปิดเวทีให้ผู้บริหารของภาครัฐและภาคเอกชนในอุตสาหกรรมด้านพลังงาน ได้ฉายภาพถึงสถานการณ์พลังงานในทุกแง่มุม ทั้งพลังงานแบบเดิม และนวัตกรรมใหม่ที่จะเกิดขึ้น แนวทางใหม่ๆ ในการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า ไม่ย้อนกลับมาทำร้ายสังคม เพื่อให้ภาคธุรกิจ และประชาชน ได้รับรู้และเตรียมรับการเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้น
ดังนั้น กองบรรณาธิการมติชนตระหนักถึงความสำคัญในเรื่องพลังงาน ที่ทุกภาคส่วนควรต้องทำความเข้าใจมากขึ้น จึงจัดสัมมนา หัวข้อ Energy For Tomorrow วาระโลก-วาระประเทศไทย 2023 ในวันพุธที่ 26 ตุลาคม 2565 เวลา 13.00-16.30 น. ณ สามย่านมิตรทาวน์ ฮอลล์ 1 (ชั้น 5) ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ ที่จะมีตัวแทนระดับสูงจากภาครัฐและภาคเอกชน มาให้มุมมอง และทางปฏิบัติจริงที่กำลังเกิดขึ้นไปทั่วโลก และทิศทางต่อเรื่อง พลังงานของไทยด้วย
โดยได้รับเกียรติจาก สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเวทีสัมมนาและปาฐกถาพิเศษหัวข้อ พลังงาน: วาระโลก-วาระประเทศไทย 2023 สาระที่ผู้เข้าฟังเข้าชมจะได้รับ อาทิ ภาพรวมวิกฤตพลังงานที่มีผลต่อประเทศไทย แนวความคิด และแผนรับมือผลกระทบต่างๆ รวมถึงการส่งเสริมพลังงานสะอาด คาร์บอนซีโร่-จะเข้ามาแทนที่พลังงานจากฟอสซิล ความหวังที่ประเทศไทยจะฝ่าวิกฤตพลังงาน เข้าสู่แนวทางพลังงานสะอาด และรับรู้ถึงแนวทางที่รัฐบาลผลักดันในขณะนี้และผลลัพธ์ที่จะได้เห็นในปี 2566 อีกทั้งทิศทางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยปี 2566 และปัจจัยเสี่ยงที่ต้องพึงระวัง เป็นต้น
ตามด้วยการบรรยายพิเศษหัวข้อ Road Map พลังงานไทย โดย วัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน อีกหน่วยงานหลักต่อการกำกับดูแลพลังงานชาติ ซึ่งผู้เข้าฟังจะรับรู้ถึงสถานการณ์พลังงานไทยช่วง 2 เดือนสุดท้ายปี 2565 นี้ และคาดการณ์ปี 2566 รวมถึงนโยบายกระทรวงพลังงานในการจัดบริหารเชื้อเพลิงเพื่อดูแลค่าครองชีพประชาชน เป็นเนื้อหาที่ใครๆ จดจ่ออยากฟัง ก่อนจะอัพเดตแผนพลังงานชาติ (NEP) ไปสู่เป้าหมาย NET ZERO ปี 2050 เป็นต้น
ขณะที่ คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) บรรยายพิเศษต่อในหัวข้อ ธุรกิจยั่งยืน ปรับตัวมุ่งสู่ Net Zero ซึ่งส่วนหนึ่งจะได้รับฟังมุมมองภาคธุรกิจไทยต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และสถานการณ์พลังงานโลกในปัจจุบัน แนวทางการปรับตัวไปสู่ Net Zero วงเงินลงทุนตลอดแผนถึงปี 2050 ข้อเสนอต่อภาครัฐในการขับเคลื่อนร่วมกับเอกชน พร้อมถึงคำแนะนำต่อธุรกิจควรเริ่มต้นหรือปรับตัวอย่างไร ที่จะรับมือพลังงานเดิมและพลังงานอนาคต เป็นต้น
สัมมนาครั้งนี้ ส่งท้ายด้วยวงเสวนาหัวข้อ “มุมมองธุรกิจ ทิศทางพลังงานไทย 2023” จากผู้บริหารภาคเอกชน 2 ท่าน ได้แก่ สุโรจน์ แสงสนิท รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด ค่ายเอ็มจี (MG) และ เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ดำเนินรายการโดย บัญชา ชุมชัยเวทย์ ผู้ประกาศข่าว
ด้านคุณสุโรจน์ ผู้เข้าฟังจะได้รับรู้ถึงสถานการณ์พลังงานโลกต่อธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าของไทย และตลาดโลก อีกทั้งให้มุมมองในฐานะผู้เล่นตลาดรถยนต์ไฟฟ้ารายแรกๆ ของไทย ถึงโอกาส และมูลค่าการค้าในไทย สะท้อนถึงแพคเกจอีวีของภาครัฐ และแผนตลาด ผลิต และการทำตลาดในประเทศและส่งออกของรถเอ็มจี ในก้าวต่อๆ ไป รวมถึงข้อเสนอถึงภาครัฐในการขับเคลื่อนยานยนต์ไฟฟ้าของไทย
ด้านคุณเกษรา ผู้เข้าฟังจะได้รู้ลึกถึงปัญหา อุปสรรค การทำธุรกิจโซลาร์รูฟท็อป แนวโน้มของธุรกิจอีก 3-5 ปีข้างหน้าเป็นบลูโอเชียนหรือเรดโอเชียน ข้อเสนอให้รัฐบาลต้องเข้ามาช่วยภาคธุรกิจ รวมถึงฉายภาพให้เห็นว่าประโยชน์ที่ประชาชนและภาคธุรกิจได้รับเมื่อติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป พร้อมอัพเดตเทรนด์การพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยยุคอะไรก็แพง ไม่ใช่แค่ไฟฟ้า ยังมีดอกเบี้ย ต้นทุนที่สูงขึ้น ส่งผลต่อราคาบ้านแพงขึ้นมากแค่ไหน เป็นต้น
ภายในบริเวณหน้างานสัมมนา ผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมรับฟัง และประชาชนที่อยู่ในสามย่านมิตรทาวน์ หรืออยู่ในบริเวณใกล้เคียง จะไม่พาดที่ได้รับชมรถอีวี และโซลาร์รูฟท็อป รวมถึงนวัตกรรมด้านพลังงานอนาคต ตามนโยบายโลกเศรษฐกิจหมุนเวียนและเศรษฐกิจสีเขียว (บีซีจี)
ซึ่งผู้สนใจสามารถเข้าฟังสัมมนาได้ที่ชั้น 5 ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ หรือเข้าชมเข้าฟัง Live Streaming ผ่าน Facebook มติชนออนไลน์, ประชาชาติธุรกิจ, ข่าวสด และ YouTube มติชนทีวี Line มติชน, ข่าวสด

