นายประพนธ์ วงษ์ท่าเรือ อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน(พพ.) กล่าวว่า พพ.ได้น้อมนำพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมาใช้ในการกำหนดแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก(เออีดีพี) 2558-2579 โดยพพ.ได้ส่งเสริมภาคอุตสาหกรรมให้ปรับเปลี่ยนมาใช้เชื้อเพลิงจากชีวมวลเพื่อลดการพึ่งพาพลังงานจากต่างประเทศ ประกอบด้วย 1.ศึกษาและวิจัย เพื่อให้ได้ความรู้ทางวิชาการสำหรับใช้เป็นแหล่งข้อมูลแก่ผู้สนใจ อาทิ การศึกษาพัฒนาระบบฐานข้อมูลศักยภาพชีวมวลในประเทศไทย การศึกษาการใช้ชีวมวลทางปาล์มและรากไม้ยางพาราเพื่อผลิตพลังงานทดแทน 2.ศึกษาและวิจัยการผลิตเชื้อเพลิงชีวมวลจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรเช่น การผลิต และจัดทำมาตรฐานเชื้อเพลิงแท่งอัดเม็ด 3.จัดทำโครงการสาธิตเพื่อเป็นต้นแบบแก่โรงงานอุตสาหกรรมที่สนใจจะเปลี่ยนมาใช้เชื้อเพลิงชีวมวล อาทิ โครงการสาธิตการใช้เชื้อเพลิงอัดเม็ดในหม้อน้ำขนาดเล็กเพื่อทดแทนการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลในภาคอุตสาหกรรม 4.มอบทุนสนับสนุนโครงการ เพื่อช่วยเหลือและกระตุ้นให้มีการนำชีวมวลมาใช้ทดแทนเชื้อเพลิงฟอสซิลมากขึ้น เช่นโครงการสนับสนุนเพื่อเปลี่ยนหัวเผาหม้อไอน้ำเป็นหัวเผาเชื้อเพลิงชีวมวลไม่น้อยกว่า 100 แห่ง โดยให้การสนับสนุนแห่งละไม่เกิน 2,000,000 บาทต่อแห่ง 5. ให้การสนับสนุนและส่งเสริมอุปกรณ์ที่สามารถใช้เชื้อเพลิงผลิตพลังงานจากชีวมวลโดยนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงในชุมชน ได้แก่ เตาย่างบาร์บีคิว เตามหาเศรษฐี เตาชีวมวลแบบ 2 กระทะ เตาเผาถ่าน 200 ลิตร แบบนอนและแบบตั้ง เตาแก๊สชีวมวล เตาเคี่ยวน้ำตาลโตนด 6.จัดฝึกอบรมบุคลากรด้านพลังงานทดแทนเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจและสามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง
“ตามแผนเออีดีพีจะมีพลังงานทดแทนคิดเป็นปริมาณไฟฟ้า 5,570 เมกะวัตต์ในปี 2579 และใช้ชีวมวลในการผลิตความร้อนจำนวน 22,100 พันตันเทียบเท่าน้ำมันดิบ และปัจจุบันมีการผลิตไฟฟ้าจากชีวมวลแล้วจำนวน 2,800 เมกะวัตต์ และมีการใช้ชีวมวลในการผลิตความร้อนปีละประมาณ 6,000 พันตันเทียบเท่าน้ำมันดิบ”นายประพนธ์กล่าว

