สคร.โชว์รัฐวิสาหกิจเบิกจ่ายงบสิ้นปี 65 กว่า 2.76 แสนล้านบาท ปตท.นำโด่ง ตามด้วย รฟท. และกฟผ.
นางปานทิพย์ ศรีพิมล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า การเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจ 43 แห่ง ที่ สคร. กำกับดูแลโดยตรง ณ สิ้นเดือนกันยายน 2565 นั้น เป็นไปตามเป้าหมาย โดยมีผลการเบิกจ่ายงบลงทุนสะสม 276,249 ล้านบาท หรือคิดเป็น 96% ของแผน
นางปานทิพย์ กล่าวว่า โดยการเบิกจ่ายสะสม ประกอบด้วย การเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจปีงบประมาณ (ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2564 – เดือนกันยายน 2565) 34 แห่ง จำนวน 114,690 ล้านบาท หรือคิดเป็น 88% ของกรอบลงทุนทั้งปี ซึ่งสิ้นสุดการดำเนินการแล้ว ส่วนรัฐวิสาหกิจปีปฏิทิน (ตั้งแต่เดือนมกราคม 2565 – เดือนกันยายน 2565) 9 แห่ง จำนวน 161,558 ล้านบาท หรือคิดเป็น 103% ของแผนเบิกจ่ายสะสม ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการเบิกจ่ายอีก 3 เดือน (เดือนตุลาคม 2565 – เดือนธันวาคม 2565)
นางปานทิพย์ กล่าวว่า ทั้งนี้ รัฐวิสาหกิจที่สามารถเบิกจ่ายได้ตามแผนและมีการเบิกจ่ายสะสมสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่ 1.บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เบิกจ่ายได้ 76,338 ล้านบาท คิดเป็น 103% ของแผนการเบิกจ่าย 2.การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เบิกจ่ายได้ 43,700 ล้านบาท คิดเป็น 99% ของแผน 3.การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เบิกจ่ายได้ 29,403 ล้านบาท คิดเป็น 116% ของแผน 4.การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เบิกจ่ายได้ 28,492 ล้านบาท คิดเป็น 100% ของแผน และ 5.การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เบิกจ่ายได้ 21,917 ล้านบาท คิดเป็น 100% ของแผนการเบิกจ่าย
“ในปีงบประมาณ 2565 ที่ผ่านมาแม้ว่ารัฐวิสาหกิจยังคงได้รับผลกระทบสะสมจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค โควิด-19 แต่รัฐวิสาหกิจปีงบประมาณได้มีการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบลงทุนหลังจากสถานการณ์คลี่คลายและดำเนินการตามมาตรการเร่งรัดการเบิกจ่าย ส่งผลให้มีผลการเบิกจ่ายสะสมสูงกว่า 88% ซึ่งสูงที่สุดในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ยังมีรัฐวิสาหกิจปีปฏิทินที่อยู่ระหว่างการดำเนินการเบิกจ่ายในไตรมาสสุดท้ายของปี 2565ซึ่ง สคร. จะกำกับติดตามการเบิกจ่ายของรัฐวิสาหกิจอย่างใกล้ชิดเพื่อผลักดันการลงทุนของรัฐวิสาหกิจให้เป็นไปตามเป้าหมายและเพื่อให้การเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจช่วยผลักดันเศรษฐกิจของประเทศต่อไป” นางปานทิพย์ กล่าว
น.ส.ปิยวรรณ ล่ามกิจจา ที่ปรึกษาด้านพัฒนารัฐวิสาหกิจ กล่าวว่า สิ้นปีงบประมาณ 2565 รัฐวิสาหกิจปีงบประมาณมีโครงการลงทุนขนาดใหญ่หลายโครงการที่สามารถเบิกจ่ายได้เป็นไปตามแผน อาทิ โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรม – มีนบุรี ของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย โครงการก่อสร้างรถไฟ สายบ้านไผ่ – มหาสารคาม – ร้อยเอ็ด – มุกดาหาร – นครพนม โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงนครปฐม – ชุมพร โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย – จีน ระยะที่ 1 (ช่วงกรุงเทพมหานคร – นครราชสีมา) ของการรถไฟแห่งประเทศไทย อย่างไรก็ดี มีบางโครงการที่ผลการเบิกจ่ายไม่เป็นไปตามแผน เช่น โครงการปรับปรุงกิจการประปาแผนหลัก ครั้งที่ 9 ของการประปานครหลวง และโครงการทางพิเศษสายพระราม 3 – ดาวคะนอง – วงแหวนรอบนอกตะวันตก ของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย


