หน้าแรก เศรษฐกิจ พลังงานจ่อตรึ...

พลังงานจ่อตรึงค่าไฟ 4.72 บ.ถึง เม.ย.ปีหน้า กลุ่มไหนเข้าเกณฑ์บ้าง เช็กเลย!

28.10.22 | 08:34 น.

พลังงานจ่อตรึงค่าไฟ 4.72 บ.ถึง เม.ย.ปีหน้า กลุ่มไหนเข้าเกณฑ์บ้าง เช็กเลย!

ของขวัญปีใหม่จากกระทรวงพลังงานเริ่มชัดเจนแล้ว หลัง นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวในงานสัมมนาหาทางออก ฝ่าวิกฤติ “พลังงานโลก” ทางรอด “พลังงานไทย” จัดโดย สมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ เมื่อวันที่ 27 ต.ค. ที่ผ่านมาว่า จะดูแลทั้งกลุ่มเปราะบาง และผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วไป

โดยระบุว่า กระทรวงพลังงานกำลังเตรียมมาตรการของขวัญปีใหม่ให้คนไทย โดยจะเสนอในการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.) เดือนพฤศจิกายนนี้ เพื่อพิจารณาทั้งเรื่องของก๊าซหุงต้ม(แอลพีจี) และค่าไฟฟ้า ซึ่งในส่วนของค่าไฟจะคงดูแลกลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 300 หน่วย และ 500 หน่วย รวมกลุ่มนี้กว่า 17 ล้านครัวเรือน

สำหรับแนวทางการช่วยเหลือค่าไฟฟ้าเพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนในปัจจุบันซึ่งจะสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2565 ดังนี้

1.กลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 300 หน่วยต่อเดือน ให้ส่วนลดค่าไฟฟ้า จำนวน 92.04 สตางค์ต่อหน่วย เป็นเวลา 4 เดือน ตั้งแต่เดือนกันยายน-ธันวาคม 2565 (ประกอบด้วยส่วนลดจากการเพิ่มขึ้นของค่า Ft เดือนพฤษภาคม-สิงหาคม 2565 จำนวน 23.38 สตางค์ต่อหน่วย และส่วนลดจากการเพิ่มขึ้นของค่า Ft เดือนกันยายน-ธันวาคม 2565 จำนวน 68.66 สตางค์ต่อหน่วย) เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและช่วยลดภาระค่าครองชีพของผู้ใช้ไฟฟ้า

2.กลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าที่ใช้ไฟฟ้าระหว่าง 301-500 หน่วยต่อเดือน จะได้ส่วนลดจากการเพิ่มขึ้นของค่า Ft เดือนกันยายน-ธันวาคม 2565 แบบขั้นบันไดในอัตรา 15-75% แบ่งเป็น กลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าที่ใช้ไฟฟ้าระหว่าง 300-350 หน่วยต่อเดือน ได้ส่วนลด 75% และกลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าที่ใช้ไฟฟ้าระหว่าง 400-500 หน่วยต่อเดือน ได้ส่วนลด 15%

Advertisement

อ่าน

นอกจากนี้ กระทรวงพลังงานยังเตรียมดำเนินมาตรการพยุงอัตราค่าไฟฟ้าในช่วงต้นปี 2566 หรือรอบบิลแรก(มกราคม-เมษายน)ให้คงอัตราไม่เกิน 4.72 บาทต่อหน่วย เพื่อลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชนทั่วประเทศ คิดเป็น 22 ล้านครัวเรือน(รวม 17 ล้านครัวเรือนแล้ว)

ภายใต้สมมติฐานราคาน้ำมันที่ระดับ 100 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล แต่หากราคาก๊าซธรรมชาติเหลว(แอลเอ็นจี) สูงเกิน 25 เหรียญฯต่อล้านบีทียู จะให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) และโรงไฟฟ้าเอกชน ใช้น้ำมันดีเซลผลิตไฟฟ้าแทนก๊าซฯ เพื่อดูแลต้นทุนค่าไฟ คาดว่าจะใช้ดีเซล ประมาณ 200-300 ล้านลิตร

โดยการดูแลค่าไฟนี้จะอยู่ในแผนดูแลราคาพลังงานในช่วงไตรมาส4(ตุลาคม-ธันวาคม 2565) ถึงไตรมาส2ปีหน้า(เมษายน-มิถุนายน2566) ซึ่งจะมีมาตรการอื่นรวมอยู่ด้วย อาทิ

ขยายระยะเวลาปลดระวางโรงไฟฟ้าแม่เมาะ(ถ่านหิน) โรงที่ 8

นำโรงไฟฟ้าแม่เมาะ โรงที่ 4 ที่ปลดระวางไปแล้ว กลับมาเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าเข้าระบบอีกครั้ง คาดว่าจะมีความชัดเจนในปีนี้ จะมีไฟฟ้าเข้าระบบอีก 200 เมกะวัตต์

เร่งผลิตก๊าซธรรมชาติจากแหล่งในประเทศ ทั้งเร่งเพิ่มกำลังผลิตก๊าซฯแหล่งเอราวัณ เพิ่มการผลิตก๊าซฯแหล่งอื่น ตลอดจนจัดซื้อก๊าซฯจากเมียนมาเพิ่มเติมทั้งแหล่งซอติก้า และยาดานา

รวมถึงซื้อก๊าซฯเพิ่มจากองค์กรร่วมไทย-มาเลเซีย หรือ MTJA อีกทั้งการรับซื้อไฟฟ้าพลังน้ำจากลาวเพิ่มเติมด้วย

ขณะเดียวกันจะเร่งส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า(อีวี) จัดทำมาตรการสนับสนุนให้เกิดการลงทุนผลิตแบตเตอรี่ในประเทศ ดูแลเรื่องของการจัดทำระบบชาร์จไฟฟ้าที่บ้านเพื่ออำนวยความสะดวก ทำข้อมูลเชื่อมโยงการใช้แอพลิเคชันรองรับการใช้งานรถอีวีหลายยี่ห้อ และจัดทำระบบชำระค่าบริการชาร์จไฟฟ้าของรถอีวีที่ชำระร่วมกันได้

ส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน เข้าสู่ระบบตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ(พีดีพี) ฉบับใหม่กว่า 10,000 เมกะวัตต์ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบส่งไฟฟ้าให้ทันสมัย

รวมทั้งจะเดินหน้าเทคโนโลยีพลังงานใหม่ๆ อาทิ ระบบกักเก็บคาร์บอน CCS และ CCUS ตลอดจนเดินหน้ากรีนไฮโดรเจน

อ่านข่าวอื่น