เงินบาททรงตัว 37.84 บาท รับแรงหนุนจากนักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้น-บอนด์ระยะยาว
เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 37.84 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ทรงตัวไม่เปลี่ยนแปลงจากระดับปิดวันก่อนหน้า โดยมองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 37.70-37.90 บาทต่อเหรียญสหรัฐ
สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาทประเมินว่าเงินบาทมีแนวโน้มแกว่งตัวไซด์เวย์ในกรอบ เนื่องจากผู้เล่นในตลาดอาจรอประเมินทิศทางเงินเฟ้อสหรัฐผ่านรายงานเงินเฟ้อ PCE รวมถึงเงินเฟ้อคาดการณ์ และดัชนีต้นทุนการจ้างงาน (ECI) ทั้งนี้ ควรระวังความผันผวนของค่าเงิน ในช่วงตลาดทยอยรับรู้ผลการประชุมของธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) หากยังคงเดินหน้าใช้นโยบายการเงินที่ผ่อนคลาย สวนทางกับธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ก็อาจเห็นการกลับมาอ่อนค่าลงของเงินเยนญี่ปุ่นได้ ซึ่งกรณีดังกล่าวอาจเห็นค่าเงินเหรียญสหรัฐทยอยแข็งค่าขึ้น กดดันให้เงินบาทอ่อนค่าลง ทั้งนี้ เงินบาทยังพอได้แรงหนุนจากการกลับเข้ามาซื้อหุ้น รวมถึงบอนด์ระยะยาวจากนักลงทุนต่างชาติ ทำให้โซนแนวต้านของค่าเงินบาทจะอยู่ในช่วง 38.00 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในขณะที่โซนแนวรับยังคงอยู่ในช่วง 37.50 บาทต่อเหรียญสหรัฐ
สำหรับตลาดค่าเงินเงินเหรียญสหรัฐปรับตัวแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก โดยดัชนีเงินเหรียญสหรัฐ (DXY) สามารถพลิกกลับมาปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 110.6 จุด อีกครั้ง หนุนโดยรายงานข้อมูลจีดีพีสหรัฐในไตรมาสที่ 3 ซึ่งออกมาดีกว่าคาด ทำให้ผู้เล่นในตลาดคลายกังวลแนวโน้มการเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยของสหรัฐในปีนี้ลง นอกจากนี้ เงินเหรียญสหรัฐยังได้แรงหนุนจากการอ่อนค่าลงต่อเนื่องของเงินยูโร (EUR) หลังจากที่ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ไม่ได้ส่งสัญญาณที่ชัดเจนถึงการเดินหน้าเร่งขึ้นดอกเบี้ยและคงย้ำจุดยืนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายตามข้อมูลเศรษฐกิจในอนาคต (Data Dependent)
กลุ่มงานตลาดการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB Financial Markets) ระบุว่า ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 37.70-38.00 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ค่าเงินยูโรปรับอ่อนค่าลง หลังจากธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ขึ้นดอกเบี้ย 0.75% ตามที่ตลาดคาดการณ์ ทำให้ดอกเบี้ยปรับขึ้นไปเป็น 1.5% สูงสุดตั้งแต่ปี 2009 ในขณะที่ค่าเงินเหรียญสหรัฐปรับแข็งค่าขึ้น หลังรายงานตัวเลขจีดีพีสหรัฐที่ 2.6% สูงกว่าที่ตลาดคาด ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวย่อลงมา หลังรายงานตัวเลขจีดีพีดีกว่าที่คาด ในไตรมาส 3 หลังจากที่สองไตรมาสก่อนหน้าออกมาติดลบ กดดันตลาดว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะขึ้นดอกเบี้ยอย่างร้อนแรงอีกครั้ง กลับกันกับการคาดการณ์สองวันก่อนหน้านี้ที่คาดว่าจะลดความร้อนแรงลง

