เปิด 3 ธุรกิจ ตั้งใหม่-เลิกกิจการ สูงสุดเดือน ก.ย.65 เงินทุนนิยมมากสุดไม่เกิน 1 ล้าน

เปิด 3 ธุรกิจ ตั้งใหม่-เลิกกิจการ สูงสุดเดือน ก.ย.65 เงินทุนที่นิยมมากสุดคือไม่เกิน 1 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม นายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า เดือนกันยายน 2565 มีธุรกิจจัดตั้งใหม่ จำนวน 7,219 ราย ลบ 3% เทียบสิงหาคม 2565 และบวก 24% เทียบกันยายน 2564 โดยมีมูลค่าทุนจดทะเบียน 19,827.45 ล้านบาท ซึ่ง 3 ธุรกิจจัดตั้งใหม่สูงสุด ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป 593 ราย ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 513 ราย ธุรกิจภัตตาคาร/ร้านอาหาร 295 ราย ช่วงทุนที่มีจำนวนรายธุรกิจจัดตั้งใหม่มากที่สุด คือ ไม่เกิน 1 ล้านบาท มี 4,857 ราย คิดเป็น 67.28% ส่งผลให้ไตรมาส 3/2565 ตั้งใหม่รวม 20,495 ราย เทียบกับไตรมาส 2/2565 เพิ่ม 14% และเทียบกับไตรมาส 3/2564 เพิ่มขึ้น 20% ซึ่ง 3 ธุรกิจจัดตั้งใหม่สูงสุด ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป 1,763 ราย รองลงมา คือ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 1,345 ราย และธุรกิจภัตตาคาร/ร้านอาหาร 900 ราย ช่วงทุนจัดตั้งใหม่ทั่วประเทศ ช่วงทุนไม่เกิน 1 ล้านบาท คิดเป็น 68.06%

ธุรกิจเลิกประกอบกิจการเดือนกันยายน 2565 มี 1,946 ราย บวก 0.3% เทียบสิงหาคม 2565 และบวก 29% เทียบกันยายน 2564 โดย มีมูลค่าทุนจดทะเบียน 10,081.49 ล้านบาท ซึ่ง 3 ธุรกิจเลิกประกอบกิจการสูงสุด ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป 154 ราย ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 96 ราย และธุรกิจภัตตาคาร/ร้านอาหาร 59 ราย โดยช่วงทุนที่มีจำนวนรายธุรกิจเลิกประกอบกิจการทั่วประเทศ มากที่สุดช่วงทุนไม่เกิน 1 ล้านบาท คิดเป็น 70.45% ส่งผลธุรกิจเลิกประกอบกิจการไตรมาส 3/2565 รวม 5,430 ราย มีมูลค่าทุนจดทะเบียน 29,733.53 ล้านบาท

โดย 3 ธุรกิจเลิกประกอบกิจการสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป 486 ราย ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 266 ราย และธุรกิจภัตตาคาร/ร้านอาหาร 173 ราย ทำให้ธุรกิจดำเนินกิจการอยู่ ณ เดือนกันยายน 2565 จำนวน 846,954 ราย มูลค่าทุน 20.46 ล้านล้านบาท ธุรกิจส่วนใหญ่มีช่วงทุนไม่เกิน 1 ล้านบาท จำนวน 500,148 ราย คิดเป็น 59.05% รวมมูลค่าทุน 0.44 ล้านล้านบาท คิดเป็น 2.15%

นายทศพลกล่าวว่า เดือนกันยายน 2565 มีการอนุญาตให้คนต่างชาติประกอบธุรกิจจำนวน 55 ราย แบ่งเป็นใบอนุญาตประกอบธุรกิจ 23 ราย และหนังสือรับรองประกอบธุรกิจ 32 ราย โดยมีเม็ดเงินลงทุน 16,086 ล้านบาท นักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในไทยมากที่สุด ได้แก่ ญี่ปุ่น จำนวน 14 ราย เงินลงทุน 2,074 ล้านบาท รองลงมา ได้แก่ สหรัฐอเมริกา จำนวน 12 ราย เงินลงทุน 27 ล้านบาท และสิงคโปร์ จำนวน 7 ราย เงินลงทุน 760 ล้านบาท ตามลำดับ ทำให้ 9 เดือนแรกปี 2565 คนต่างชาติได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจ 436 ราย มีเงินลงทุน 99,368 ล้านบาท

Advertisement

ภาพรวมของเศรษฐกิจ ได้รับแรงสนับสนุนสำคัญจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศ โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวและบริการ จากการผ่อนคลายมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 และมาตรการในด้านต่างๆ สะท้อนได้จากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศในเดือนกันยายนกว่า 1.3 ล้านคน รวมทั้งการจัดกิจกรรมขนาดใหญ่หลายกิจกรรมที่ได้รับการตอบรับเข้าร่วมจากประชาชนจำนวนมาก

ในขณะเดียวกัน ต้นทุนด้านพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น (น้ำมันเชื้อเพลิง ค่ากระแสไฟฟ้า และก๊าซหุงต้ม) และราคาต้นทุนสินค้าที่เพิ่มขึ้น ส่งผลกระทบต่อราคาต้นทุนของผู้ประกอบการ อีกทั้ง สถานการณ์น้ำท่วมในบางพื้นที่ และค่าขนส่งสาธารณะที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลโดยตรงต่อผู้บริโภค

“จากปัจจัยดังกล่าว ประกอบกับสถิติการจดทะเบียนจัดตั้งใหม่ของนิติบุคคล 3 ปีย้อนหลัง (ปี 2562-2564) ที่จะมีจำนวนการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจใหม่ในช่วงไตรมาสที่ 1 และไตรมาสที่ 3 สูงที่สุดในแต่ละปีและลดลงในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี กรมจึงคาดการณ์การจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจใหม่ตลอดทั้งปี 2565 อยู่ระหว่าง 68,000-72,000 ราย” นายทศพลกล่าว

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image