คลัง ถก มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจโค้งสุดท้าย เป็นของขวัญปีใหม่ให้ ปชช. แย้มส่วนใหญ่ปัดฝุ่นโครงการเก่า
นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างการพิจารณามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงโค้งสุดท้ายปลายปี เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชน โดยส่วนใหญ่จะเป็นมาตรการกระตุ้นการบริโภคที่เคยดำเนินการมาแล้ว อาทิ โครงการช้อปดีมีคืน โครงการคนละครึ่ง ซึ่งจะต้องมีหารือ ทางนายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ปลัดกระทรวงการคลัง และนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังก่อน โดยต้องพิจารณาถึงความเหมาะสม ขนาด และระยะเวลาด้วย และจะเป็นมาตรการที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น
นายพรชัยกล่าวว่า นอกจากนี้ ยังชี้แจงถึงการจัดอันดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทยในปีนี้ ที่ลดลงมาอยู่อันดับที่ 33 จากเดิมอันดับที่ 28 โดยลดลงไป 5 อันดับนั้น ถือว่าสอดคล้องกับกลุ่มประเทศอาเซียนที่มีการปรับลดอันดับลงเช่นกัน อาทิ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ที่ลดลงถึง 7 อันดับ เพราะส่วนใหญ่ต่างได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19
นายพรชัยกล่าวอีกว่า อย่างไรก็ดี ประเทศไทยยังมีปัจจัยบวก เช่น สาธารณูปโภคพื้นฐานปรับตัวดีขึ้น จากการพัฒนาโครงข่ายรถไฟที่ทั่วถึง รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีดีขึ้น ซึ่งสามารถตอบสนองความต้องการของภาคธุรกิจ เพิ่มการเข้าถึงการบริการภาครัฐผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ และการกระจายรายได้มีทิศทางที่ดีขึ้นถึง 26 อันดับ มาอยู่อันดับที่ 3
นายวุฒิพงศ์ จิตตั้งสกุล ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการคลัง กล่าวถึง กรณีที่ คณะรัฐมนตรี อนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงการได้มาซึ่งที่ดินเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยของคนต่างด้าว ตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนจากต่างประเทศนั้นว่า ปัจจุบัน สศค. ยังไม่ได้นำมาตรการดังกล่าวมาร่วมในการประเมินและประมาณการจีดีพีครั้งนี้ แต่เชื่อว่าเป็นมาตรการที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ เพราะมีการดึงดูดให้คนต่างชาติรายได้สูง เข้ามาลงทุน และอยู่อาศัยในไทยนานขึ้น ดังนั้นตามหลักการก็จะเกิดผลดีต่อเศรษฐกิจไทยแน่นอน ส่วนจะมีผลดีเท่าไหร่ อย่างไรนั้นต้องรอให้กระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นผู้เสนอ มีการประมาณก็ตัวเลขต่างๆ ก่อน จึงจะทราบผลที่เป็นตัวเลขได้

