หน้าแรก เศรษฐกิจ ไทยพาณิชย์ เผ...

ไทยพาณิชย์ เผยหนี้ครัวเรือนไทยดีขึ้น แต่ห่วงคนไทยรายได้ไม่พอรายจ่าย-ออมลด

29.10.22 | 14:45 น.

EIC ไทยพาณิชย์ เผยหนี้ครัวเรือนไทยดีขึ้น แต่ห่วงคนไทยรายได้ไม่พอรายจ่าย-ออมลด

รายงานข่าวจาก Economic Intelligence Center (EIC) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เผยแพร่บทวิเคราะห์จาก นายปุณยวัจน์ ศรีสิงห์ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส EIC นายอสมา เหลี่ยมมุกดา นักวิเคราะห์ EIC และนายวิชาญ กุลาตี นักวิเคราะห์ EIC ระบุว่า หนี้ครัวเรือนไทย ณ ไตรมาส 2 (เมษายน-มิถุนายน) ปี 2022 อยู่ที่ 14.76 ล้านล้านบาท ขยายตัว 3.5% เทียบกับช่วงเดียวกับของปีก่อน มีทิศทางชะลอลงต่อเนื่องหลายไตรมาส โดยขยายตัวต่ำกว่าค่าเฉลี่ยก่อนเกิดวิกฤตโควิดและเพิ่มช้าสุดในรอบ 18 ปี จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้สัดส่วนหนี้ครัวเรือนไทยต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมประเทศ (จีดีพี) ลดลงต่อเนื่องมาอยู่ที่ 88.2% นอกจากนี้ ยังเป็นผลจากผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศที่เป็นตัวเงิน (Nominal GDP) ที่ดีขึ้นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจหลังผ่อนคลายนโยบายควบคุมโรคและเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ รวมถึงผลด้านราคาที่ปรับสูงขึ้นมากในปีนี้

รายงานข่าวระบุว่า หากพิจารณาการขยายตัวของสินเชื่อครัวเรือนในระบบธนาคารพาณิชย์ในไตรมาส 2 พบว่าชะลอลงเกือบทุกหมวด โดยเฉพาะสินเชื่อที่อยู่อาศัย สำหรับสินเชื่อส่วนบุคคลแม้จะชะลอลงบ้าง แต่ถือว่ายังขยายตัวสูง ส่วนหนึ่งสะท้อนแนวโน้มการกู้ยืมเพื่อใช้จ่ายทดแทนการขาดสภาพคล่องในภาวะรายได้ฟื้นตัวไม่ทันรายจ่าย ในขณะที่สินเชื่อบัตรเครดิตขยายตัวเร่งขึ้นจากการใช้จ่ายที่ฟื้นตัว

รายงานข่าวจาก EIC ระบุว่า ผลสำรวจจาก EIC Consumer survey 20221 ผ่านช่องทางออนไลน์ มีผู้ตอบแบบสอบถาม 2,676 คน พบว่า 1.ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา (มกราคม-มิถุนายน 2565) ค่าครองชีพคนไทยสูงขึ้นต่อเนื่องสวนทางกับรายได้ผู้บริโภคส่วนใหญ่ที่ยังไม่เพิ่มขึ้น โดยผู้บริโภคเกือบ 2 ใน 3 ยังมีรายได้ไม่เท่ากับก่อนเกิดวิกฤตโควิด โดยเฉพาะกลุ่มคนรายได้น้อยที่รายได้ฟื้นช้ากว่ากลุ่มคนรายได้สูง 2.ในช่วง 6 เดือนข้างหน้า (กรกฎาคม-ธันวาคม 2565) ผู้บริโภค 43.8% คาดว่ารายได้จะโตไม่ทันรายจ่าย ส่งผลให้ต้องเผชิญปัญหา 3 ด้าน ได้แก่ ปัญหารายได้ไม่พอรายจ่าย ปัญหาเงินออมลดลง และปัญหาการชำระหนี้ ทำให้ครัวเรือนเหล่านี้มีสภาพคล่องรองรับค่อนข้างน้อย และมีความเสี่ยงที่จะก่อหนี้เพิ่มขึ้นในอนาคต

รายงานจาก EIC ระบุด้วยว่า ประเมินสัดส่วนหนี้ครัวเรือนไทยต่อจีดีพีจะปรับลดลงต่อเนื่องอยู่ที่ 86-87% ณ สิ้นปี 2022 ตามการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศที่เป็นตัวเงิน ที่เป็นผลจากแนวโน้มเงินเฟ้อสูงเป็นหลัก อย่างไรก็ดี สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีที่มีแนวโน้มลดลง จะไม่สะท้อนปัญหายอดคงค้างหนี้ครัวเรือนในภาพรวมที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในระยะข้างหน้าได้ ท่ามกลางภาวะรายได้โตช้ากว่ารายจ่ายของครัวเรือนบางกลุ่มและวัฎจักรดอกเบี้ยขาขึ้น

รายงานข่าวจาก EIC ระบุอีกว่า หนี้ครัวเรือนเป็นปัญหาหยั่งรากลึกในเศรษฐกิจไทยยาวนาน นับเป็นความท้าทายสำหรับภาครัฐที่จะแก้ไขปัญหานี้ให้ได้อย่างยั่งยืน และสามารถลดสัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีได้สำเร็จในระยะข้างหน้า ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทั้งภาครัฐ สถาบันการเงิน รวมถึงครัวเรือน ควรมุ่งจัดการปัญหาหนี้ครัวเรือนทั้งระบบตั้งแต่ก่อนเป็นหนี้จนถึงการชำระหนี้ค้าง โดยยึดหลัก ลดก่อ (หนี้) ชะลอรายจ่าย สร้างรายได้ยั่งยืน เริ่มตั้งแต่นโยบายปัจจุบันที่ภาครัฐสนับสนุนมาตรการปรับโครงสร้างหนี้ให้สอดคล้องกับกระแสรายได้ในอนาคตของลูกหนี้ นโยบายระยะปานกลางมุ่งส่งเสริมวินัยการเงินและสร้างความรู้ทางการเงิน เพื่อลดการก่อหนี้เกินตัวในอนาคต ลดการพึ่งพาหนี้นอกระบบ และเพิ่มโอกาสเข้าถึงหนี้ในระบบ รวมถึงนโยบายระยะยาวส่งเสริมทักษะและโอกาสในการแข่งขันของแรงงานให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด เพื่อเพิ่มรายได้ให้เพียงพอค่าใช้จ่ายและภาระหนี้ที่สูงขึ้น

Advertisement