หน้าแรก เศรษฐกิจ แบงก์ชาติปลื้...

แบงก์ชาติปลื้ม ศก.ฟื้นตัวต่อเนื่อง หลังต่างชาติแห่เที่ยวไทย การบริโภคภาคเอกชน ยังเดินหน้าต่อได้

31.10.22 | 18:40 น.

แบงก์ชาติปลื้ม ศก.ฟื้นตัวต่อเนื่อง หลังต่างชาติแห่เที่ยวไทย การบริโภคภาคเอกชน ยังเดินหน้าต่อได้

เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายบริหารการสื่อสารองค์กร ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวในการแถลงเศรษฐกิจไทยเดือนกันยายน 2565 ว่าเศรษฐกิจไทยในเดือน กันยายนที่ผ่านมา ฟื้นตัวได้ต่อเนื่อง จากการท่องเที่ยวเป็นสำคัญ ขณะที่ภาคการผลิตยังชะลอตัว ด้านภาพรวมไตรมาส 3/2565 เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้ต่อเนื่องจากไตรมาสก่อนหน้า จากการท่องเที่ยวและอุปสงค์ในประเทศฟื้นตัวต่อเนื่อง ขณะที่การส่งออกเริ่มชะลอตัวลง โดยเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวจากภาคการท่องเที่ยว หลังจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติดีขึ้นต่อเนื่อง ด้านอุปสงค์ในประเทศ การบริโภคภาคเอกชน การลงทุนเอกชนค่อนข้างทรงตัว แต่การบริโภคภาคเอกชนยังเดินหน้าต่อได้ จากอานิสงส์จากการใช้จ่ายนักท่องเที่ยวต่างชาติ ความเชื่อมั่นที่ยังดี แม้การลงทุนจะปรับลดลงแต่ยังเห็นทิศทางฟื้นตัว

โดยการส่งออกปรับเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน ขยายตัวได้ระดับ 8.4% เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่ 8.2% เพิ่มขึ้นตามหมวดอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะหมวดยานยนต์ และเคมีภัณฑ์ โดยไตรมาส 3/2565 การส่งออกขยายตัว 6.7% ขณะที่การนำเข้าในเดือนกันยายน ขยายตัว 20.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ไตรมาส 3/2565 ขยายตัว 23.2% อย่างไรก็ตาม การส่งออกบางสินค้าปรับลดลง อาทิ โลหะ และสินค้าเกษตรแปรรูป โดยพิจารณาการส่งออกทั้งไตรมาส 3/2565 ลดลง 3.7% จากเศรษฐกิจคู่ค้าที่ชะลอตัวลงและปัญหาซัพพลายดิสรัปชั่น และสภาพอากาศที่ไม่ดีต่อการเพาะปลูกทำให้หมวดสินค้าเกษตรได้รับผลกระทบ

นอกจากนี้ ภาคการท่องเที่ยวจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สอดคล้องกับกิจกรรมในภาคบริการที่ปรับเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน โดยในเดือนกันยายน มีนักท่องเที่ยว 1.3 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่มีนักท่องเที่ยว 1.17 ล้านคน ขณะที่ไตรมาส 3/2565 มีนักท่องเที่ยวทั้งสิ้น 3.6 ล้านคน หากนับตั้งแต่เดือนมกราคม-กันยายน มีนักท่องเที่ยวจำนวน 5.68 ล้านคน

ทั้งนี้ จากปัจจัยข้างต้นส่งผลให้ดุลบัญชีเดินสะพัดกลับมาเกินดุลตามดุลการค้า ประกอบกับดุลบริการ รายได้ และเงินโอนที่ขาดดุลลดลงตามรายจ่ายค่าระวางสินค้าที่ลดลงเป็นสำคัญ ทั้งไตรมาส 3/2565 ดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุล 7.0 พันล้านเหรียญสหรัฐ ลดลงไตรมาส 2/2565 ที่ขาดดุล 8.1 พันล้านเหรียญสหรัฐ หลักๆ มาจากดุลบริการที่ปรับดีขึ้น โดยตั้งแต่เดือนมกราคม-กันยายน ดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุลอยู่ที่ 17.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ

นางสาวชญาวดีกล่าวว่า ด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐ เฉลี่ยกลับมาอ่อนค่าตามเงินเหรียญสหรัฐที่แข็งค่าขึ้นเร็วในช่วงครึ่งหลังของเดือน เนื่องจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีการปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายและส่งสัญญาณการดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดกว่าที่ตลาดคาดการณ์ อย่างไรก็ตาม การอ่อนค่าส่งผลให้นักลงทุนปรับลดความเสี่ยงการลงทุนลงและต้องการสินทรัพย์สกุลเหรียญสหรัฐมากขึ้น เนื่องจากนักลงทุนมีความกังวลว่าข้อมูลเงินเฟ้อสูงกว่าคาดการณ์จะทำให้เฟดต้องเร่งขึ้นดอกเบี้ยอย่างรวดเร็วอาจส่งผลให้เศรษฐกิจชะลอเร็วกว่าที่คาดไว้

Advertisement

สำหรับด้านอัตราเงินเฟ้อทั่วไปปรับลดลงที่ 6.41% จากเดือนก่อนที่ระดับ 7.86% ในเดือนก่อน ลดลงจากราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศที่ปรับลดลงตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก และผลของฐานต่ำ หลังมาตรการช่วยเหลือค่าไฟฟ้าของภาครัฐสิ้นสุดลงในเดือนสิงหาคมปีก่อน ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานทรงตัวใกล้เคียงกับเดือนก่อน โดยเดือนนี้อยู่ที่ระดับ 3.2% จากเดือนก่อนที่ระดับ 3.15% โดยราคาอาหารสำเร็จรูปเพิ่มขึ้นตามต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น

ทั้งนี้ สำหรับแนวโน้มเดือนตุลาคม และระยะต่อไป มองว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจมีแนวโน้มฟื้นตัวได้ต่อเนื่อง แต่ยังต้องติดตามการปรับเพิ่มขึ้นของต้นทุน ค่าจ้าง และราคาสินค้า ด้านอุปสงค์ของต่างประเทศที่ชะลอตัวและการแพร่ระบาดของไวรัสโควิดและนัยต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ

นางสาวชญาวดีกล่าวว่า สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ปรับลดจีดีพีสวนทางกับภาพเศรษฐกิจที่ดีขึ้นนั้น ประเด็นนี้ ในเรื่องการท่องเที่ยวทำให้รายจ่ายในประเทศดีขึ้น แต่การส่งออกจากตัวเลขที่สะท้อนจากไตรมาส 3/2565 จะเห็นได้ว่าผลจากเศรษฐกิจคู่ค้าที่ชะลอลงอาจจะเป็นปัจจัยลบในเรื่องการเติบโตทางเศรษฐกิจ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับการมองภาพเศรษฐกิจ ซึ่งเข้าใจว่า สศค.อาจจะมองภาพไว้ก่อนหน้านั้นแล้ว โดยฝั่ง ธปท.เพิ่งออกตัวเลขประมาณการใหม่ไป และกำลังจะออกอีกครั้งในวันที่ 30 เดือนพฤศจิกายนนี้ ก็คงจะมีการทบทวนอีกครั้ง ดังนั้น มีหลายปัจจัยที่จะต้องคำนึงถึง เช่น นักท่องเที่ยวอาจจะเข้าประเทศมากกว่าที่คาดการณ์ เศรษฐกิจโลกจะชะลอตัวลง เป็นต้น ซึ่งเรื่องนี้ ธปท.จะรวบรวมข้อมูลใหม่เพื่อการวิเคราะห์ข้อมูล

“ขณะที่ภาพรวมไตรมาส 4/2565 ที่ผ่านมา 1 เดือน เท่าที่ดูภาคการท่องเที่ยวฟื้นตัว หากดูข้อมูลจากวันที่ 15 ตุลาคม จำนวนนักท่องเที่ยวแตะ 6 ล้านคน ดังนั้น คาดว่านักท่องเที่ยวจะกลับเข้าไทยและอุปสงค์ในประเทศไปต่อได้ เพราะรายได้จะกลับมาตามการฟื้นตัวเศรษฐกิจ” นางสาวชญาวดีกล่าว