เอสเอ็มอี แบงก์ จับมือ ปณท ปล่อยกู้พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ ดอกต่ำแค่ 1.05%
น.ส.นารถนารี รัฐปัตย์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ เอสเอ็มอี แบงก์ เปิดเผยว่า ได้เตรียมเม็ดเงิน 300 ล้านบาท เพื่อปล่อยสินเชื่อให้แก่พ่อค้าแม่ค้าที่ค้าขายระบบออนไลน์ผ่านบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด(ปณท) โดยให้วงเงินสูงสุดถึง 3 แสนบาทต่อราย อัตราดอกเบี้ยต่ำเพียง 1.05% ต่อเดือน โดยโครงการดังกล่าว ถือเป็นโครงการนำร่องในการปล่อยสินเชื่อให้แก่พ่อค้าแม่ค้ากลุ่มนี้ เพื่อให้มีเงินทุนหมุนเวียนนำไปประกอบธุรกิจได้คล่องตัวยิ่งขึ้น โดยเงื่อนไขจะมีการผ่อนปรน ได้แก่ ไม่ต้องใช้เอกสาร ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ หรือบุคคลค้ำประกัน ส่วนการคิดดอกเบี้ยเงินกู้จะเป็นแบบลดต้นลดดอก
“ในแง่ความเสี่ยงในการปล่อยสินเชื่อนั้น เรามองว่า ลูกค้ากลุ่มนี้ มีความเสี่ยงไม่มากนัก เนื่องจาก เราสามารถตรวจสอบได้ว่า เขามียอดขายที่สม่ำเสมอผ่านระบบส่งพัสดุเรียกเก็บเงินปลายทาง หรือ (Cash on Delivery : COD) โดยเราจะตรวจสอบย้อนหลัง 1 ปี ซึ่งถือว่า มีตัวตนที่ชัดเจน ซึ่งเราจะให้สินเชื่อเป็นสภาพคล่องถึง 3 เท่าของยอดขาย โดยไม่ต้องมีการค้ำประกัน เมื่อสินเชื่อผ่านการอนุมัติ เราจะมีการเซ็นสัญญา ซึ่งก็จะเจอตัวตนของลูกค้าด้วยทั้งนี้ ธนาคารได้เริ่มเปิดให้ยื่นคำขอสินเชื่อดังกล่าวแล้ว โดยมีผู้ยื่นแล้วกว่า 100 ราย คาดว่า จะมีผู้สนใจเข้ามาขอสินเชื่อราว 2-3 พันราย”น.ส.นารถนารี กล่าว
น.ส.นารถนารี กล่าวว่า ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถสมัครได้ง่ายผ่าน Wallet@POST เพียงมียอดขายผ่าน COD ไปรษณีย์ไทย เฉลี่ยเดือนละ 2 หมื่นบาทขึ้นไป เปิดรับคำขอสินเชื่อตั้งแต่วันนี้ถึง 30 มิถุนายน 2566 หรือจนกว่าจะเต็มวงเงิน
ด้านนายดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวว่า ไปรษณีย์ไทยนับเป็นหน่วยงานขนส่งของชาติที่ให้บริการที่หลากหลายแก่ลูกค้าทุกกลุ่ม โดยเฉพาะผู้ประกอบการธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่ใช้บริการขนส่งเป็นหลักและมีการทำธุรกรรมการเงินผ่านแอปพลิเคชัน Wallet@POST ซึ่งส่วนใหญ่ใช้บริการเก็บเงินปลายทาง เป็นหลัก และกลุ่มพ่อค้าแม่ค้านี้เป็นกลุ่มที่มีความต้องการเงินทุนหมุนเวียนในการทำธุรกิจ แต่การยื่นกู้ขอสินเชื่อ ทำได้ยาก เนื่องจาก อาจจะมีหลักฐานแสดงสถานะทางการเงินที่ไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขในการอนุมัติสินเชื่อ
“ดังนั้น เพื่อเป็นการสนับสนุนการทำธุรกิจของผู้ประกอบการรายย่อย ไปรษณีย์ไทยจึงได้ร่วมกับธนาคารและสถาบันการเงินหลายแห่ง เป็นช่องทางให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุน ที่มีความน่าเชื่อถือ มีแหล่งที่มาที่ตรวจสอบได้ รวมทั้ง มีขั้นตอนในการยื่นขอสินเชื่อที่สะดวก รวดเร็ว ทั้งนี้ บริการ COD มีการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี โดยในปี 2565 มีปริมาณชิ้นงาน COD เติบโตรวมกว่า 25% มียอดขายราว 500 ล้านบาท และคาดว่า ปลายปีนี้จะสูงเพิ่มขึ้นอีกในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่มีปริมาณการซื้อของขวัญส่งให้กันเป็นจำนวนมาก” นายดนันท์ กล่าว

