หน้าแรก เศรษฐกิจ ธ.ก.ส. เผย พิ...

ธ.ก.ส. เผย พิษเศรษฐกิจซ้ำซ้อน ทำหนี้เสียครึ่งปีบัญชี พุ่ง 12.5% ยันตรึงดอกเบี้ยนานที่สุด

1.11.22 | 15:44 น.

ธ.ก.ส.เผย พิษเศรษฐกิจซ้ำซ้อน ทำหนี้เสียครึ่งปีบัญชี 65/66 พุ่ง 12.5% ตั้งเป้าสินเชื่อใหม่ 7 แสนล้านบาท ยันตรึงดอกเบี้ยเงินกู้ให้นานที่สุด

เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน นายธนารัตน์ งามวลัยรัตน์ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า เนื่องจากเกษตรกรได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด รวมถึงสงครามรัสเซียและยูเครน ซึ่งส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต และเงินเฟ้อ รวมทั้งสถานการณ์น้ำท่วม จึงส่งผลให้สถานการณ์หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ช่วงครึ่งปีแรกของปีบัญชี 2565/66 (เดือน เมษายน – กันยายน 2565) อยู่ที่ระดับ 12.5% จากปกติธนาคารจะมีเอ็นพีแอลไม่เกิน 10% อย่างไรก็ดี ธนาคารก็จะให้ความสำคัญกับการเข้าไปดูแลด้วยการปรับโครงสร้างหนี้อย่างยั่นยืน โดยคาดว่าจะทำให้สิ้นปีบัญชี 2565 (31 มีนาคม 2566) สัดส่วนเอ็นพีแอลจะลดลงอยู่ที่ระดับ 7%

“ยอมรับว่าสัดส่วนเอ็นพีแอลเพิ่มสูงขึ้น เพราะ 2 ปีที่ผ่านมา เกษตรกรเผชิญภาวะข้อจำกัดทางด้านการเงิน ซึ่งหากธ.ก.ส.เข้าไปเร่งจัดเก็บก็คงไม่ใช่ เราจึงจะเข้าไปช่วยดูแลด้วยการปรับโครงสร้างหนี้ ทั้งนี้ ในช่วงเดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม 2565 เกษตรกรจะมีรายได้จากการเก็บเกี่ยวผลผลิต ซึ่งจะทำให้เกษตรกรกลับมามีความสามารถในการชำระหนี้” นายธนารัตน์ กล่าว

นายธนารัตน์ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานธ.ก.ส. ครึ่งแรกของปีบัญชี 2565/66 (เดือน เมษายน – กันยายน 2565) สามารถปล่อยสินเชื่อเพื่อดูแลเกษตรกรแล้วกว่า 368,745 ล้านบาท และคาดว่าสิ้นปีบัญชี 2565 (31 มีนาคม 2566) จะสามารถปล่อยสินเชื่อได้กว่า 7 แสนล้านบาท โดย ณ 30 กันยายน 2565 ธนาคามีสินเชื่อสะสม กว่า 1.6 ล้านล้านบาท และเงินฝากอยู่ที่ 1.77 ล้านล้านบาท และมีสินทรัพย์มากกว่า 2.12 ล้านล้านบาท

นายธนารัตน์ กล่าวว่า ขณะที่หนี้สินอยู่ที่ระดับ 1.974 ล้านล้านบาท สำหรับรายได้จากดอกเบี้ย และค่าธรรมเนียมอื่นๆ อยู่ที่ระดับ 4.2 หมื่นล้านบาท ส่วนค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการดำเนินงานของแบงก์อยู่ที่ประมาณ 4.1 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิครึ่งแรกของปี 2565 อยู่ที่ 1,388 ล้านบาท ซึ่งต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ประมาณ 50 ล้านบาท

นายธนารัตน์ กล่าวว่า ในส่วนภาวะแนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้น สถาบันการเงินของรัฐยังยืนยันที่จะตรึงดอกเบี้ยเงินกู้ ซึ่งการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) 2 ครั้งที่ผ่านมา ธ.ก.ส.ก็ยังตรึงดอกเบี้ยเงินกู้ช่วยเหลือลูกหนี้เกษตรกรอยู่ รวมทั้งแบงก์รัฐทุกแห่งด้วย และจะรอติดตามสถานการณ์การประชุมกนง. อีกครั้งในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2565 หากกนง.ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย แต่ประเมินแล้วไม่กระทบแบงก์ ธนาคารก็จะยังตรึงดอกเบี้ยเงินกู้ไว้ให้นานที่สุด

Advertisement