หน้าแรก เศรษฐกิจ “ยูโอบี” ประก...

“ยูโอบี” ประกาศซื้อกิจการลูกค้ารายย่อยซิตี้แบงก์ใน 4 ประเทศ

1.11.22 | 16:12 น.

“ยูโอบี” ประกาศซื้อกิจการลูกค้ารายย่อยซิตี้แบงก์ใน 4 ประเทศ ทั้งไทย-มาเลย์-อินโดฯ-เวียดนาม คาดหลังดำเนินการเสร็จดันลูกค้าเพิ่มลูกค้าเพิ่มเป็น 2 เท่า

เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2565 นายวี อี เชียง รองประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารยูโอบี กล่าวว่า ยูโอบี ได้เข้าซื้อกิจการธนาคารลูกค้ารายย่อยของธนาคารซิตี้แบงก์ในประเทศมาเลเซียและไทยอย่างเสร็จสมบูรณ์ตามกฎหมาย โดยเริ่มวันที่ 1 พฤศจิกายน 2565 และส่วนในอินโดนีเซียและเวียดนามคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2566 ซึ่งกิจการธนาคารลูกค้ารายย่อยประกอบด้วยกลุ่มลูกค้าสินเชื่อที่ไม่มีหลักประกันและมีหลักประกัน ธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง และธุรกิจเงินฝากรายย่อย โดยหวังว่าการโอนย้ายลูกค้าทั้งระบบจะแล้วเสร็จในอีก 12-18 เดือนข้างหน้า หลังเสร็จสิ้นกระบวนการเข้าซื้อกิจการแล้ว คาดว่าขนาดธุรกิจธนาคารลูกค้ารายย่อยในทั้ง 4 ประเทศจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า มีการให้บริการลูกค้าจำนวน 5.3 ล้านคน และเสริมทีมงานให้แกร่งขึ้นด้วยพนักงานอีก 5,000 คน

นายวี อี เชียง กล่าวว่า เป้าหมายของกลุ่มธุรกิจลูกค้าบุคคล คาดว่าลูกค้ารายย่อย สำหรับประเทศไทยจะเป็น 1 ใน 6 ของกิจการลูกค้ารีเทล และขยับเป็น 1 ใน 3 ของธนาคารสำหรับบัตรเครดิตในประเทศ ขณะที่จำนวนลูกค้าใน 4 ประเทศ ประเทศไทยจำนวน 2.4 ล้านคน มาเลเซีย 1.5 ล้านคน อินโดนีเซีย 1.2 ล้านคน และเวียดนาม 2 แสนคน ซึ่งการเข้าซื้อกิจการในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ธนาคารในการขยายธุรกิจธนาคารลูกค้ารายย่อยในภูมิภาคอาเซียน นอกจากธุรกิจหลักของธนาคารในประเทศสิงคโปร์

ทั้งนี้ กิจการธนาคารลูกค้ารายย่อยนี้ประกอบด้วยกลุ่มลูกค้าสินเชื่อที่ไม่มีหลักประกันและมีหลักประกัน ธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง และธุรกิจเงินฝากรายย่อย ซึ่งจะส่งผลให้สัดส่วนรายย่อยของธนาคารเพิ่มขึ้นจาก 7% เป็น 21% และสินเชื่อที่อยู่อาศัยและรายใหญ่จะอยู่ที่ 40% ขณะเดียวกัน จะส่งผลให้รายได้จากรายย่อยเพิ่มจาก 54% เพิ่มเป็น 70%

นางวีระอนงค์ จิระนคร ภู่ตระกูล Head of Retail and Brand ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวว่า สำหรับแผนการที่ทำให้ยูโอบีเป็นผู้นำในตลาดที่มีส่วนแบ่งอันดับ 1 ในลูกค้าบุคคล โดยจะเดินหน้าต่อไปในบริการทุกเซ็กเมนต์ และเน้นการให้บริการระยะยาวเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนในทุกเซ็กเมนต์ ผลิตภัณฑ์ต้องเป็นแบบตรงใจและเหมาะสมสำหรับลูกค้า และการเจาะกลุ่มลูกค้ามั่งคังในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นกลุ่มลูกค้าที่เจริญเติบโตมากๆ รวมถึงการรุกตลาดคนรุ่นใหม่ผ่านยูโอบีทูมอโร่ แพลตฟอร์มดิจิทัลของยูโอบี นอกจากนี้ ลูกค้าที่ต้องการใช้บริการแบบออฟไลน์ทั่วไปจะพัฒนาควบคู่กันไปในหลากหลายช่องทางให้ตอบโจทย์ลูกค้ามากที่สุด โดยการพัฒนาด้านเทคโนโลยีที่สร้างคุณภาพให้กับผลิตภัณฑ์มากที่สุด

นายยุทธชัย เตยะราชกุล Head of Personal Financial Services ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวว่า สำหรับการเปลี่ยนแปลงในส่วนของลูกค้ามีการเปลี่ยนแปลงน้อยมากและลูกค้าจะไม่ได้รับผลกระทบและยังคงใช้บริการได้เหมือนเดิม เนื่องจากยูโอบีได้ทำสัญญากับซิตี้แบงก์ โดยจะยังใช้ระบบธนาคารของซิตี้แบงก์ต่อไปอีก 1 ปี ดังนั้น ลูกค้ายังสามารถใช้บริการ อาทิ การฝาก ถอน โอนเงิน การคงดอกเบี้ย การใช้บัตรเครดิต การใช้โมบายแบงกิ้งของธนาคาร รวมถึงค่าธรรมเนียมยังคงไว้เหมือนเดิม

Advertisement

ขณะเดียวกันลูกค้าที่ใช้บริการทั้งของยูโอบีและใช้บริการของซิตี้แบงก์ด้วย กรณีนี้เนื่องจากระบบปัจจุบันยังแยกเป็น 2 ธนาคาร และมีการให้บริการผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างกัน ดังนั้น จะใช้ผู้ดูแลความสัมพันธ์ลูกค้าผู้ประกอบการ (RM) ยังแยกกันดูอยู่ แต่เมื่อใช้เวลารวมธุรกิจเสร็จจะดูว่าลูกใช้บริการในส่วนใดมากกว่ากัน หลังจากนั้นจะโอนข้อมูลต่างๆ ไปไว้ที่เดียวกัน นอกจากนี้ ศูนย์ให้บริการลูกค้าเก่าของซิตี้แบงก์จะเปิดให้บริการ 3 สาขา สำนักงานใหญ่ อินเตอร์เชนจ์ 21 ซิตี้แบงก์สาขาเอกมัย รามอินทรา และสาขาเซ็นทรัลเวิลด์