หน้าแรก เศรษฐกิจ ‘ศักดิ์สยาม’ ...

‘ศักดิ์สยาม’ ลงพื้นที่ตรวจความพร้อมสนามบินสุวรรณภูมิ รองรับ นทท.-เอเปค แก้ปัญหาความแออัด

3.11.22 | 14:57 น.

 

‘ศักดิ์สยาม’ ลงพื้นที่ตรวจความพร้อมสนามบินสุวรรณภูมิ รองรับ นทท.-เอเปค แก้ปัญหาความแออัด สั่ง ทอท.ติดตั้งอุปกรณ์ตรวจสอบพาสปอร์ตให้เสร็จภายใน 15 วัน

เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังการตรวจเยี่ยมการเตรียมความพร้อมการให้บริการผู้โดยสารขาเข้าและขาออก และการเตรียมความพร้อมการอำนวยความสะดวกในโอกาสที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเอเปค ว่า กระทรวงคมนาคมได้เร่งแก้ปัญหาความแอแออัดของผู้โดยสารในพื้นที่ท่าอากาศยานตามนโยบายรัฐบาล ซึ่งจากการตรวจเยี่ยมการเตรียมความพร้อมการให้บริการผู้โดยสารขาเข้าและขาออก ได้ตรวจความพร้อมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในขั้นตอนการให้บริการและการอำนวยความสะดวกผู้โดยสาร ให้กระบวนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่มีความคล่องตัวและให้บริการได้รวดเร็ว

นายศักดิ์สยามกล่าวว่า สำหรับจุดตรวจคนเข้าเมืองท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้มีการประสานการทำงานกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองอย่างใกล้ชิดเพื่อบริหารจัดการการให้บริการผู้โดยสารเป็นไปด้วยความรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยเน้นย้ำให้บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. วิเคราะห์คาดการณ์ปริมาณความต้องการการเดินทางและเที่ยวบินที่เกิดขึ้นในแต่ละช่วงเวลา พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อบริหารจัดการทรัพยากรต่างๆ ให้การบริการเกิดความสะดวกรวดเร็วแก่ผู้เดินทาง และเกิดประสิทธิภาพสูงสุด

นายศักดิ์สยามกล่าวอีกว่า โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่มีจำนวนเที่ยวบินหนาแน่น เพื่อลดความแออัดของจำนวนผู้โดยสารในท่าอากาศยาน สำหรับพื้นที่ผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศ ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มีช่องตรวจอนุญาตทั้งสิ้น 119 ช่องตรวจ แบ่งเป็นโซนตะวันออก จำนวน 56 ช่องตรวจ สามารถระบายผู้โดยสารได้ 3,360 คนต่อชั่วโมง โซนกลาง จำนวน 20 ช่องตรวจ สามารถระบายผู้โดยสารได้ 1,200 คนต่อชั่วโมง โซนตะวันตก จำนวน 43 ช่องตรวจ สามารถระบายผู้โดยสารได้ 2,580 คนต่อชั่วโมง หรือสามารถให้บริการผู้โดยสารรวมทั้งหมดประมาณ 7,000 คนต่อชั่วโมง

Advertisement

นายศักดิ์สยามกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ มีเครื่องตรวจหนังสือเดินทางอัตโนมัติ จำนวน 32 เครื่อง แบ่งเป็น ขาเข้า จำนวน 16 เครื่อง ขาออก จำนวน 16 เครื่อง นอกจากนี้ ได้จัดทำเสากั้นทางเดินเพื่อจัดระเบียบพื้นที่ไม่ให้เกิดความแออัดของผู้โดยสารขณะรอรับบริการในขั้นตอนต่างๆ รวมทั้งจัดเจ้าหน้าที่มอนิเตอร์เพื่อบริหารจัดการให้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าดำเนินการได้รวดเร็วขึ้น สามารถรองรับจำนวนผู้โดยสารได้เพียงพอ

“ขณะเดียวกัน เพื่อลดความแออัดได้มอบหมายให้ ทอท.จัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกผู้โดยสารคนไทยที่ใช้พาสปอร์ตรูปแบบใหม่ จัดช่องทางเฉพาะเพื่อให้เกิดความคล่องตัว หากเจอปัญหาเครื่องสแกนอัตโนมัติไม่สามารถอ่านข้อมูลได้ ส่วนเรื่องอุปกรณ์ที่เกี่ยวกับการตรวจสอบพาสปอร์ตไม่เพียงพอ ได้มอบหมายให้ ทอท.ดำเนินการจัดหาให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน เพื่อรองรับผู้โดยสารช่วงไฮซีซั่น ส่วนเรื่องการจัดระเบียบทางเดินในสนามบิน ให้หน่วยงานจัดทำป้ายทางเดินที่ชัดเจนพร้อมจัดเจ้าหน้าที่ดูแลการเดินทางไม่ให้เกิดความหนาแน่น” นายศักดิ์สยามกล่าว

นายศักดิ์สยามกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ยังได้เน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรักษามาตรฐานการบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพในชั่วโมงเร่งด่วน ซึ่งมีเที่ยวบินขาเข้าจำนวนมาก ทั้งนี้ จากการตรวจติดตามการดำเนินงานทุกขั้นตอนพบว่าดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถบริหารจัดการได้ดี ไม่มีปัญหาใดๆ นอกจากนี้ ยังได้สั่งการให้ ทอท. และกรมท่าอากาศยาน ดูแลความพร้อม 29 ท่าอากาศยานทั่วประเทศ เพื่อให้นักท่องเกิดความสะดวก และเกิดความปลอดภัยมากที่สุด และมอบหมายให้กรมการขนส่งทางบก จัดรถบริการสาธารณะให้เพียงพอ และดูแลเรื่องอัตราค่าโดยสาร การให้บริการ รองรับผู้มาเยือน

นายศักดิ์สยามกล่าวว่า อีกทั้งได้ประชุมการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการให้บริการผู้โดยสารขาข้าและขาออก รวมทั้งการเตรียมความพร้อมอำนวยความสะดวกในโอกาสที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจในเอเชียแปซิฟิก หรือเอเปค ระหว่างวันที่ 14-19 พฤศจิกายนนี้ ร่วมกับกรมท่าอากาศยาน สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด และท่าอากาศยานภายใต้การกำกับดูแลของ ทอท. ทั้ง 6 แห่ง ประกอบด้วย ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานดอนเมือง ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ท่าอากาศยานภูเก็ต และท่าอากาศยานหาดใหญ่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

นายศักดิ์สยามกล่าวว่า ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมได้ดำเนินการเตรียมความพร้อมเรื่องหลุมจอดอากาศยานขนาดกลางและขนาดใหญ่ของคณะผู้นำเขตเศรษฐกิจ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้เตรียมความพร้อมหลุมจอดอากาศยาน เพื่อรองรับอากาศยานของคณะประมุขและผู้นำประเทศที่เดินทางเข้าร่วมประชุมเอเปค จำนวน 120 หลุมจอด โดยสามารถให้อากาศยานของคณะพักค้างคืนที่หลุมจอด สำหรับเที่ยวบินพาณิชย์ จำนวน 4 ลำ และสามารถจอดพักค้างคืนบนพื้นที่จอดอากาศยานเฉพาะ จำนวน 16 ลำ (รวมทั้งหมด จำนวน 20 ลำ)

นายศักดิ์สยามกล่าวว่า นอกจากนี้ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิสามารถบริหารจัดการได้โดยไม่กระทบต่อการให้บริการเที่ยวบินพาณิชย์อื่นๆ ในส่วนท่าอากาศยานดอนเมือง ได้เตรียมความพร้อมหลุมจอดอากาศยาน จำนวน 101 หลุมจอด โดยสามารถให้อากาศยานของคณะพักค้างคืนที่หลุมจอด จำนวน 17 หลุมจอด พร้อมกับมอบหมายให้ ทอท.ประสานงานกับกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อพิจารณาขนาดอากาศยานและขนาดพื้นที่ในการรองรับให้เหมาะสม โดยเน้นย้ำต้องให้ความสำคัญกับทุกเขตเศรษฐกิจ และดูแลอย่างเต็มที่ทั้งขาเข้าประเทศและขาออกประเทศ

นายศักดิ์สยามกล่าวอีกว่า พร้อมจัดรถโดยสารสาธารณะเพื่อเชื่อมโยงการเดินทางจากท่าอากาศยานไปยังจุดหมายปลายทางของผู้โดยสาร โดยมอบ ทอท. ประสานรายละเอียดกับกระทรวงการต่างประเทศเพิ่มเติม โดยดำเนินการทุกขั้นตอนต้องเป็นไปตามหลักการและกฎระเบียบ ส่วนมาตรการรักษาความปลอดภัยให้เพิ่มความถี่และความเข้มงวดในการตรวจตราทั้งในพื้นที่เขตการบิน และพื้นที่สาธารณะ โดยปฏิบัติงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ทหาร

“จากการตรวจสอบข้อมูลการตอบรับเข้าร่วมในแต่ละเขตเศรษฐกิจมีข้อเสนอในการขอให้รักษาความปลอดภัยที่แตกต่างกัน กระทรวงคมนาคมจึงขอให้กระทรวงการต่างประเทศรวบรวมข้อมูลข้อเสนอการรักษาความปลอดภัยในแต่ละเขตเศรษฐกิจ เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับรองต่อไป” นายศักดิ์สยามกล่าว