‘กรุงเทพ’ ชง 3 โอกาสต่อยอดความร่วมมือ ฮ่องกง-อาเซียน หนุนเศรษฐกิจโตสู่ศตวรรษที่ 21

3.11.22 | 16:51 น.
ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์

‘กรุงเทพ’ ชง 3 โอกาสต่อยอดความร่วมมือ ฮ่องกง-อาเซียน หนุนเศรษฐกิจโตสู่ศตวรรษที่ 21

เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ กรรมการบริหาร ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวปาฐกถา เรื่องโอกาสหลากมิติภายใต้ความร่วมมือฮ่องกง-อาเซียน ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ในการประชุมสุดยอดฮ่องกง-อาเซียน 2022 ที่จัดโดย South China Morning Post ณ เขตบริหารพิเศษฮ่องกงว่า สถานการณ์ปัจจุบันที่ปัญหาโควิด-19 ได้คลายตัวลงแล้ว ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญสำหรับส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยี ด้วยการสร้างความร่วมมือระดับภูมิภาคที่จะเป็นส่วนสำคัญต่อการเติบโตในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพในอนาคต โดยเฉพาะความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนและ RCEP (Regional Comprehensive Economic Partnership) ซึ่งก็คือ อาเซียนบวกจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์

ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาจากข้อมูล จะพบความน่าสนใจว่า อาเซียนมีประชากรกว่า 660 ล้านคน มากกว่า 50% อยู่ในวัยแรงงาน และ 25% อยู่ในกลุ่มอายุ 5-19 ปี และเมื่อพิจารณาในด้านการจ้างงาน แรงงาน 90 ล้านคนอยู่ในภาคเกษตร 73 ล้านคนอยู่ในภาคค้าส่ง ขายปลีก และ Hospitality 44 ล้านคนอยู่ในภาคการผลิต 22 ล้านคนอยู่ในภาคการก่อสร้าง 16 ล้านคนอยู่ในภาคโลจิสติกส์ และไอที ขณะที่ 9 ล้านคนอยู่ในภาคการเงิน อสังหาริมทรัพย์ และบริการธุรกิจ

นายพิเชฐกล่าวว่า ขณะที่จีดีพีของอาเซียน ปัจจุบันมีมูลค่าประมาณ 3 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ โดยมีมูลค่าการค้ากับจีนกว่า 5 แสนล้านเหรียญสหรัฐ มีมูลค่าการนำเข้ากว่า 3.2 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2563 ด้านการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ในอาเซียนมีมูลค่า 1.37 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่ง 25% มาจากการลงทุนของสหรัฐ และ 8.5% หรือประมาณ 1.16 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ มาจากฮ่องกง ภาคการท่องเที่ยวถือเป็นไฮไลต์ของอาเซียน โดยในช่วงก่อนโควิด-19 มีนักท่องเที่ยวอาเซียนไปเยือนฮ่องกงปีละ 2.6 ล้านคน และนักท่องเที่ยวฮ่องกงมาเยือนอาเซียน 1.7 ล้านคน นอกจากนี้ อาเซียนยังส่งออกสินค้าเกษตรไปยังฮ่องกงมูลค่ากว่า 2.6 พันล้านเหรียญสหรัฐ อีกด้วย

สำหรับโอกาสการพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างฮ่องกงและอาเซียนเสนอข้อคิดเห็นไว้ 3 แนวทาง ประกอบด้วย 1.การเติบโตอย่างก้าวกระโดดจากความร่วมมือด้านการเงิน การค้า และการลงทุน โดยต้องกำหนดเป้าหมายและแนวทางดำเนินงานใหม่ เช่น ด้านการค้าที่ต้องเริ่มโฟกัสกับกลุ่มอุตสาหกรรมใหม่ร่วมกัน เช่น รถยนต์พลังงานไฟฟ้า พลังงานหมุนเวียน อาหารเพื่อสุขภาพเฉพาะด้าน (Functional Food) กลุ่มเศรษฐกิจใหม่ ที่มุ่งเน้นเรื่องเศรษฐกิจชีวภาพ-เศรษฐกิจหมุนเวียน BCG

2.ฮ่องกงและอาเซียนควรทบทวนด้านการเชื่อมโยงทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมระหว่างกัน โดยอาจมีแนวทางและความร่วมมือเพื่อขยายปริมาณการค้า ความเชี่ยวชาญทางเทคนิค ห่วงโซ่คุณค่า ตลอดจนการเสริมทักษะใหม่ของแรงงาน ขณะเดียวกันอาจต้องมองถึงการเชื่อมต่อในมิติอื่นๆ อย่างท่าเรือน้ำลึก การบิน และระบบราง การเชื่อมต่อด้านดิจิทัลที่แข็งแกร่งผ่านเครือข่ายข้อมูลภาคพื้น ดาวเทียม และเคเบิลใต้น้ำ อันจะเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดการเชื่อมโยงด้านข้อมูล ด้านอีคอมเมิร์ซ และการศึกษา ที่จะนำพาเศรษฐกิจของทั้งสองฝ่ายเดินหน้าสู่โลกในศตวรรษที่ 21 ได้อย่างแท้จริงและยั่งยืน รวมถึงในระหว่างทางที่ต้องมีความร่วมมือระหว่างกันในประเด็นด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์และการปกป้องข้อมูล

Advertisement

3.อาเซียนยังให้ความสำคัญกับประเด็นด้านสังคมและวัฒนธรรมร่วมกันในฐานะที่เป็นพลเมืองของอาเซียน ซึ่งจะครอบคลุมเรื่องความรับผิดชอบต่อสังคม การมีส่วนร่วม ความยั่งยืน และการปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้น ความร่วมมือที่ดีระหว่างกันในมิตินี้ จะส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนในอนาคต นอกจากนี้ การแข่งขันในตลาดปัจจุบัน ภาคเศรษฐกิจและธุรกิจไม่อาจแยกขาดจากประเด็นทางสังคมได้อีกต่อไป