‘จำนำกทม.’ เผย ศก.แย่ ‘ไม่นิยมเพชร’ ขายต่อก็ไร้คนซื้อ เชียร์ประมูลทอง ไม่บวกค่ากำเหน็จ

5.11.22 | 17:56 น.

รอง ผอ. ‘สถานธนานุบาล กทม.’ ชี้ คนไม่นิยมเพชรเพราะเศรษฐกิจแย่ พ่อค้าขายต่อไม่ได้ เชียร์ประมูลทอง ไม่บวกค่ากำเหน็จ

เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน ที่ห้องประมูลทรัพย์หลุดจำนำ สำนักงานสถานธนานุบาลกรุงเทพมหานคร ชั้น 3 อาคารโกลด์ มาร์เก็ต เขตจตุจักร มีการจัดประมูลทรัพย์หลุดจำนำของสถานธนานุบาล กทม. ตั้งแต่เวลา 9.00-12.00 น. แบ่งเป็นประเภท ทองคำ นาก เงิน เพชร พลอยรูปพรรณ อัญมณี พระเลี่ยม และเบ็ดเตล็ด จำหน่ายโดยวิธีการประมูลด้วยวาจา ทั้งนี้ ทรัพย์หลุดจำนำมาจากสาขา ตลาดพลู บางกอกใหญ่ จอมทอง ทุ่งครุ บางบอน ราษฎร์บูรณะ และเทเวศร์

อ่านข่าว : ฟาดไป 2 แสน! เคาะสู้ทองหลุดจำ กทม. ‘เซียน’ สอนวิธีส่อง ต้องตาดี ดูยิบเปอร์เซ็นต์-ยี่ห้อ

ศึกชิง ‘ทองหลุดจำนำ’ เพชรน้อยใจ ไม่มีคนเคาะ ‘สถานธนานุบาล กทม.’ ปล่อยของ แห่ประมูลคึก

น.ส.วราภรณ์ จันทร์เพ็ญ รองผู้อำนวยการ ปฏิบัติหน้าที่แทนผู้อำนวยการสถานธนานุบาลกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า การจัดประมูลทรัพย์หลุดจำนำของสถานธนานุบาล กทม. จะจัดขึ้นอย่างน้อยเดือนละ 3 ครั้ง ตั้งแต่เวลา 9.00 น. ในวันเสาร์และวันอาทิตย์ ที่ไม่ตรงกับช่วงวันหยุดนักขัตฤกษ์ โดยในแต่ละครั้งประชาชนให้ความสนใจมาร่วมประมูลทรัพย์ ทำให้ในแต่ละครั้งจะประมูลทรัพย์หมด

น.ส.วราภรณ์กล่าวต่อว่า ทางสถานธนานุบาลฯ พยายามให้มีการประมูลทรัพย์ให้หมดทุกครั้ง เพราะว่าต้องนำเงินทุนส่วนหนึ่งไปรับจำนำต่อ เพื่อให้ประชาชนมีเงินนำไปใช้จ่าย เปรียบเป็นทุนหมุนเวียน ไม่เช่นนั้นจะเกิดทุนจม การเก็บทรัพย์สินไว้จะไม่เกิดประโยชน์ ซึ่งผู้เข้าประมูลส่วนใหญ่เป็นผู้เข้าประมูลรายเดิมที่เคยมาประมูลแล้ว ซึ่งมีการประกอบหลากหลายอาชีพ ส่วนผู้ประมูลรายใหม่จะมีเข้ามาบ้างหมุนเวียนกันไป

Advertisement

เมื่อถามว่า การลดราคาทรัพย์เมื่อไม่มีผู้ประมูล มีหลักเกณฑ์อย่างไร ?

น.ส.วราภรณ์เผยว่า การประมูลรอบแรก บางครั้งผู้ประมูลไม่สู้ราคา เพราะราคาอาจจะตั้งสูงไป ก็จะมีการลดราคาให้ แล้วถ้าไม่มีคนสู้อีก ทางสถานธนานุบาลฯ จะเก็บไว้ประมูลในครั้งถัดไป

“เราไม่สามารถลดจนขาดทุนได้ เหมือนกับต้นทุน ถ้าต้นทุนมา 3 บาท เราจะลดต่ำกว่า 3 บาท เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้น เราจะเก็บไว้และนำมาประมูลในครั้งถัดไป” น.ส.วราภรณ์กล่าว

เมื่อถามว่า ทางสถานธนานุบาลฯ มีการสะสมทองไว้เพื่อขายตอนที่ราคาทองขึ้นสูงไว้หรือไม่ ?

น.ส.วราภรณ์เผยว่า ไม่มีการสะสมทองไว้ เพราะราคาทองคำมีความผันผวนสูงมาก ยิ่งถ้าราคาต่ำลงยิ่งมีผลกระทบมากกว่า

“เมื่อทรัพย์หลุดเป็นสิทธิ เราดำเนินการจำหน่ายเลยโดยไม่มีการกักตุนไว้ ลองไปดูสถิติราคาทองคำย้อนหลัง มันน่ากลัว เพราะเราตอบไม่ได้ว่า ถ้าเราเก็บ พรุ่งนี้ราคาขึ้น ถ้าวันนี้เก็บแล้ววันนี้ลง เราก็เสียโอกาส” น.ส.วราภรณ์กล่าว

น.ส.วราภรณ์เปิดเผยอีกว่า การประมูลทองรูปพรรณ ดีกว่าการซื้อตามร้าน เนื่องจากทางสถานธนานุบาลฯ ไม่ได้บวกค่ากำเหน็จ ราคาประมูลเป็นราคาเนื้อทองล้วน ฉะนั้น คนประมูลได้ประโยชน์แน่นอน ซึ่งถ้าทองรูปพรรณเป็นเส้นใหม่ ก็สามารถขายต่อได้โดยบวกค่ากำเหน็จไปด้วย

“ตอนนี้ทองคำบาทละ 29,650 บาท เขาก็ไปขาย 30,000 บาท แต่เขาประมูลจากเราไป 28,000 บาท เพราะเราจะถอยราคาให้ด้วย คือได้ประโยชน์ทั้งประชาชนทั่วไป หรือทางพ่อค้าเอง เพราะการประมูลไม่มีค่ากำเหน็จ” น.ส.วราภรณ์กล่าว

เมื่อถามว่า ทำไมผู้ประมูลถึงไม่นิยมประมูลเครื่องประดับเพชรและอัญมณี เหมือนกับทองคำ ?

น.ส.วราภรณ์กล่าวว่า เนื่องจากผู้ประมูลไม่มีตลาดปล่อยขายต่อ ด้วยสถานการณ์โรคโควิด-19 ที่ผ่านมา ทำให้เศรษฐกิจชะลอตัวลง ทำให้ประชาชนไม่ค่อยซื้อเครื่องประดับใส่ ส่งผลให้เพชรและอัญมณีเกิดล้นตลาด แต่ด้วยหลักการบริหารความเสี่ยง ทำให้สถานธนานุบาลฯ จะรับจำนำเครื่องประดับเพชรและอัญมณีน้อยลง หรือให้ราคาจำนำต่ำกว่าราคาซื้อขายในท้องตลาด ทั้งนี้ เครื่องประดับเพชรและอัญมณี ถ้าขายจะได้ราคาดีกว่าการมาจำนำ ไม่เหมือนกับทองคำที่รับจำนำตามราคาซื้อขาย เพราะทองคำมีมูลค่าของตัวมันเอง

“ทองอยู่ที่ไหนก็เป็นทอง ทองก็คือทองวันยันค่ำ เพราะฉะนั้น ทองเป็นสินค้าที่ไว้สำหรับการแลกเปลี่ยนได้ดีมาก” น.ส.วราภรณ์กล่าว

น.ส.วราภรณ์กล่าวทิ้งท้ายว่า สถานธนานุบาลฯ ได้รับความนิยมมาตลอด เนื่องจากเป็นโรงรับจำนำ กทม. ยิ่งในช่วงนี้ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. มีนโยบายลดอัตราดอกเบี้ยจำนำเหลือเพียง 0.10% ต่อเดือน ในวงเงินไม่เกิน 5,000 บาท จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2565 ซึ่งปกติจะคิดดอกเบี้ย 0.25% ต่อเดือน ทำให้มีประชาชนเข้ามาใช้บริการเป็นจำนวนมาก