เฉลียงไอเดีย : ‘นพพร วาทิน’เจ้าพ่อ‘ไทยไฟท์’ ทุ่ม 1,000 ล้านผุด THAI FIGHT HOTEL เขย่า SOFT POWER ‘มวยไทย’ไปทั่วโลก

6.11.22 | 12:27 น.

ปฏิเสธไม่ได้ว่ากีฬา “มวยไทย” ปัจจุบันเป็นศิลปะการต่อสู้ที่รู้จักแพร่หลายไปทั่วโลก ชาวต่างชาติล้วนลิสต์เอาไว้ในสิ่งที่ต้องทำเมื่อมาถึงแดนสยาม หลายๆ คนหลงใหลในศิลปะการต่อสู้ที่ใช้ร่างกายเป็นอาวุธ และสิ่งที่ทำให้มวยไทยโด่งดังได้รับความนิยมนั้น เป็นเพราะเสน่ห์ที่มีความเป็นเอกลักษณ์ เป็นมากกว่าศิลปะการต่อสู้ แต่คือวัฒนธรรมประจำชาติ

และนี่เป็นที่มาของ คุณนพพร วาทิน ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยไฟท์ จำกัด ทุ่มทุนกว่า 1,000 ล้านบาท เปิดโปรเจ็กต์ยักษ์ THAI FIGHT HOTEL มุ่งมั่นปั้นแม่ไม้มวยไทย เป็น SOFT POWER THAILAND ภายใต้คอนเซ็ปต์ THAI FIGHT SIGNATURE PROJECTS และพา “ไทยไฟท์” มุ่งสู่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ด้วยการเปิดตัวโรงแรม THAI FIGHT HOTEL แลนด์มาร์กแห่งใหม่ของเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี

คุณนพพร รัวหมัดซัดข้อมูล ก่อนจะเป็น “ไทยไฟท์” เคยทำทั้งงานละคร หนัง รายการทีวี ตลอดระยะเวลา 30 กว่าปี ไม่เคยมีใครจดจำได้ ทำหนังตั้งแต่ “เด็กเสเพล”, “วัยระเริง” จวบจน “หลวงพี่เท่ง” สุดท้ายก็ไม่มีใครจดจำ จนหันไปซื้อสื่อ ซื้อทั้งบอลยุโรป บอลโลก มีแต่ซื้อลิขสิทธิ์ จะทำยังไงถึงจะขายลิขสิทธิ์ได้ มองว่าเส้นทางเดินของสื่อแคบลง ทำยังไงถึงจะหาเงินจากเมืองนอก อยากโปรโมตประเทศไทย มองโอกาสในช่องว่าง หยิบ มวยไทย ดึงประสบการณ์จากศึกเจ้ามวยไทยอ้อมน้อย ที่สั่งสมกว่า 30 ปี ยกระดับพัฒนามวยไทยให้ดีขึ้น จากธุรกิจมวยที่ตกต่ำเกือบ 20 ปี ปัดฝุ่นนวม เปลี่ยนโฉมเวทีแข็งขัน สร้างรูปแบบใหม่ แสง สี เสียง ผสมผสานมวยไทยและความบันเทิงเข้าด้วยกัน จับทางถูกจนประสบความสำเร็จขายสปอตโฆษณาหนึ่งตัวได้ 450,000 บาท ได้รับการสนับสนุนจากความแปลกใหม่ การันตีถ้วยรางวัลจากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

“ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานถ้วยแก่ไทยไฟท์ 3 ถ้วย พระองค์ท่านทอดพระเนตรทุกแมตช์ ต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานถ้วยให้อีก 6 ถ้วย เป็นครั้งแรกของมวยเอกชนที่พระองค์ท่านพระราชทานถ้วยรางวัล นับเป็นรางวัลที่ทรงคุณค่าและเป็นเกียรติประวัติต่อผู้รับอย่างสูงสุด”

คุณนพพร ย้อนวันวานอีกว่า “ผมจัดไทยไฟท์ ครั้งแรกที่พระลานพระราชวังดุสิต (ลานพระบรมรูปทรงม้า) เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร คนเข้าชม 30,000 คน ได้รับความสนใจจากชาวต่างชาติ ฝรั่งถ่ายรูปลงสื่อสังคมออนไลน์ และนี่เป็น ‘สื่อ’ ซึ่งมันเปลี่ยนไป เพราะฉะนั้นเราต้องสร้างแบรนด์ของเราไปทั่วโลก ซึ่งไอเท็มของแบรนด์ไทยไฟท์มีประมาณ 300 ไอเท็ม ขายดีทั้งเสื้อและขวดน้ำ งานที่ปัตตานีขายเสื้อได้ 3 หมื่นตัว ทำเงินไป 24 ล้านบาท”

Advertisement

เพราะกระบวนท่าที่มีความสวยงามและเป็นเอกลักษณ์ สืบต่อกันมาช้านาน อยู่คู่คนไทยมาหลายร้อยปี หมัด เท้า เข่า ศอก ศิลปะที่งดงามแต่เข้มแข็ง และเต็มไปด้วยพละกำลังการต่อสู้ ที่ได้รับการยกย่องและได้รับการยอมรับว่าเป็นศาสตร์การต่อสู้ป้องกันตัวแนวตั้งที่ดีที่สุดในโลก จึงเป็นที่มาที่คุณนพพรตั้งใจสร้างไทยไฟท์ ให้เป็นหนึ่งในตำนานแห่งมวยไทย เพื่อให้นานาชาติได้หลงรัก เรียนรู้ และสัมผัส ซึ่งสามารถพูดได้ว่า ทำได้สำเร็จอย่างงดงาม คนทั่วโลกต่างรู้จักมวยไทยเพิ่มขึ้น คือพลังแห่ง SOFT POWER ที่จะดึงเม็ดเงินจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก

“ไทยไฟท์ ใช้งบประมาณลงทุน 10 กว่าล้านบาทต่อแมตช์ ค่าใช้จ่ายสูงมาก จัดแค่ปีละ 8 ไฟต์ แต่เรตติ้งมวยดีที่สุด ดีกว่าละคร หรือรายการเพลง ผมเสี่ยงที่จะออกนอกประเทศ ใช้เรื่องสื่อออนไลน์ช่วย ปี 2554 ไปจัดที่ฮ่องกงได้รับการตอบรับดีมาก คนสนใจชม 45,000 คน จากนั้นขยายไปโตเกียว มาเก๊า โรม ประมาณ 20-30 ประเทศ คนตะโกน ไทยไฟท์ๆ รู้สึกประสบความสำเร็จ กล้าพูดเลยว่า มวยไทยจะไม่หมด หายจากประเทศ การต่อสู้จะอยู่กับเราตลอดไป”

หลังประสบความสำเร็จสูงสุดทั้งภายในประเทศและในต่างประเทศกับไทยไฟท์ เวทีการแข่งขันมวยไทยภายใต้การบริหารงานของ “นพพร วาทิน” ผู้สร้างตำนานศิลปะการต่อสู้ของมวยไทย และสร้างประวัติศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ให้กับวงการมวยไทยด้วยสถิติผู้ชมในสนามมากกว่า 80,000 คน มีผู้ชมทั้งในประเทศและต่างประเทศไม่ต่ำกว่า 100 ล้านคน ครองเรตติ้งอันดับหนึ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ยกระดับการแข่งขันมวยไทยขึ้นสู่ระดับสากล จนได้รับการยอมรับว่า เป็นการจัดการแข่งขันมวยไทยที่ดีที่สุดในโลก ประสบความสำเร็จทั้งเรื่องออนแอร์ และออนไลน์

คุณนพพรลุยงานแบบไม่พักยก ต้องการสร้างแบรนด์ที่แข็งแรง ตั้งเป้าขยายต่อปี 2567 ไทยไฟท์จะเข้าตลาด เดินเครื่องบุกจีนเต็มสตีม ซึ่งจีนกับตะวันออกกลางคือเป้าหมายหลัก เซ็นสัญญา 5 ปี เริ่มถ่ายทอดไปสู่จีนประมาณต้นเดือนมกราคมปี 2566 ตอกย้ำการต่อสู้ตะวันออกต้องเป็นเบอร์ 1 ของโลก

“มวย เป็นวัฒนธรรมประจำชาติ ผมอยากให้ทุกคนมองมวยเปลี่ยนไป มันคือ SOFT POWER ผมคิดว่าในเรื่องวัฒนธรรม เราดีที่สุดในโลก มีทั้งสมุนไพรดี อาหารไทยดี ท่องเที่ยวดี เมืองไทยเป็นบ้านเมืองที่มีความสุข เราจะทำยังไงให้วัฒนธรรมไทยออกไปสู่สายตาต่างชาติ ผมทุ่มเงินลงทุนไปกับโรงแรมกว่า 1,000 ล้านบาท และผมเชื่อมั่นว่า THAI FIGHT HOTEL จะเป็นสถานที่พักผ่อนริมชายหาดที่คุณจะไม่สามารถหาที่ไหนได้ในโลกนี้ ทำเพื่อเป็นเชน ให้กับต่างชาติ ซึ่งในอีก 5-10 ปี THAI FIGHT HOTEL อาจจะมีอีก 40-50 โรงแรม เราต้องขายวัฒนธรรม ซึ่งที่นี่คือโรงแรมมวยไทยครั้งแรกของโลก ผมมองเรื่อง ‘ไทยไฟท์ ไทยฟู้ด’ อาหารไทย อาหารถิ่น ซึ่งบริเวณห้องอาหารของ THAI FIGHT HOTEL เรียกว่า ‘ฌัลล์’ ที่แปลว่า นักมวย ส่วนอักขระเลขยันต์ บริเวณสระน้ำ เป็นหัวใจพาหุง เป็นคาถาแห่งชัยชนะ ‘พา มา นา อุก กะ สะ นะ ทุ’ คาถานำใจที่จะทำให้ชนะทุกสิ่ง ซึ่งนักมวยต้องการชัยชนะ ส่วนบริเวณหน้าโรงแรมจะมีพระสีวลี เกี่ยวกับเรื่องการเดินทาง ความปลอดภัย ผมอยากให้คนที่มาพักมีความสุข ปลอดภัยในการเดินทาง ทานอาหารดี พักดี เพราะฉะนั้น พนักงานของเราจะอธิบายที่มาความเป็นไปของ THAI FIGHT HOTEL”

เมื่อก้าวเข้าไปด้านในโรงแรม มีพื้นที่เกือบ 5 ไร่ มีความยาวของชายหาดเกือบ 500 เมตร ตัวอาคารประกอบด้วย อาคาร 3 หลัง มีจำนวนห้อง 50 ห้อง และ 4 พูลวิลล่า แต่ละส่วนของโรงแรมจะมีกลิ่นอายของความเป็นไทย และนำสิ่งสมัยใหม่เข้ามาผสมผสานกลายเป็น “ไทยโมเดิร์น” ความสวยงามของสถาปัตยกรรมไทย ศิลปะเศียรพระ และรูปปั้นพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในรูปแบบที่ไม่เครียดทั้ง 9 ชิ้น ถัดออกไปจะเป็นพระราหู เกี่ยวกับเรื่องความสร้างสรรค์ ศิลปะ เรื่องการต่อสู้ ขายความเป็นไทยด้วยวัฒนธรรม แต่ยังคงไว้ซึ่งความเรียบหรูผสมผสานกับธรรมชาติบนหาดละไม เกาะสมุย

เคาะห้องเข้าไปแต่ละห้องจะเป็นธีมมวยไทย มีอุปกรณ์ซ้อมมวยเรียกเหงื่อ ทั้งกระสอบทราย นวม ในรูปแบบประหนึ่งยอดมวยไทย ไม่ว่าจะเป็นมงคลสวมศีรษะ หรือประเจียดแขน หากรู้สึกปวดเมื่อยตัว คลายกล้ามเนื้อกับการแช่น้ำว่าน “นิรามัย” น้ำสมุนไพรเพื่อความผ่อนคลาย ผสานการนวดหนึ่งเดียวในโลก ที่ผสมศิลปะการต่อสู้แบบไทยและวิทยาศาสตร์การกีฬาเข้าด้วยกัน พร้อมลิ้มรสอาหารไทยดั้งเดิม ในบรรยากาศที่สุดแสนพิเศษริมชายหาดส่วนตัว จากร้าน ฌัลล์ และที่ไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง คือบริการ “THAI FIGHT PHYSPORTS” สถานที่ฝึกสอนมวยไทย โดยนักมวยไทยชื่อดังของไทยไฟท์ สามารถมาเรียนมวยตัวต่อตัวกับนักมวยไทยไฟท์ เป็นสิทธิพิเศษหนึ่งเดียวในโลก อาทิ แสนชัย, กิตติ, ป.ต.ท., เต็งหนึ่ง, ไทรโยค, สุดสาคร, น้องโอ และพยัคฆ์สมุย

ความเป็นไทยมัดรวมอยู่ใน THAI FIGHT HOTEL ซึ่งพร้อมแล้วที่จะนำศิลปะมวยไทยมาสร้างสรรค์ในหลายมิติ เพื่อให้นักท่องเที่ยวชาวไทยและนักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลก ได้มีโอกาสสัมผัสกับความขลังของมนต์เสน่ห์มวยไทยในทุกรูปแบบ ต่อไปในอนาคตไม่เกิน 2 ปี THAI FIGHT HOTEL จะไปปักหลักที่ประเทศจีน ที่ลอนดอน ด้วยคอนเซ็ปต์ บอกความเป็นไทยไปทั่วโลก