ส.เอสเอ็มอี ชี้ 2 ข้อดี 5 ข้อเสีย ปมเปิดต่างชาติซื้อที่ดิน
เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน นายแสงชัย ธีรกุลวาณิช ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มไทย เปิดเผยกับ “มติชน” ถึงกรณีกฎกระทรวงมหาดไทยเตรียมเปิดช่องให้นักลงทุนต่างชาติซื้อบ้านและที่ดินตามเงื่อนไขว่า สำหรับ ข้อดี 1.ถ้าทำประโยชน์ในที่รกร้างว่างเปล่า หรือเขตเศรษฐกิจพิเศษแต่ละภูมิภาค เขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) รวมทั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ หรือ Special Economic Zone (SEZs) จะเป็นการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น แต่ต้องกำหนดลักษณะธุรกิจและเกณฑ์ที่ให้ประโยชน์กับท้องถิ่นในระยะยาวแบบยั่งยืน
2 ประเทศไทยไม่ได้ประสบภาวะขาดสภาพคล่องจนต้องส่งเสริมการครอบครองที่ดินให้ FDI ทุกวันนี้อาชีพคนไทย ล้งต่างชาติ ค้าพืชสวนพืชไร่ ธุรกิจบันเทิง ท่องเที่ยว (ทัวร์ 0 เหรียญ) มาครอบครอง เกษตรกร วิสาหกิจชุมชน SME ได้อะไร แต่ขาดมาตรการดูแลจัดการอย่างเป็นระบบ ต้องช่วยกันคิดว่าจะอย่างไร ในขณะที่แต่ละประเทศก็ปกป้องสิทธิประโยชน์ของผู้ประกอบการตน ทั้งในและต่างประเทศ แต่จะอ้างใช้แต่คำว่าการค้าเสรีไม่ได้ ต้องสร้างความสมดุล
นายแสงชัยกล่าวต่อว่า สำหรับ ข้อเสีย คือ 1.เงื่อนไขที่กำหนด 40 ล้านบาท 3 ปีในการลงทุนที่หลากหลายรูปแบบ ส่วนตัวมองว่าได้ไม่คุ้มเสีย เพราะระยะสั้น วงเงินน้อยมาก
2.พื้นที่ 1 ไร่ต่อราย สุดท้ายได้นอมินี ครอบครัว เพื่อนฝูง คนรับจ้างใช้ชื่อมาลงทุน เพื่อครอบครองที่ดินในจำนวนมากๆ (สวมสิทธิ)
3.การครอบครองที่ดิน ควรจัดสรรพื้นที่ดินรกร้างว่างเปล่าในประเทศ แต่ละท้องถิ่นให้ใช้ประชุมได้ อาทิ บัณฑิตตกงาน คนว่างงาน คนกลุ่มเปราะบาง ฐานะยากจน พัฒนาที่ดินทั้งทางเกษตรกรรม มุ่งเป้าพืชเศรษฐกิจอนาคต และพาณิชยกรรม รวมทั้งอุตสาหกรรมครัวเรือน
4.ถ้าดูข้อมูลการส่งเสริมการลงทุนของ BOI จะพบว่า SME SEZ 3 จังหวัดชายแดนใต้ได้ประโยชน์น้อยมากๆ รวมทั้งให้ดู พ.ร.บ.กองทุนเพิ่มขีดความสามารถแข่งขัน 10,000 ล้านบาท ของ BOI ได้ใช้ประโยชน์แค่ไหน อย่างไร รัฐมักอ้างเพื่อส่งเสริม FDI แต่คนไทยจะเอาที่ทำกินยังไม่มี ได้กันยากเย็น ต่างชาติใช้เงินเพียงเล็กน้อย ได้มา 1 ไร่
5.เราต้องถามจากใจและความจริงทำเพื่ออะไร ทำเพื่อใคร ได้คุ้มค่าหรือไม่ ประเทศเราได้ หรือใครได้ประโยชน์จากการออกมาตรการนี้ที่จะมีการกว้านซื้อที่ เก็งกำไร ขายให้นักลงทุนต่างชาติ

