ราคาพลังงาน-อาหารสดแผ่วลง กดเงินเฟ้อชะลอตัว ต.ค.สูงขึ้น 5.98 % คงทั้งปีโต 6%
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า(สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน(เงินเฟ้อพื้นฐาน)ไทยเดือนตุลาคม 2565 เท่ากับ 108.06 สูงขึ้น 0.33% เทียบเดือนกันยายน 2565 และสูงขึ้น 5.98% เทียบเดือนตุลาคม 2564 ซึ่งอัตราเงินเฟ้อน้อยกว่าเดือนที่ผ่านมาซึ่งอยู่ที่ 6.41% และอัตราชะลอตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 ตามการชะลอตัวของราคาน้ำมันเชื้อเพลิง และสินค้าในกลุ่มอาหาร จากความร่วมมือของภาครัฐและเอกชน ที่ช่วยกันดูแลค่าครองชีพของประชาชน รวมถึงการกำกับดูแลและควบคุมราคาสินค้าของกระทรวงพาณิชย์ที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ราคาสินค้ามีแนวโน้มชะลอตัวลง
นายพูนพงษ์ กล่าวต่อว่า ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐาน(หักพลังงานและอาหารสด) เดือนตุลาคม เท่ากับ 103.78 สูงขึ้น 0.05% เทียบเดือนกันยายน 2565 และ สูงขึ้น 3.17% เดือนตุลาคม 2564 ส่งผลให้เฉลี่ย 10 เดือนแรกปี 2565 เงินเฟ้อทั่วไปสูงขึ้น 6.15% และเงินเฟ้อพื้นฐาน สูงขึ้น 2.35% ทั้งนี้ หากเทียบเงินเฟ้อประเทศต่างๆ นับจากเงินเฟ้อระดับต่ำสุดไปถึงมากสุด ข้อมูลล่าสุดเดือนกันยายน 2565 พบว่า ไทยอยู่ในอันดับ 107 จาก 135 ประเทศ
ทั้งนี้ หากลงรายละเอียด สินค้าสำคัญในการคำนวณเงินเฟ้อเดือนตุลาคม 430 รายการ พบว่า สินค้าที่มีราคาสูงขึ้น 187 รายการ สินค้าราคาลดลง 79 รายการ และสินค้าราคาไม่เปลี่ยนแปลง 164 รายการ ดังนั้นเดือนตุลาคมหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ สูงขึ้น 9.58 % ตามอัตราที่ชะลอตัวของกลุ่มอาหารสด อาทิ เนื้อสัตว์ (เนื้อสุกร ไก่สด) ผักสดและผลไม้ (ต้นหอม ผักบุ้ง ส้มเขียวหวาน แตงโม) รวมทั้ง เครื่องประกอบอาหาร (น้ำมันพืช ซีอิ๊ว น้ำพริกแกง) อย่างไรก็ตาม ยังมีสินค้าสำคัญที่ปรับลดลง อาทิ แป้งข้าวเจ้า ผักกาดขาว ผักคะน้า ผักชี ขึ้นฉ่าย กล้วยน้ำว้า มะพร้าวผลแห้ง/ขูด และมะขามเปียก เป็นต้น ส่วนหมวดอื่น ๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม สูงขึ้น 3.56 % ตามการสูงขึ้นในอัตราที่ชะลอตัวของกลุ่มพลังงาน โดยสูงขึ้น 13.07% รวมทั้ง ค่ายาและเวชภัณฑ์ ยาสูบและเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์ ราคาชะลอตัวเช่นกัน สำหรับสินค้าสำคัญที่ราคาลดลง อาทิ ยาสมุนไพร/ยาแผนโบราณ หน้ากากอนามัย แป้งผัดหน้า เครื่องรับโทรทัศน์ เครื่องปรับอากาศ และเครื่องซักผ้า เป็นต้น
นายพูนพงษ์ กล่าวต่อว่า ดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนตุลาคม 2565 สูงขึ้น 9.9% เป็นการชะลอตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 ตามการชะลอตัวของสินค้าในหมวดผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม และหมวดผลิตภัณฑ์เกษตรกรรมและการประมง ขณะที่หมวดผลิตภัณฑ์จากเหมือง ราคาปรับสูงขึ้นตามราคาปิโตรเลียมและก๊าซธรรมชาติ ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ดัชนีราคาผู้ผลิตยังสูงกว่าปีก่อน คือ ต้นทุนการผลิต ค่าขนส่ง และเงินบาทที่อ่อนค่า ส่วนดัชนีราคาวัสดุก่อสร้าง สูงขึ้น 3.6 % ตามราคาเหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็ก ซีเมนต์ ผลิตภัณฑ์คอนกรีต และวัสดุก่อสร้างอื่น ๆ ที่ชะลอตัวลง อย่างไรก็ตาม ราคาวัสดุก่อสร้างที่สูงกว่าปีก่อนยังคงมีสาเหตุจากราคาวัตถุดิบที่ปรับสูงขึ้น เนื่องจากสภาพภูมิอากาศ ปัญหาอุทกภัย และราคาพลังงานที่สูงขึ้น

นายพูนพงษ์ กล่าวต่อว่า สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคโดยรวม ปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 มาอยู่ที่ระดับ 47.7 จากระดับ 46.4 ในเดือนก่อนหน้า ซึ่งอยู่ระดับสูงสุดในรอบ 3 ปี โดยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในอนาคต (3 เดือนข้างหน้า) ยังอยู่ในความเชื่อมั่นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 12 ปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 53.7 สาเหตุมาจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่คาดว่าจะออกมาในช่วงที่เหลือของปี และราคาน้ำมันที่ชะลอตัวลง อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มชะลอตัว อาจจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของไทย ซึ่งจะกดดันต่อดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคได้ในระยะต่อไป
นายพูนพงษ์ กล่าวต่อว่า แนวโน้มเงินเฟ้อเดือนพฤศจิกายน 2565 คาดว่าจะชะลอตัว ตามราคาสินค้าอุปโภค-บริโภคที่จำเป็นต่อการครองชีพหลายรายการที่ชะลอตัวลง และบางรายการราคาทรงตัวแม้ว่าต้นทุนจะสูงขึ้น เนื่องจากมาตรการดูแลค่าครองชีพของภาครัฐ ประกอบกับสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่เริ่มคลี่คลาย จะส่งผลให้สินค้าเกษตรเข้าสู่ตลาดมากขึ้น อย่างไรก็ตาม เงินเฟ้อของไทยยังมีปัจจัยเสี่ยงจากราคาพลังงานที่ยังอยู่ในระดับสูงและมีแนวโน้มสูงขึ้น โดยเฉพาะน้ำมันดิบที่อุปทานยังตึงตัว อุปสงค์ในประเทศที่ปรับตัวดีขึ้น จากการส่งออก การท่องเที่ยว และราคาสินค้าเกษตรสำคัญที่ยังอยู่ในระดับดี รวมถึงเงินบาทที่ยังอ่อนค่า ซึ่งจะต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดต่อไป ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังคงคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปี 2565 ในกรอบ 5.5-6.5% ค่ากลาง 6.0%
“เงินเฟ้อพฤศจิกายน-ธันวาคม มีทิศทางชะลอต่อ และอัตราเงินเฟ้อน่าจะใกล้เคียง2 เดือนที่ผ่านมา เฉลี่ยบวกลบ 6 %” นายพูนพงษ์ กล่าว


