หน้าแรก เศรษฐกิจ กรุงศรี คาดเง...

กรุงศรี คาดเงินบาทสัปดาห์นี้ 37.10-37.95 แนะติดตามเงินเฟ้อสหรัฐ

7.11.22 | 13:34 น.

กรุงศรี คาดเงินบาทสัปดาห์นี้ 37.10-37.95 แนะติดตามเงินเฟ้อสหรัฐ

นางสาวรุ่ง สงวนเรือง ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายส่งเสริมธุรกิจโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 37.10-37.95 บาท/เหรียญสหรัฐ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดแข็งค่าที่ 37.52 บาท/เหรียญสหรัฐ หลังซื้อขายในช่วง 37.47-38.10 บาท/เหรียญสหรัฐ โดยเงินบาทแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบกว่า 3 สัปดาห์ โดยในสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินสำคัญส่วนใหญ่ยกเว้นเงินยูโรและปอนด์ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ขึ้นดอกเบี้ย 75bp สู่กรอบ 3.75-4.00% ตามคาด แต่แถลงการณ์ส่งสัญญาณว่าเฟดตระหนักถึงการขึ้นดอกเบี้ยอย่างแข็งกร้าวในช่วงที่ผ่านมาและการที่นโยบายการเงินส่งผลล่าช้า (lag) ต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจและภาวะเงินเฟ้อ ทำให้ตลาดมองว่าเฟดจะเริ่มขึ้นดอกเบี้ยในอัตราชะลอลง

นางสาวรุ่งกล่าวต่อว่า อย่างไรก็ดี ประธานเฟดระบุว่าหากเฟดคุมเข้มนโยบายการเงินไม่มากพอ จะทำให้ภาวะเงินเฟ้อยืดเยื้อ และยังเร็วเกินไปที่จะหารือเรื่องการหยุดขึ้นดอกเบี้ย ยิ่งไปกว่านั้น ดอกเบี้ยปลายทางในปี’66 จะสูงกว่าระดับที่เฟดเคยคาดไว้ที่ 4.50-4.75% โดยภายหลังการประชุมตลาดสัญญาล่วงหน้าคาดว่าอัตราดอกเบี้ยอาจแตะจุดสูงสุดที่ 5% เป็นอย่างน้อย ทางด้านธนาคารกลางอังกฤษ (บีโออี) ขึ้นดอกเบี้ย 75bp สู่ 3.00% โดยบีโออีคาดว่าอัตราเงินเฟ้อจะแตะระดับ 11% ในไตรมาสนี้ แต่ให้ความเห็นว่าตลาดคาดการณ์เรื่องการปรับดอกเบี้ยสูงเกินไปพร้อมเตือนถึงความเสี่ยงที่เศรษฐกิจอังกฤษจะถดถอยนานที่สุดในรอบ 1 ศตวรรษและอาจจะไม่ขยายตัวไปอีก 2 ปี ช่วงท้ายสัปดาห์ นักลงทุนเทขายดอลลาร์อย่างมีนัยสำคัญโดยเฉพาะเมื่อเทียบกับเงินหยวนท่ามกลางความหวังเรื่องจีนอาจใกล้ทยอยเปิดประเทศ ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้นและพันธบัตรไทยสุทธิสูงถึง 14,191 ล้านบาท และ 14,467 ล้านบาท ตามลำดับ

“ตลาดจะให้ความสนใจกับการเลือกตั้งกลางเทอมและดัชนีราคาผู้บริโภคเดือน ต.ค.ของสหรัฐ รวมถึงความเห็นของเจ้าหน้าที่เฟดหลังตัวเลขการจ้างงานออกมาในเชิงผสม โดยเรามองว่าค่าเงินดอลลาร์จะแกว่งตัวผกผันไปกับบรรยากาศการลงทุนในสินทรัพย์มากกว่าการปรับตัวของบอนด์ยิลด์ในระยะนี้ แม้ว่าล่าสุดจีนยังคงยึดมั่นในนโยบายปลอดโควิด แต่กระแสข่าวที่เกี่ยวข้องจะอยู่ในความสนใจของนักลงทุนต่อไป” นางสาวรุ่งกล่าว

นางสาวรุ่งกล่าวต่อว่า สำหรับปัจจัยในประเทศ บัญชีเดินสะพัดพลิกกลับมาเกินดุลเล็กน้อยในเดือน ก.ย.จากการเกินดุลการค้าเป็นหลัก ขณะที่ ธปท.ระบุหลังการตัดสินนโยบายล่าสุดของเฟดว่าการดำเนินนโยบายของไทยต้องพิจารณาให้เหมาะสมกับบริบทของไทยและสามารถยืดหยุ่นได้ เรามองอย่างระมัดระวังต่อกระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายซึ่งมีแนวโน้มผันผวนสูงต่อเนื่อง