หน้าแรก เศรษฐกิจ KLINIQ เทรดวั...

KLINIQ เทรดวันแรก ยืนราคาครึ่งวันเช้าปิดเหนือจอง 38.50 บาท พุ่ง 57.14%

7.11.22 | 13:36 น.

วันที่ 7 พฤศจิกายน หุ้น KLINIQ ของบริษัท เดอะคลีนิกค์ จำกัด (มหาชน) เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai และเข้าเทรดเป็นวันแรก ราคาเปิดเหนือจอง ที่ระดับ 36 บาท เพิ่มขึ้นจากราคาไอพีโอ 24.50 บาท หรือเพิ่มขึ้น 11.50 บาท หรือ 46.94% และปรับราคาขึ้นวันเช้าสูงสุดที่ 41.25 บาท ก่อนจะย่อตัวมาปิดตลาดภาคเช้า ที่ 38.50 บาท เพิ่มขึ้น 14 บาท หรือ 57.14%

บมจ.เดอะคลีนิกค์ คลินิกเวชกรรมกรรม (KLINIQ) ผู้นำธุรกิจสุขภาพและการแพทย์ความงามครบวงจร แบรนด์ THE KLINIQUE ไม่ทำให้นักลงทุนผิดหวัง เปิดเทรดวันแรกพุ่งเหนือจอง 46.94% ตอกย้ำความเชื่อมั่น ผู้นำธุรกิจสุขภาพและการแพทย์ความงามครบวงจร “นายแพทย์อภิรุจ ทองวัฒน์” มั่นใจโมเดลธุรกิจ Asset Light ไปได้สวย พร้อมลุยขยายสาขา 6-10 แห่ง/ปี ตามแผน รองรับดีมานด์ผู้บริโภคยุคใหม่ ทั้งในและต่างประเทศ สอดรับเมกะเทรนด์ มั่นใจช่วยผลักดันผลงานสร้างสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง ตอกย้ำความเป็นหุ้น Growth Stock ไร้หนี้ที่มีภาระดอกเบี้ย

นายแพทย์อภิรุจ ทองวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เดอะคลีนิกค์ คลินิกเวชกรรม จำกัด (มหาชน) (KLINIQ) เปิดเผยว่า ราคาหุ้นของ KLINIQ ที่พุ่งสูงกว่าราคาไอพีโอ ถือเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั่วไป นักลงทุน VI และนักลงทุนสถาบัน ที่มองเห็นถึงศักยภาพการเติบโตได้อีกมาก หลังเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai เพื่อรองรับแผนขยายธุรกิจในช่วง 1-3 ปีข้างหน้า ผลักดันผลการดำเนินงานของบริษัทฯเติบโตอย่างก้าวกระโดด สร้างสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง

สำหรับเงินที่ได้รับจากการขยายไอพีโอในครั้งนี้ บริษัทฯ เตรียมนำเงินไปใช้ในการขยายสาขาคลินิกเวชกรรมราว 6-10 สาขาต่อปี ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ หัวเมืองหลัก และหัวเมืองรอง โดยคาดว่าจะใช้เงินลงทุนขยายคลินิกเวชกรรมและจัดซื้อเครื่องมือทางการแพทย์เพิ่มเติมประมาณ 950 ล้านบาท คาดว่าจะคืนทุนภายใน 2-3 ปี ส่วนศูนย์ศัลยกรรมจะใช้เงินลงทุนประมาณ 150 ล้านบาท คาดว่าจะคืนทุนภายใน 3-4 ปี

“จากโมเดลธุรกิจ Asset Light ฐานะทางการเงินที่มีความแข็งแกร่ง ไร้หนี้ที่มีภาระดอกเบี้ย แบรนด์ THE KLINIQUE ที่มีความแข็งแกร่ง มีฐานลูกค้ากว่า ที่มีกว่า 2 แสนราย ที่เข้ามาใช้บริการประจำ ทำให้มี Recurring Income บวกกับแผนขยายสาขาใหม่ 6-10 สาขา/ปี มั่นใจว่าจะทำให้รายได้และกำไรของ KLINIQ เติบโตอย่างก้าวกระโดด สร้างสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง” นายแพทย์อภิรุจ กล่าว

Advertisement

นายรัฐชัย ธีระธนาวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วมสายงานวาณิชธนกิจ ด้านตลาดทุน บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (DAOL) ในฐานะปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่าย KLINIQ กล่าวว่า การที่ KLINIQ ได้รับการตอบรับจากนักลงทุนอย่างคึกคัก เนื่องจากมั่นใจในศักยภาพในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ซึ่งมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก ในฐานะผู้นำธุรกิจความงามและสุขภาพ ซึ่งในแต่ละปีจะเห็นได้ว่าภาพรวมของอุตสาหกรรมมีอัตราการเติบโต Double Digit และจากสถานการณ์โควิด-19 ที่คลี่คลาย ทำให้ผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศเข้ามาใช้บริการมากขึ้น และจากแผนการขยายสาขาของบริษัทฯ ในช่วง 1-3 ปีข้างหน้า ยิ่งทำให้เห็นแนวโน้มรายได้และกำไรเติบโตอย่างก้าวกระโดด ตามจำนวนสาขาที่เพิ่มมากขึ้น ทั้งในกรุงเทพฯ และหัวเมืองรอง “มั่นใจว่า KLINIQ จะเป็นหุ้น Growth Stock ที่สร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับนักลงทุน ในฐานะคลินิกความงาม ที่ประสบความสำเร็จในการระดมทุนตลาดหุ้น รองรับแผนการเติบโตในอนาคต สอดรับเมกะเทรนด์”

ทั้งนี้ ในส่วนของผลการดำเนินงานในงวด 6 เดือนแรกของปี 2565 ของ KLINIQ มีรายได้รวม 714.72 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 58.26% จากงวดเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 451.59 ล้านบาท ส่วนกำไรสุทธิอยู่ที่ 100.22 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 67.03% เทียบงวดเดียวกันของปีก่อนกำไรสุทธิ 60.00 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิของปี 2564 ทั้งปีอยู่ที่ 129.25 ล้านบาท