หน้าแรก เศรษฐกิจ ทอท.คาดปี&#82...

ทอท.คาดปี’​66 ผู้โดยสาร 6 ท่าอากาศยาน เพิ่มขึ้น 96 ล้านคน ฟื้นตัวสูง 68%

7.11.22 | 18:48 น.

ทอท.คาดปี’66 ผู้โดยสาร 6 ท่าอากาศยานฟื้นตัว 68% ตั้งเป้าปี’​67 กลับมาเทียบก่อนโควิด 142 ล้านคน

เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เปิดเผยว่า ภายหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 คลี่คลายลงและหลายประเทศปลดล็อกมาตรการให้ประชาชนสามารถเดินทางข้ามประเทศได้ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2565 เป็นต้นมา ส่งผลให้มีชาวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนั้น

ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ 2565 (1 ตุลาคม 2564-30 กันยายน 2565) ท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่ง ประกอบด้วย ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานดอนเมือง ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ท่าอากาศยานหาดใหญ่ ท่าอากาศยานภูเก็ต และท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย มีผู้โดยสารรวม 45.6 ล้านคน หรือประมาณ 1 ใน 3 เมื่อเทียบกับจำนวนผู้โดยสารก่อนโควิด-19 โดยคาดการณ์ว่าในปี 2566 จะมีผู้โดยสารเพิ่มขึ้นเป็น 96 ล้านคน หรือฟื้นตัว 68% (2 ใน 3) และคาดว่าในปี 2567 ผู้โดยสารจะกลับมาฟื้นตัวเป็นปกติหรือมีจำนวนผู้โดยสารถึง 142 ล้านคน

นอกจากนี้ ทอท.ยังคาดการณ์ว่าไตรมาส 1 ของปีงบประมาณ 2567 หรือช่วงเดือนตุลาคม-ธันวาคม 2566 ซึ่งเป็นช่วงตารางบินฤดูหนาว ฤดูการท่องเที่ยวจะเป็นไตรมาสที่มีปริมาณผู้โดยสารกลับมาฟื้นตัวสูงสุดเทียบเท่าก่อนเกิดโควิด-19 โดยคาดว่าจะมีปริมาณผู้โดยสารเฉลี่ย 2 แสนคนต่อวัน และทำให้ตลอดทั้งปีงบประมาณ 2567 ทอท.จะสามารถทำกำไรได้หลักพันล้านบาท

“เชื่อว่าในปี 2566 การท่องเที่ยวไทยจะสดใส และเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ซึ่งนอกจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่ทยอยฟื้นตัวอย่างทะลักแล้ว ความต้องการด้านบริการก็อาจเปลี่ยนไปด้วย ทอท. จึงนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาพัฒนาบริการในทุกมิติ โดยได้ผลักดัน แอพพลิเคชั่น SAWASDEE by AOT ให้กลายเป็น Thailand Travel Super App และเข้ามาช่วยลดปัญหาจำนวนแท็กซี่ที่ไม่เพียงพอจากช่วงโควิด-19 ที่ส่งผลให้จำนวนผู้ขับแท็กซี่ลดลง โดยสนามบินดอนเมืองจากเดิมที่มีจำนวนผู้ให้บริการแท็กซี่ที่ขึ้นทะเบียน 2,500 คัน เหลือเพียง 500 คัน ส่วนสนามบินสุวรรณภูมิ จาก 5,000 คัน ลดลงเหลือเพียง 2,500 คัน” นายนิตินัยกล่าว

Advertisement

นายสิทธิเดช มัยลาภ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน) หรือสกาย กล่าวว่า การพัฒนาแอพพลิเคชั่น SAWASDEE by AOT ให้เป็น Thalland Travel Super App ครอบคลุมความต้องการของนักท่องเที่ยวนั้น ถือเป็นก้าวสำคัญในการนำเทคโนโลยีมาผสานกับไลฟ์สไตล์ของนักท่องเที่ยว ซึ่งจะพลิกโฉมภาพลักษณ์ของประเทศไทย และยกระดับบริการด้านการท่องเที่ยวไทยให้ก้าวสู่ดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรมเป็นครั้งแรก

“เราได้ตั้งเป้ายอดดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น 4 ล้านผู้ใช้งาน ในปี 2567 และคาดว่าจะมียอดดาวน์โหลด 10 ล้านผู้ใช้งาน ภายใน 5 ปีหลังจากนี้ หรือประมาณปี 2570” นายสิทธิเดชกล่าว

นายขยล ตันติชาติวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการตลาด บริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ทอท.และสกาย ไอซีที เดินหน้ามอบประสบการณ์การเดินทางแก่นักท่องเที่ยว ภายใต้แนวคิด “เกตเวย์ ทู ไทยแลนด์” (GATEWAY TO THAILAND)​ ด้วยการผนึกกำลังหลายองค์กรพันธมิตรไทย พร้อมทั้งยกระดับฟีเจอร์ใหม่บน SAWASDEE by AOT ตอบโจทย์ 3 ด้าน ได้แก่ 1.Digital Airport Experiences ยกระดับประสบการณ์ภายในสนามบิน ครอบคลุมท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่ง 2.Digital Lifestyle ยกระดับบริการด้านการใช้จ่ายและสิทธิพิเศษ และ 3.Digital Travel Safety ยกระดับความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกด้านการท่องเที่ยว

สำหรับแอพพลิเคชั่น SAWASDEE by AOT มีฟีเจอร์ที่โดดเด่น ทั้ง Flights เชื่อมต่อข้อมูล Flight Board จากสนามบิน ค้นหาเที่ยวบินทั้งขาเข้า-ขาออก สามารถบันทึกไฟลต์บินล่วงหน้าก่อนการเดินทาง พร้อมแจ้งเตือนหากมีการเปลี่ยนแปลงของเที่ยวบิน Queue Time แสดงข้อมูลเวลารอคิวในทั้ง 3 โซนภายในสนามบิน ได้แก่ จุดเช็กอิน จุดตรวจค้นเพื่อการรักษาความปลอดภัย และจุดตรวจหนังสือเดินทาง เป็นต้น ซึ่งเป็นตัวช่วยสำคัญให้นักท่องเที่ยวไม่พลาดเที่ยวบิน อีกทั้งมี Taxi Reservation บริการจองรถแท็กซี่ เฉพาะผู้ใช้งานแอพพลิเคชั่นเท่านั้น

นอกจากนี้ แอพพลิเคชั่น SAWASDEE by AOT ยังรองรับได้สูงสุดถึง 8 ภาษา ได้แก่ ไทย อังกฤษ จีน อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลี สเปน และรัสเซีย พร้อมฟีเจอร์อำนวยความสะดวกที่จะทยอยเปิดให้บริการเร็วๆ นี้ อาทิ Airport Free Wi-Fi สามารถใช้อินเตอร์เน็ตภายในสนามบินฟรี Premium Services ให้บริการ Butler&Buggy และเทคโนโลยี AR ที่กำลังถูกพัฒนาขึ้น เพื่อบริการนักท่องเที่ยวตามจุดต่างๆ ภายในสนามบิน รวมถึงบริการอื่นๆ ที่กำลังพัฒนาร่วมกับพันธมิตร