วันที่ 8 พฤศจิกายน สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA (เอ็ตด้า) พร้อมพาร์ทเนอร์ทั้งไทยและต่างประเทศ เปิดตัว “ศูนย์ธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI Governance Clinic by ETDA (AIGC)” ในงาน “Building Trust and Partnership in AI Governance”
ดร.ชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการ ETDA กล่าวว่า ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI (Artificial Intelligence) เป็นเทคโนโลยีที่กำลังมีบทบาทในปัจจุบัน และทั่วโลกต่างให้ความสำคัญและเร่งพัฒนานโยบาย มาตรฐาน และหลักธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI Governance เพื่อเป็นกรอบหรือทิศทางในการประยุกต์ใช้งาน AI ได้อย่างสร้างสรรค์และมีประสิทธิภาพ เป็นไปตามหลักจริยธรรมและธรรมาภิบาลที่ควรจะเป็นอย่างต่อเนื่อง สำหรับประเทศไทย จากการจัดอันดับดัชนีความพร้อมด้านปัญญาประดิษฐ์ของรัฐบาล (Government Artificial Intelligence Readiness Index) ในปี 2564 โดยความร่วมมือระหว่าง Oxford Insights ของสหราชอาณาจักร และศูนย์วิจัยพัฒนาระหว่างประเทศ (International Development Research Centre) ของแคนาดา พบว่า ไทยอยู่ที่อันดับ 59 จากทั้งหมด 160 ประเทศ แม้ในภาพรวมคะแนนที่เราได้ 52.63 คะแนน จะสูงกว่าคะแนนเฉลี่ยทั้งหมดที่อยู่ที่ 47.42 คะแนน แต่หากพิจารณาในมิติย่อย ๆ กลับพบว่า ในประเด็นเรื่อง Governance and Ethics ของไทยกลับมีคะแนนเฉลี่ยต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโดยรวม จึงทำให้ประเทศไทยต้องให้ความสำคัญในเรื่องของการนำเทคโนโลยี AI เข้ามาใช้งานในทุกอุตสาหกรรมภายใต้บริบทของการคำนึงถึงการป้องกันความเสี่ยงและผลกระทบที่อาจจะตามมามากขึ้น
ล่าสุด ประเด็นเรื่อง AI Governance ได้ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นหนึ่งยุทธศาสตร์สำคัญที่ถูกบรรจุอยู่ใน “แผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติฯ” เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเร่งเดินหน้าขับเคลื่อนประเทศให้เกิดการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI อย่างมี ธรรมาภิบาลและมีความรับผิดชอบ สอดคล้องกับมาตรฐานของสากล
ศูนย์ธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์ หรือ AIGC จะเป็นแหล่งรวมความรู้และผู้เชี่ยวชาญด้านธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์จากประเทศชั้นนำทั่วโลก เพื่อผลักดันให้เกิดการดำเนินงานเพื่อขับเคลื่อนให้เกิดการประยุกต์ใช้งาน AI อย่างมีธรรมาภิบาลร่วมกัน โดยจะทยอยดำเนินงานกับภาคส่วนที่สำคัญ โดยเริ่มจาก Health
ดร. ศักดิ์ เสกขุนทด ที่ปรึกษาอาวุโส ETDA กล่าวว่า ศูนย์ AIGC มุ่งขับเคลื่อนงานใน 4 มิติ ได้แก่ มิติที่ 1 การพัฒนากรอบธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์สำหรับการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ให้มีความเหมาะสมกับบริบทของไทยและสอดคล้องกับแนวนโยบายในระดับสากล มิติที่ 2 การให้คำปรึกษาด้านนโยบาย ธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์ การประยุกต์ใช้งาน AI สำหรับการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์แก่ทุกภาคส่วน มิติที่ 3 การพัฒนาและเผยแพร่ข้อมูล องค์ความรู้ ผลงานวิจัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการประยุกต์ใช้ AI อย่างมี ธรรมาภิบาล และ มิติที่ 4 สร้างเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลทางวิชาการ นวัตกรรมเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI Governance
ระยะแรก AIGC จะมุ่งเน้นไปที่กลุ่มทางการแพทย์และสาธารณสุข เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีการนำเทคโนโลยี AI มาประยุกต์ใช้งานและช่วยในกระบวนวินิจฉัย คัดกรองและการรักษาผู้ป่วยของแพทย์อย่างแพร่หลายมากขึ้น และเพื่อป้องกันผลกระทบ ตลอดจนความเสี่ยงจากการใช้งานเทคโนโลยีที่อาจจะเกิดขึ้น ETDA พร้อมด้วยพาร์ทเนอร์ ได้แก่ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค), กรมการแพทย์ และกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) จึงร่วมลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ความร่วมมือในการเดินหน้าพัฒนากรอบธรรมาภิบาลด้านปัญญาประดิษฐ์ทางการแพทย์ที่สอดคล้องกับบริบทของประเทศร่วมกัน เพื่อให้ได้ Thailand AI Governance Framework และ AI Governance Policy Guide สำหรับวงการแพทย์และสาธารณสุข ทั้งยังร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี AI ระหว่างกันด้วย
นอกจากนี้ ศูนย์ AIGC ยังมุ่งให้บริการในการให้คำปรึกษาและพัฒนาทักษะเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI สำหรับการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ แก่หน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชน ตลอดจนผู้ประกอบการที่สนใจ และเดินหน้าสำรวจความพร้อมประเทศด้าน AI Governance เพื่อเป็นข้อมูลอ้างอิงที่จะใช้ในการดำเนินงานและวางแผนในการพัฒนากฎหมาย มาตรฐาน ตลอดจนแนวทางการดูแล AI ของไทยในอนาคตด้วย

