จากราคาข้าวเปลือกที่ตกต่ำ หลายฝ่ายทั้งภาครัฐและเอกชน ต่างออกช่วยซื้อข้าวโดยตรงจากชาวนา ก็มีผลต่อราคาบ้าง แต่คงไม่มากนัก
ส่วนรัฐบาลก็หาทางเยียวยา แต่ทว่าวิธีการที่จะเข้าไปช่วยที่จะให้เห็นผลราคาขึ้นทันตานั้น ค่อนข้างตีบตัน ด้วยทั้งงบประมาณ
คดีความต่างๆ และความเสียหายจากโครงการรับจำนำข้าวเปลือกที่ผ่านมา
ดังนั้นมาตรการของรัฐบาลที่ออกมาคือการปล่อยสินเชื่อให้ชาวนาเก็บข้าวในยุ้งฉาง โดยให้ราคา 90% ของราคาตลาด
สำหรับข้าวหอมะลิ จะอยู่ที่ตันละ 8,730 บาท ข้าวหอมปทุมธานี อยู่ที่ตันละ 7,800 บาท ข้าวเปลือกเจ้า หรือข้าวขาวอยู่ที่ตันละ 7,000 บาท
แล้วก็จะมีค่าเก็บเกี่ยวและปรับปรุงคุณภาพข้าว ค่าฝากข้าวที่ยุ้งฉาง และอื่นๆ รวมแล้วข้าวหอมมะลิ จะอยู่ที่ตันละ 14,116 บาท
ข้าวหอมปทุมธานี ตันละ 11,300 บาท ข้าวเปลือกเจ้า ตันละ 10,500 บาท
เป็นการรับจำนำข้าวที่ยุ้งฉางของชาวนา เพื่อชะลอผลผลิตข้าวไม่ให้ออกสู่ตลาดพร้อมกัน ช่วยพยุงราคาข้าวไม่ให้ตกต่ำมากเกินไป
แต่วันก่อนนายกฯ บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา บอกว่าอย่าเรียกว่า “จำนำยุ้งฉาง”
เพราะกลัวว่าคนจะเข้าใจผิด คิดว่าเหมือนโครงการรับจำนำข้าวที่ผ่านมา
แต่ไม่เหมือนกันหรอก เพราะการรับจำนำยุ้งฉางครั้งนี้ กำหนดราคาไม่เกินราคาตลาด หากราคาข้าวในตลาดสูงขึ้นกว่าราคาที่รับจำนำไว้
ชาวนาก็มาไถ่ถอนไปขายได้ส่วนต่างราคามากขึ้น
ต่างจากการรับจำนำที่ผ่านมาให้ราคาสูงกว่าราคาตลาดมาก จึงเหมือนการซื้อขาด ชาวนาจึงไม่ไปไถ่ถอน เพราะราคาตลาดต่ำกว่ามาก
ครั้งนี้เป็นการรับจำนำข้าวเปลือกที่ยุ้งฉาง ส่วนการรับจำนำข้าวที่ผ่านมาต้องไปส่งให้โรงสี เพื่อสีแปรเป็นข้าวสารส่งเก็บเข้าโกดังกลาง
ดังนั้นจะเรียกว่าการปล่อยสินเชื่อให้ชาวนาเก็บข้าวในยุ้งฉางหรือจำนำข้าวยุ้งฉาง ก็ไม่ต่างกันหรอก
แต่ทั้งนี้อยู่ที่ผลของมาตรการมากกว่าจะช่วยยกระดับราคาข้าวได้มากน้อยแค่ไหน
ในภาคอีสานและภาคเหนือ ชาวนาอาจจะพอมียุ้งฉางอยู่บ้าง ด้วยเพราะปลูกข้าวกึ่งพาณิชย์ นั่้นคือยังเก็บข้าวไว้ส่วนหนึ่งเพื่อบริโภคเอง ที่เหลือก็นำไปขายให้โรงสี
แต่สำหรับภาคกลาง ชาวนาแทบไม่มียุ้งฉางอยู่แล้ว เพราะปลูกข้าวเชิงพาณิชย์เต็มตัว
เมื่อข้าวโตเต็มที่แล้วก็เกี่ยวสดขายให้โรงสีไปเลย
แล้วไปซื้อข้าวถุงมากิน ไม่มีการเก็บข้าวไว้กิน
จึงเป็นเหตุให้ยุ้งฉางของชาวนาภาคกลางหายไป

