เสียงครวญ‘ภาคธุรกิจ’ ยาแรง‘ประหยัดไฟฟ้า’

9.11.22 | 09:11 น.
เสียงครวญ‘ภาคธุรกิจ’ ยาแรง‘ประหยัดไฟฟ้า’ หมายเหตุ - ความเห็นภาคธุรกิจ

เสียงครวญ‘ภาคธุรกิจ’ ยาแรง‘ประหยัดไฟฟ้า’

หมายเหตุความเห็นภาคธุรกิจภายหลังคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เล็งออกมาตรการรับผลกระทบน้ำมันและก๊าซทั่วโลกราคาสูงโดยการประหยัดการใช้ไฟฟ้า อาทิ ให้ศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ และสถานบันเทิงปรับอุณหภูมิเป็น 27 องศาฯ จากเดิม 25 องศาฯ และการเปิด-ปิดสถานบริการและปั๊มน้ำมันเวลา 05.00-23.00 น.

ธนิต โสรัตน์
รองประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้า
และอุตสาหกรรมไทย (อีคอนไทย)

ส่วนตัวเห็นด้วยกับการขอความร่วมมือดังกล่าว แต่ส่วนใหญ่ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ร้านสะดวกซื้อหรือร้านอาหาร มีการประหยัดพลังงานอยู่แล้ว ก่อนปิดร้านก็ปิดเครื่องปรับอากาศ ปิดไฟในส่วนที่ไม่ได้ใช้งานก่อน มองว่ารัฐบาลควรออกเป็นมาตรการ ระบุให้ชัดเจนว่าข้อควรปฏิบัติในการช่วยประหยัดพลังงานต้องทำอย่างไร แบ่งเป็นข้อให้ชัดเจน ไม่ใช่ออกเป็นมาตรการเชิงขอความร่วมมือ

Advertisement

ทั้งนี้ หากในมุมของประชาชนมีการประหยัดพลังงานพวกไฟฟ้าในครัวเรือนอยู่แล้ว เพราะเป็นค่าใช้จ่ายหลักที่ประชาชนต้องเสียเอง ส่วนร้านอาหารที่มีหน้าร้านก็มีการประหยัดพลังงานเช่นกัน เพราะมีคนดูแลชัดเจน แต่พวกอาคารสำนักงานขนาดใหญ่ ไม่สามารถควบคุมการใช้พลังงานได้ขนาดนั้น จึงมีความเห็นว่ารัฐควรออกมาตรการให้ชัดเจน หรือออกนโยบายมาจูงใจให้เกิดการประหยัดพลังงาน อาทิ การลดค่าไฟฟ้าผันแปร หรือค่าเอฟทีลง โดยต้องมีการระบุให้ชัดเจนว่าหากสามารถลดการใช้พลังงานได้ตามที่กำหนดจะช่วยค่าเอฟทีเท่าไหร่ เพื่อให้เกิดแรงจูงใจ และถือเป็นการช่วยประหยัดพลังงานได้ตรงจุดมากขึ้นอีกด้วย

แต่หากรัฐบาลยังออกมาในเชิงของมาตรการขอความร่วมมือเช่นนี้ มองว่าไม่ได้ผลเท่าที่ควร หรือเท่าที่รัฐบาลคาดหวังไว้อย่างแน่นอน เพราะส่วนใหญ่ประชาชนร้านอาหาร หรือห้างสรรพสินค้าเองมีการประหยัดพลังงานกันอยู่แล้ว เพราะตอนนี้ข้าวของแพง ราคาพลังงานแพง เป็นตัวบีบให้ประชาชน หรือผู้ประกอบการต้องประหยัดพลังงานอยู่แล้ว เพียงแต่หน่วยราชการ รัฐวิสาหกิจ และบริษัทมหาชน หรือตึกใหญ่ๆ ไม่มีเจ้าของมาดูแล ในกลุ่มเหล่านี้จะประหยัดพลังงานได้น้อยกว่าประชาชน และกลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอี

วิธีที่จะช่วยประหยัดพลังงานได้อีกวิธีหนึ่งคือ การช่วยเหลือจากรัฐบาล ในเรื่องของค่าเอฟที การลดค่าก๊าซและตรึงราคาค่าน้ำมัน รวมทั้งการต่อระยะเวลาภาษีสรรพสามิตน้ำมันและพลังงานด้วย หากสามารถคงมาตรการเหล่านี้ไว้ได้จะเป็นอีกเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้เกิดการประหยัดพลังงาน และทำให้รายจ่ายของทั้งประชาชนและภาคธุรกิจลดลงได้ ซึ่งในส่วนนี้เองจะช่วยให้ประชาชนมีอำนาจในการจับจ่ายมากขึ้น สินค้าก็ขายได้ เป็นผลให้ผู้ค้ามีรายได้เพิ่มขึ้น เป็นผลบวกต่อการจ้างงาน และสุดท้ายจะสร้างเม็ดเงินที่ดึงกลับไปกระตุ้นเศรษฐกิจได้อีกด้วย แต่รัฐบาลต้องเดินหน้าเรื่องนี้อย่างจริงจัง ไม่ใช่สโลแกน หรือเป็นมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) สวยๆ หากเป็นเช่นนั้นก็จะไม่เกิดผล

วิธีที่ง่ายที่สุดภาครัฐควรเริ่มตั้งแต่การปลูกฝังเด็กในโรงเรียนให้รู้จักเรื่องพลังงาน และวิธีการประหยัดพลังงาน อาจจะเริ่มจากการประกวดเรียงความ เพื่อให้เกิดความตระหนักรู้อย่างทั่วถึงทั่วประเทศ หากยังออกมาเป็นมาตรการขอความร่วมมืออย่างไรก็เปลี่ยนแปลงไม่ได้ ทุกอย่างยังคงเดิม ราคาน้ำมันดิบโลกก็ยังมีราคาแพงอยู่ รัฐบาลควรมีตัวชี้วัดให้ชัดเจน และบังคับใช้มาตรการอย่างจริงจัง ซึ่งปัจจุบันยังมีความย้อนแย้งอยู่มาก รัฐบาลต้องการให้คนประหยัดพลังงาน แต่ยังส่งเสริมเรื่องการท่องเที่ยว ให้ออกไปเที่ยวเป็นเวลาหลายวัน ดูขัดแย้งกันไปหมด

อ่านข่าวเกี่ยวข้อง

ตอนนี้ผมยังไม่เห็นรัฐบาลออกมาตรการเชิงรุกเลย มองว่าควรเริ่มจากหน่วยงานราชการก่อน เพราะปัจจุบันภาพที่เราเห็นคือราชการยังใส่สูทนั่งประชุมเปิดแอร์แรงๆ บางคนถึงขั้นใส่ผ้าพันคอเพราะหนาว ดังนั้น ภาครัฐต้องเป็นตัวอย่าง รัฐมนตรี หรือระดับผู้นำประเทศ ลองประชุมแบบไม่ต้องใส่สูทได้หรือไม่ ใส่แค่เสื้อเชิ้ตแขนสั้นประชุม จากเปิดแอร์ 22 องศาฯ ก็ลดเหลือ 26 องศาฯ หากทำให้ประชาชนหรือหน่วยงานต่างๆ เห็นได้ก็จะถือเป็นตัวอย่างที่สำคัญ และเป็นแรงกระตุ้นชั้นดีที่จะทำให้เกิดการปฏิบัติตามต่อไปอีกด้วย

ธนากร คุปตจิตต์
ที่ปรึกษาสมาคมธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

ม าตรการดังกล่าวผู้ประกอบการภาคการท่องเที่ยวกลางคืน และสถานบันเทิงนั้นเห็นด้วยที่จะต้องช่วยกันลดการใช้ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็นลง แต่ไม่เห็นด้วยกับการที่จะกำหนดให้ปิดสถานบริการเร็วขึ้น ดังนั้น รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คงต้องดูประโยชน์และความคุ้มได้คุ้มเสีย กับกรณีของสถานบันเทิง ที่จะได้จากมาตรการประหยัดพลังงาน ซึ่งควรมีการพิจารณาให้รอบคอบ

ในช่วงนี้ที่เป็นฤดูกาลท่องเที่ยว หรือไฮซีซั่น มีทั้งนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ และนักท่องเที่ยวในประเทศจำนวนมาก ที่ได้มีโอกาสออกมาจับจ่ายใช้สอย และที่เห็นภาพชัดเจนคือ ช่วงที่นักท่องเที่ยวจะใช้จ่ายเงินเยอะๆ ก็คือ ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ (คืนวันศุกร์ วันเสาร์ และวันอาทิตย์) หากกระทรวงพลังงานจะขอให้ลดใช้ไฟฟ้าลงเยอะๆ หรือปิดบางส่วน ในช่วงวันธรรมดา หรือวันทำงานบ้าง ก็เห็นด้วย และพร้อมให้ความร่วมมือ แต่ถ้ามาจำกัดกันในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ด้วย แบบนี้ก็ไม่เห็นด้วย

บอกให้ช่วยกันลดการใช้พลังงานบ้าง เช่น ลดใช้ป้ายไฟที่ไม่จำเป็น แบบนี้ผู้ประกอบการก็คิดว่าช่วยกันได้ แต่ถ้าบอกให้ปิดร้าน ปิดผับเร็วขึ้นนั้น คิดว่ายังไม่ใช่การแก้ไขปัญหาเรื่องพลังงานแล้ว เพราะตอนนี้เป็นโอกาสที่ดีของธุรกิจสถานบันเทิง เพราะไฮซีซั่นมีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก และพอเข้ามาแล้วก็อยากจะท่องเที่ยว ซึ่งการท่องเที่ยวอย่างที่กล่าวไป ก็มีทั้งภาคกลางวันและกลางคืน โดยในภาคกลางคืนนั้น ก็ต้องมีแสง สี เสียง เพื่อดึงดูดและให้ความบันเทิงกับลูกค้า ซึ่งก็ยอมรับว่าใช้พลังงานไฟฟ้าจำนวนมาก

จึงอยากให้ทบทวนมาตรการประหยัดพลังงาน ถ้าอยากให้ช่วยกันประหยัดพลังงาน ขอเป็นการขอความร่วมมือให้ช่วยกันประหยัดดีกว่า ปิดไฟตกแต่งที่ไม่จำเป็น เพราะว่าถ้าเป็นมาตรการกำหนดเวลาปิดเร็วขึ้น จะส่งผลต่อเรื่องรายได้ของผู้ประกอบการสถานบันเทิงอย่างมาก ถ้าปิดเร็วขึ้น ยังไงรายได้ก็ต้องหายไปเยอะอย่างแน่นอน และจะมาออกมาตรการนี้ในช่วงของฤดูกาลท่องเที่ยว ก็ต้องคิดให้หนัก เข้าใจว่าการท่องเที่ยวมีทั้งกลางวันและกลางคืน แต่ในภาคกลางคืนนั้นไม่ได้มีเพียงธุรกิจสถานบันเทิงเท่านั้น ยังมีธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องอื่นๆ อาทิ ร้านข้าวต้มโต้รุ่ง ร้านอาหาร ร้านค้าปลีก ร้านขายของที่ระลึกในช่วงกลางคืน และส่งผลไปถึงธุรกิจบริการขนส่งต่างๆ ด้วย

ทุกธุรกิจต่างก็กำลังได้รับอานิสงส์จากการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัว ถ้าหากไปทำลายบรรยากาศ และคิดจะปิดผับ บาร์ ในช่วงการท่องเที่ยวต้องคิดให้ดีๆ ว่ามันคุ้มได้คุ้มเสียกับการที่จะควบคุมเวลาปิดหรือไม่ แต่ถ้าเป็นการร่วมในเรื่องลดการใช้ไฟลง อันนี้ก็เห็นด้วย ซึ่งที่กล่าวมาไม่ใช่ไม่อยากให้ความร่วมมือ ผู้ประกอบการพร้อมที่จะให้ความร่วมมืออยู่แล้ว แต่อยากให้ทบทวนให้ดี

ส่วนผลกระทบที่เกิดจากมาตรการปิดสถานบันเทิงเร็วขึ้น เท่าไหร่นั้น ยังไม่สามารถประเมินเป็นมูลค่าได้ เพราะตอนนี้มาตรการยังไม่มีความชัดเจนว่าต้องการกำหนดเปิด-ปิดอย่างไร มีเพียงแนวคิดที่ออกมาเท่านั้น ดังนั้น จึงขอพูดถึงผลกระทบในภาพกว้างๆ ก่อน และเมื่อมาตรการชัดเจนเมื่อไหร่ ก็จะมีการประเมินมูลค่าความเสียหาย หรือรายได้ที่หายไปที่ชัดเจนอีกครั้ง

ขอให้ทางรัฐบาล กระทรวงพลังงาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืนเข้าไปร่วมหารือ และแลกปลี่ยนความคิดเห็นในเรื่องมาตรการประหยัดพลังงานด้วย เพื่อให้เกิดความเข้าใจซึ่งกันและกัน และนำไปสู่การเกิดประโยชน์สูงสุดกับทุกฝ่าย

จุลนิตย์ วังวิวัฒน์
ประธานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่

ถือเป็นการแก้ปัญหาปลายเหตุ โดยเฉพาะศูนย์การค้า ห้องเย็นขนาดใหญ่ สถานบันเทิง ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากมีผู้ใช้บริการจำนวนมาก ต้องมีการหมุนเวียน หรือถ่ายเทอากาศตลอดเวลา ส่วนสถานีบริการน้ำมัน ถนนสายหลักที่มีการสัญจร 24 ชั่วโมง ไม่สามารถปิดหลัง 5 ทุ่มได้ ยกเว้นถนนสายรอง หรือปั๊มชุมชนที่มีผู้ใช้บริการน้อยเท่านั้น

จากสถานการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครน ส่งผลกระทบต่อน้ำมัน และก๊าซหุงต้มทั่วโลกสูงขึ้น ประกอบกับอเมริกาและยุโรป เข้าสู่ฤดูหนาวแล้ว ทำให้ความต้องการใช้พลังงานมากขึ้น เพื่อสร้างความอบอุ่น ขณะที่ค่าเงินบาทอ่อนตัว ทำให้มีต้นทุนพลังงานในประเทศสูงขึ้น แต่ส่งผลดีมีนักท่องเที่ยวต่างชาติที่หนีหนาวจากยุโรปมาเที่ยวไทยมากขึ้น ช่วยฟื้นและกระตุ้นเศรษฐกิจให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง โดยเฉพาะเมืองท่องเที่ยวภูมิภาค อาทิ เชียงใหม่ ภูเก็ต ชลบุรี ขอนแก่น ที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติหลั่งไหลเข้าพื้นที่จำนวนมาก

ส่วนมาตรการให้ผู้ประกอบการเปลี่ยนอุปกรณ์ประหยัดพลังงาน หรือไฟฟ้า ทำให้ผู้ประกอบการมีต้นทุน หรือค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นนั้น รัฐบาลต้องมีมาตรการจูงใจ หรือชดเชยให้ผู้ประกอบการ อาทิ ให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนหรือสถาบันการเงินได้ง่าย ให้กู้ได้ 100% ไม่เก็บภาษีวัสดุอุปกรณ์เทคโนโลยีประหยัดพลังงาน อาทิ แผงโซลาร์เซลล์ หลอดแอลอีดี แบตเตอรี่ พร้อมมีมาตรการลดหย่อนภาษี เนื่องจากอุปกรณ์เทคโนโลยีประหยัดพลังงานมีราคาแพงมาก ซึ่งต้องได้รับมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) เพื่อสร้างความมั่นใจ และตอบโจทย์ผู้ประกอบการได้ตรงจุด

ดังนั้น รัฐบาลควรส่งเสริมและสนับสนุนการใช้พลังงานทางเลือก อาทิ พลังงานลม แสงแดด เพื่อผลิตเป็นกระแสไฟฟ้า เนื่องจากเหมืองถ่านหินที่แม่เมาะ ลำปาง ที่ใช้ผลิตไฟฟ้าลดน้อยลง ในอนาคตอยากให้รัฐบาลลงทุนสร้างพลังงานจากนิวเคลียร์ทดแทนการผลิตไฟฟ้าจากเขื่อนขนาดใหญ่ แต่ต้องใช้งบลงทุนสูงมาก ที่สำคัญต้องคำนึงถึงความปลอดภัยทางด้านสุขภาพ ชีวิตทรัพย์สิน และผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้วย

ขณะเดียวกันรัฐบาลต้องแสวงหาความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อผลิตพลังงานสะอาด ราคาถูก ภายใต้นวัตกรรมและเทคโนโลยีทันสมัย เพื่อลดต้นทุนการผลิตและบริการ พร้อมแบ่งปันผลประโยชน์อย่างเท่าเทียม เสมอภาค นำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืนในอนาคต

ณรงค์ ผลประเสริฐพร
ผู้จัดการร้านโรงเหล้ามิตรภาพโคราช

มองว่าจะส่งผลกระทบ 100% ต่อการประกอบกิจการอย่างแน่นอน เพราะที่ผ่านมาก็เพิ่งประสบกับวิกฤตโควิด-19 ระบาด ทำให้ไม่สามารถเปิดให้บริการได้ และแม้ปัจจุบันจะให้เปิดบริการได้ตามปกติ แต่ลูกค้าก็ยังมาใช้บริการน้อย เพราะสถานการณ์โควิดยังไม่คลี่คลาย 100% อีกทั้งประสบกับปัญหาเศรษฐกิจโลกชะลอตัวทำให้กิจการยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ซึ่งหากภาครัฐมีมาตรการบังคับออกมาอีก โดยลดเวลาเปิดบริการให้สั้นลงเพื่อช่วยกันประหยัดพลังงาน เชื่อว่าจะส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อการประกอบกิจการอย่างแน่นอน เพราะเพิ่งจะอนุญาตให้เปิดบริการได้ตามปกติถึงเวลา 02.00 น. เมื่อไม่กี่เดือนมานี่เอง แต่ยอมรับว่าสถานบันเทิงมีปริมาณการใช้พลังงานไฟฟ้าค่อนข้างสูง ทั้งระบบปรับอากาศ-ระบบไฟ-เครื่องเสียงต่างๆ แต่ทางร้านก็ยินดีที่จะจ่ายตามปริมาณการใช้กระแสไฟจริง ซึ่งรายได้ก็จะเข้าสู่ภาครัฐ

แต่หากเป็นการขอความร่วมมือให้ปิดไฟป้ายร้าน-ป้ายโฆษณา และปิดระบบปรับอากาศ ก่อนจะปิดร้าน 30-60 นาที ก็สามารถทำได้ เพราะทางร้านโรงเหล้ามิตรภาพโคราชได้ดำเนินมาตรการประหยัดพลังงานอยู่แล้ว โดยจะปิดระบบแอร์ในโซนห้องน้ำก่อน 30 นาทีอยู่แล้ว จากนั้นเมื่อภาคบันเทิง การแสดงดนตรี-การแสดงสด-ดีเจเปิดเพลง สิ้นสุดลงแล้ว จึงจะให้ปิดระบบแอร์ เพื่อช่วยประหยัดพลังงาน รวมถึงหากขอความร่วมมือให้ปิดป้ายไฟ-ป้ายโฆษณาของร้าน ก็สามารถทำได้เพราะไม่ส่งผลกระทบมากนัก เพราะทางร้านจะปิดไฟป้ายโฆษณาศิลปินและไฟที่อยู่ด้านหน้าร้านก่อนเวลาอยู่แล้ว ยกเว้นจุดที่ยังมีลูกค้าอยู่

จึงอยากฝากไปถึงภาครัฐได้โปรดเห็นใจอย่าเพิ่งลดเวลาเปิดบริการให้สั้นลง แต่หากจะมีมาตรการให้ประหยัดการใช้กระแสไฟฟ้าในด้านอื่นๆ ที่ไม่ส่งผลกระทบมากนัก พร้อมจะปฏิบัติตามอย่างเต็มที่ เพราะปกติก็ดำเนินมาตรการประหยัดพลังงานตามนโยบายของภาครัฐอยู่แล้ว