หน้าแรก เศรษฐกิจ เงินบาทแข็งค่...

เงินบาทแข็งค่าเร็วที่ 36.95 ตามภาวะเปิดรับความเสี่ยงของตลาด กูรูคาดพลิกระยะสั้น

9.11.22 | 10:03 น.
แฟ้มภาพ

เงินบาทแข็งค่าเร็วที่ 36.95 ตามภาวะเปิดรับความเสี่ยงของตลาด กูรูคาดพลิกระยะสั้น

เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ที่ระดับ 36.95 บาทต่อเหรียญสหรัฐ แข็งค่าขึ้นจากระดับปิดวันก่อนหน้าที่ระดับ 37.27 บาทต่อเหรียญสหรัฐ โดยมองกรอบเงินบาทวันนี้คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 36.80-37.10 บาทต่อเหรียญสหรัฐ สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาทนั้น การแข็งค่าอย่างรวดเร็วและมากกว่าที่คาดของเงินบาทในช่วงคืนที่ผ่านมาตามภาวะเปิดรับความเสี่ยงของตลาดที่กดดันให้เงินเหรียญสหรัฐอ่อนค่าลงและโฟลว์ธุรกรรมขายทำกำไรทองคำ หลังราคาทองคำปรับตัวขึ้นใกล้โซนแนวต้าน อาจทำให้ภาพในเชิงเทคนิคัลของเงินบาทเปลี่ยนแปลงในระยะสั้น

นายพูนกล่าวว่า หากตลาดยังอยู่ในภาวะเปิดรับความเสี่ยงต่อ เงินบาทก็มีโอกาสแข็งค่าขึ้นใกล้โซนแนวรับใหม่แถว 36.80-36.90 บาทต่อเหรียญสหรัฐได้ นอกจากนี้ การแข็งค่าอย่างรวดเร็วของเงินบาทล่าสุด อาจทำให้ในเชิงจิตวิทยา ผู้ส่งออกบางส่วนอาจปรับลดระดับของเงินบาทเพื่อรอขายเงินเหรียญสหรัฐ โดยอาจมีการรอขายเงินเหรียญสหรัฐในช่วง 37.50-37.70 บาทต่อเหรียญสหรัฐ จากช่วงก่อนหน้าที่ส่วนใหญ่จะรอแถว 38.00 บาทต่อเหรียญสหรัฐหรือสูงกว่านั้น ทำให้โซนแนวต้านของเงินบาทจะขยับลงมา

อ่านข่าวเกี่ยวข้อง

สำหรับตลาดค่าเงิน ภาวะเปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงิน และมุมมองของผู้เล่นในตลาดที่คาดหวังธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ชะลอการเร่งขึ้นดอกเบี้ย หากพรรครีพลับริกันครองเสียงข้างมากในสภาได้กดดันให้เงินเหรียญสหรัฐปรับตัวอ่อนค่าลงต่อเนื่อง เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก นอกจากนี้ การอ่อนค่าลงของเงินเหรียญสหรัฐและการปรับตัวลดลงของบอนด์ยีลด์ 10 ปีสหรัฐ ช่วยหนุนให้ราคาทองคำ ปรับตัวขึ้นแรงสู่ระดับ 1,713 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ ซึ่งใกล้กับโซนแนวต้าน ทำให้ผู้เล่นในตลาดบางส่วนอาจทยอยขายทำกำไรทองคำและคาดว่าโฟลว์ธุรกรรมดังกล่าว อาจเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ช่วยให้เงินบาทแข็งค่าขึ้นได้

อย่างไรก็ดี ควรระมัดระวังความผันผวนในตลาดการเงินจากรายงานผลการเลือกตั้งสหรัฐ รวมถึงไฮไลต์สำคัญอย่างรายงานข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐในวันพฤหัสบดีนี้ ซึ่งมองว่าผู้เล่นในตลาดอาจยังไม่รีบปรับสถานะการถือครองที่ชัดเจนก่อนจะรับรู้ผลการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ และรายงานเงินเฟ้อสหรัฐ

Advertisement