เงินบาทแข็งค่าเร็วที่ 36.95 ตามภาวะเปิดรับความเสี่ยงของตลาด กูรูคาดพลิกระยะสั้น
เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ที่ระดับ 36.95 บาทต่อเหรียญสหรัฐ แข็งค่าขึ้นจากระดับปิดวันก่อนหน้าที่ระดับ 37.27 บาทต่อเหรียญสหรัฐ โดยมองกรอบเงินบาทวันนี้คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 36.80-37.10 บาทต่อเหรียญสหรัฐ สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาทนั้น การแข็งค่าอย่างรวดเร็วและมากกว่าที่คาดของเงินบาทในช่วงคืนที่ผ่านมาตามภาวะเปิดรับความเสี่ยงของตลาดที่กดดันให้เงินเหรียญสหรัฐอ่อนค่าลงและโฟลว์ธุรกรรมขายทำกำไรทองคำ หลังราคาทองคำปรับตัวขึ้นใกล้โซนแนวต้าน อาจทำให้ภาพในเชิงเทคนิคัลของเงินบาทเปลี่ยนแปลงในระยะสั้น
นายพูนกล่าวว่า หากตลาดยังอยู่ในภาวะเปิดรับความเสี่ยงต่อ เงินบาทก็มีโอกาสแข็งค่าขึ้นใกล้โซนแนวรับใหม่แถว 36.80-36.90 บาทต่อเหรียญสหรัฐได้ นอกจากนี้ การแข็งค่าอย่างรวดเร็วของเงินบาทล่าสุด อาจทำให้ในเชิงจิตวิทยา ผู้ส่งออกบางส่วนอาจปรับลดระดับของเงินบาทเพื่อรอขายเงินเหรียญสหรัฐ โดยอาจมีการรอขายเงินเหรียญสหรัฐในช่วง 37.50-37.70 บาทต่อเหรียญสหรัฐ จากช่วงก่อนหน้าที่ส่วนใหญ่จะรอแถว 38.00 บาทต่อเหรียญสหรัฐหรือสูงกว่านั้น ทำให้โซนแนวต้านของเงินบาทจะขยับลงมา
อ่านข่าวเกี่ยวข้อง
- ราคาน้ำมันวันนี้ (9พ.ย.65) เช็กดีเซล-กลุ่มเบนซิน จากปั๊มหลักทั่วไทย
- ราคาทองวันนี้ (9พ.ย.65) เปิดตลาดพุ่ง 250 บ. รีบเลย!!
- โออาร์ โชว์รายได้ 9 เดือน ฟัน 2.29 แสนล้าน ศก.ฟื้นดันยอดขายพุ่ง
- อัพเดต! บัตรคนจน พ.ย.65 ได้สิทธิอะไรบ้าง เงินแต่ละก้อนเข้าวันที่เท่าไหร่
สำหรับตลาดค่าเงิน ภาวะเปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงิน และมุมมองของผู้เล่นในตลาดที่คาดหวังธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ชะลอการเร่งขึ้นดอกเบี้ย หากพรรครีพลับริกันครองเสียงข้างมากในสภาได้กดดันให้เงินเหรียญสหรัฐปรับตัวอ่อนค่าลงต่อเนื่อง เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก นอกจากนี้ การอ่อนค่าลงของเงินเหรียญสหรัฐและการปรับตัวลดลงของบอนด์ยีลด์ 10 ปีสหรัฐ ช่วยหนุนให้ราคาทองคำ ปรับตัวขึ้นแรงสู่ระดับ 1,713 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ ซึ่งใกล้กับโซนแนวต้าน ทำให้ผู้เล่นในตลาดบางส่วนอาจทยอยขายทำกำไรทองคำและคาดว่าโฟลว์ธุรกรรมดังกล่าว อาจเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ช่วยให้เงินบาทแข็งค่าขึ้นได้
อย่างไรก็ดี ควรระมัดระวังความผันผวนในตลาดการเงินจากรายงานผลการเลือกตั้งสหรัฐ รวมถึงไฮไลต์สำคัญอย่างรายงานข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐในวันพฤหัสบดีนี้ ซึ่งมองว่าผู้เล่นในตลาดอาจยังไม่รีบปรับสถานะการถือครองที่ชัดเจนก่อนจะรับรู้ผลการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ และรายงานเงินเฟ้อสหรัฐ

