‘สภาหอค้า-สภาพัฒน์’ แนะใช้ขนส่งระบบรางเพิ่ม ชี้ขนส่งทางรางใช้เพียง 1.8% ทั้งที่ต้นทุนแพงกว่าขนส่งทางถนน 30% จ่อชงรัฐปฎิรูป
เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน คณะอนุกรรมการด้านการขนส่งทางบก ภายใต้คณะกรรมการ Logistics & Supply Chain สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ร่วมกับ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ จัดสัมมนาหัวข้อ “ทำไมการขนส่งทางรางจึงสู้ทางถนนไม่ได้” มุ่งเน้นในการระดมความคิดเห็นจากแต่ละภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดทิศทางขับเคลื่อนการใช้ระบบรางของประเทศให้เกิดประโยชน์สูงสุด พร้อมผลักดันให้ระบบรางเป็นโครงข่ายหลักในการขนส่งสินค้าและบริการของประเทศ โดยมีต้นทุนเหมาะสมและสามารถแข่งขันได้ สอดคล้องตามนโยบายการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางรางของภาครัฐ ได้รับเกียรติจาก นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ในการบรรยายพิเศษถึงความคืบหน้าและอนาคตของการพัฒนาการขนส่งทางรางของประเทศไทย
นายไพฑูรย์ จิรานันตรัตน์ ประธานอนุกรรมการด้านการขนส่งทางบก สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ระบบรางเป็นรูปแบบการขนส่งที่สำคัญในการกระจายสินค้าไปยังจุดหมายปลายทางทั่วประเทศ โดยอาศัยการขนส่งทางถนนในช่วงสั้นๆ ที่ต้นทางและปลายทาง นอกจากนี้ ยังสามารถเชื่อมโยงกับโครงข่ายของประเทศเพื่อนบ้านได้อีกด้วย แต่สัดส่วนการขนส่งทางรางในปัจจุบันยังน้อยมากเพียง 1.7-1.8% ของการขนส่งสินค้าทั้งหมดเท่านั้น เมื่อเทียบกับทางถนนที่มีสัดส่วนสูงถึงกว่า 80% เนื่องจากต้นทุนขนส่งทางรางสูงกว่าทางถนนโดยเฉลี่ยอยู่ประมาณ 30% และปัจจุบันเรายังไม่สามารถใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานรางได้เต็มที่
นายไพฑูรย์กล่าวว่า คณะอนุกรรมการด้านการขนส่งทางบก ภายใต้คณะกรรมการ Logistics & Supply Chain จึงจัดทำข้อเสนอการเปิดให้เอกชนดำเนินการขนส่งสินค้าทางรถไฟโดยใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานทางราง เพื่อผลักดันในการเพิ่มสัดส่วนการขนส่งทางรางตามแนวทางที่ภาครัฐได้วางเอาไว้ ตลอดจนให้มีต้นทุนที่เหมาะสมและสามารถแข่งขันกับทางถนนได้ โดยได้นำข้อเสนอดังกล่าวเข้ามาเป็นประเด็นสำคัญในการเสวนาครั้งนี้ด้วย

สำหรับช่วงการเสวนาภายในงานได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นจากวิทยากรจากแต่ละภาคส่วน ทั้ง กรมการขนส่งทางราง สถาบันการขนส่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาองค์กรภาครัฐ ตลอดจน ภาคเอกชนโดย SCG Logistics Management ถึงมุมมองต่อข้อเสนอการเปิดให้เอกชนดำเนินการขนส่งสินค้าทางราง พร้อมทั้งนำเสนอกฎและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งทางรางในปัจจุบัน ซึ่งถือเป็นตัวแปรสำคัญที่จะช่วยผลักดันให้การเพิ่มสัดส่วนขนส่งทางรางเกิดขึ้นได้จริง โดยคณะอนุกรรมการจะสรุปผลจากการเสวนาในวันนี้เสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาต่อไป
นายภูมินทร์ หะรินสุต รองประธานกรรมการหอการค้าไทยและประธานคณะกรรมการ Logistics & Supply Chain สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เน้นย้ำถึงความสำคัญของการพัฒนาโครงข่ายการขนส่งทางรางให้มีความสะดวก มีต้นทุนที่เหมาะสมและแข่งขันได้ เพื่อขยายโอกาสการกระจายสินค้าและบริการไปยังจุดหมายปลายทางได้ รวมถึงจะช่วยให้ผู้ประกอบการไทยให้มีต้นทุนโลจิสติกส์ที่สามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืน ภายใต้บริบทการพัฒนาโครงข่ายระบบรางในปัจจุบัน อาทิ โครงการรถไฟทางคู่ โครงการรถไฟความเร็วสูงที่จะไปเชื่อมต่อกับโครงการรถไฟสายจีน-ลาว ที่ภาครัฐกำลังดำเนินการในด้านต่างๆ เพื่อให้ระบบรางของไทยสามารถเชื่อมโยงกับโครงการดังกล่าวโดยเร็ว อันสอดรับกับแนวทางในการดำเนินงานที่เน้นการเชื่อมโยง หรือ Connect the Dots ของสถาหอการค้าแห่งประเทศไทย เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในแต่ละมิติอย่างต่อเนื่องต่อไป

